มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟังไร้สาย SENNHEISER MOMENTUM TRUE WIRELESS

 


สวัสดีครับ มาพบกันอีกครั้งกับ ผมมาร์ช พารากอน นะครับ วันนี้ผมมีหุฟังที่ถือว่าอยู่ในเทรนที่เรียกได้ว่าทุกๆท่านให้ความสนใจนั่นก็คือ หูฟัง ประเภท TRUE WIRELESS นั่นเองครับ ในครั้งนี้ผมขอเกริ่นถึงความเป็นมาประวัติของแบรนด์ที่ผมจะมาแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้ ทราบคร่าวๆก่อนครับ ซึ่งแบรนด์ SENNHEISER มีความเป็นมาและคลุกคลีอยู่ในวงการที่เกี่ยวกับเสียงมาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1945 ซึ่งเริ่มแรกได้ทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์ในสินค้าประเภท ไมโครโฟน ขึ้นมาจำหน่ายเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ.1946 และได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ๆ ออกมาอีกมากมาย อาทิ เช่น มิกเซอร์ , หูฟัง , และ ไมโครโฟนที่มีระบบตัดเสียงรบกวน ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1955  และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ มาเป็น SENNHEISER นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ชื่อแบรนด์ SENNHEISER มีที่มาจากอะไร มาจากนามสกุลของ MR.FRITZ SENNHEISER ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนั่นเองครับ 

 


 


เกริ่นให้ทุกท่านได้พอทราบถึงประวัติ และที่มาของแบรนด์แล้ว คราวนี้เรากลับมาเข้าสู่ยุคของเรากันนะครับ วันนี้ผมมาพร้อมกับ "SENNHEISER MOMENTUM TRUE WIRELESS" ตัวนี้นี่เองครับ

มาดูกันในส่วนของตัวแพคเกจกันนะครับ ซึ่งทำการออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่ชัดเจน ดูทันสมัยสะอาดตาครับ และการดูแลจากทาง SENNHEISER ถึง 2 ปีเต็ม ในการรับประกันในด้านความผิดปกติทางเสียง หรือ ลำโพง , ความผิดปกติของระบบแบตเตอรี่ครับ

 

 



และเมื่อพลิกด้านข้างขวาของกล่องขึ้นมาจะมีการบอกสเป็คของตัวหูฟังที่รองรับสัญญาณแบบ aptX ซึ่งในมือถือทางฝั่ง ANDROID ณ ปัจจุบันนี้ก็รองรับแทบทั้งสิ้นแล้วครับ แต่ทางฝั่ง IOS ก็ไม่น้อยหน้า กับการรับสัญญาณแบบ AAC เรียกได้ว่าสามารถใช้งานกับทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยจ้า

 

 



และเมื่อพลิกกล่องทางด้านซ้ายขึ้นมา MOMENTUM TRUE WIRELESS จะมาพร้อมชุดอุปกรณ์ที่มีมาให้ภายในกล่องแบบพร้อมใช้งานเลยครับ มีอุปกรณ์ที่ให้มาได้แก่ จุกสำรอง 4 ไซส์ ได้แก่ XS / S / M และ L , สายชาร์จ USB TYPE C และคู่มือการใช้ที่เราอ่านกันเป็นประจำครับ แหะๆ ^^ อีกทั้งมาพร้อมกับระบบการควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่น ที่ใช้งานได้ทั้งในฝั่ง IOS , ANDROID ครับ



 

ส่วนด้านหลังจะมีบอกเกี่ยวกับสเปคการใช้งานของ MOMENTUM TRUE WIRELESS ซึ่งรองรับการรับสายเรียกเข้า , ระบบควบคุมตัวหูฟังแบบทัชคอนโทรล เพื่อควบคุมการเล่นเพลง / การเพิ่มหรือลดเสียง , ระบบ Voice Assistants , ความจุแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานตัวหูฟังได้ถึง 4 ชม. + ตัวเคสสามารถชาร์จซ้ำได้ถึง 2 รอบ และ ระบบ Bluetooth เวอร์ชั่นล่าสุด 5.00 ครับ

 

 



 


มาที่พระเอกของเรากันบ้างนะครับ MOMENTUM TRUE WIRELESS จัดได้ว่าเป็นหูฟังไร้สายตัวแรกของแบรนด์ ที่ได้ถูกออกแบบมามีความสปอร์ตนิดๆมีการหุ้มผ้าสีเทาที่ดูแล้วสะอาดตา ที่มีขนาดไม่เทอะทะหรือใหญ่จนเกินไป ตัวหูฟังใช้ลำโพงแบบ DYNAMIC DRIVER ขนาด 7 มิลลิเมตร มีการใช้โลหะ อลูมิเนียม มาเป็น FACEPLATE ประกอบเข้ากับบอดี้ที่เป็นพลาสติกสีดำที่ดูเข้ากัน และมาพร้อมกับการควบคุมระบบสัมผัส ที่ให้ความสะดวกในการควบคุมได้ทันที และยังกันละอองน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX4 อีกด้วยครับ (กันเหงื่อ , กันละอองน้ำได้เท่านั้นนะครับ) และตัวหูฟัง เมื่อนำมาใช้งานจะสามารถใช้งานได้ถึง 4 ชม. ตัวเคสชาร์จจะสามารถชาร์จซ้ำได้ 2 รอบ ใช้เวลาชาร์จต่อ 1 รอบ ที่ 40 นาที ทำให้การใช้งานเมื่อรวมทั้งหมดจะใช้ได้ถึง 12 ชม. ครับ 

 


 


ด้านหลังตัวเคส มาพร้อมปุ่มเช็คสถานะแบตเตอรี่ตัวเคสชาร์จ กับ พอร์ทชาร์จ USB TYPE C

 

 

เมื่อเปิดเคส จะพบกับโลโก้ “SENNHEISER" และพอเข้าแอปพลิเคชั่นขึ้นมาจะพบกับคำว่า "HELLO" ที่เปรียบเสมือนการต้อนรับและเชื้อเชิญให้เราใช้งานครับ มีแถบโฟมรองรับแรงกระแทกระหว่างฝากับส่วนด้านล่างของเคสชาร์จ เพื่อสัมผัสที่นุ่มนวลในการปิดเปิดนั่นเองครับ

 

 

 

 

 


ตัวหูฟังมีการบอก L , R ชัดเจนเลยล่ะครับ 

 

 

 



มาที่การเชื่อมต่อตัวหูฟังกับสมาร์ทโฟน เรียกว่าใช้งานได้ไม่ยุ่งยากครับ เมื่อแกะกล่องมานั้นให้เรานำหูฟังใส่เคสชาร์จและนำไปเสียบไฟเข้าเคสเพื่อ ACTIVATE ตัวเคสกับตัวหูฟัง ก็สามารถเอาหูฟังออกมาเพื่อใช้งานได้เลยครับ โดยจะใช้ชื่อว่า "MOMENTUM TW" ตามภาพทางด้านบนจ้า โดยถ้าท่านใช้สมาร์ทโฟนทางฝั่ง ANDROID จะสามารถเปลี่ยนชื่อตัวหูฟังเพื่อให้เจ้าของจดจำตัวหูฟังได้ง่ายขึ้นด้วยนะครับ แต่ทางฝั่ง IOS จะเปลี่ยนชื่อไม่ได้ ไม่ต้องตกใจนะครับ

 

 

 


นอกจากนั้นตัวหูฟัง ยังสามารถใช้แอปพลิเคชั่นที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นที่สามารถ DOWNLOAD ได้ทั้งทางฝั่ง ANDROID และ IOS ที่มีชื่อว่า SENNHEISER SMART CONTROL เมื่อเชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟนแล้ว เข้าไปภายในแอพหน้าแรกจะแสดงถึงปริมาณแบตเตอรี่ ทั้ง 2 ข้าง และ สเตตัสของ TRANSPARENT MODE จะเป็นระบบที่ดึงเสียงบรรยากาศภายนอกเข้ามาในหูฟัง โดยที่เราไม่ต้องนำหูฟังออกจากใบหูของเราเลยครับ

ส่วนที่ 2 ของแอปพลิเคชั่นจะเป็นในส่วนของการปรับแต่ง EQ ครับ

 

 

 

 

ส่วนที่ 3 ของแอปพลิเคชั่นจะเป็นในส่วนของการปรับแต่ง TRANSPARENT MODE และ KEEP MUSIC PLAYING ในส่วนของระบบนี้คือการดึงเสียงภายนอกเข้ามา และยังเปิดเพลงคลอ ฟังไปพร้อมกับบรรยากาศภายนอกได้ด้วย ซึ่งจะให้อารมณ์เหมือนฟังเพลงแบบ OUTDOOR ครับ ซึ่งมีประโยขน์ในกรณีเดินไปเที่ยวห้างกับแฟนแต่กลัวแฟนเรียกแล้วไม่ได้ยิน แต่ก็อยากฟังเพลงไปด้วย ฟังก์ชั่นนี้มีประโยขน์มากๆครับ(ฮา) จริงๆสามารถนำมาใช้เพื่อความปลอดภัยได้ด้วยครับ ในกรณีเราเดินริมถนน ยังได้ยินเสียงของรถที่ขับเข้ามาใกล้เรา เราจะได้ระวังตัวได้ทันครับ แต่ในระบบนี้ต้องบอกว่า เสียงรายละเอียดของเพลงอาจจะลดทอนลงไปบ้าง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของเสียงรอบๆตัวหูฟังด้วยนะครับ

 

 

 

 

ส่วนที่ 4 ของแอปพลิเคชั่นจะเป็นในส่วนของการปรับฟังค์ชั่นทั่วไปของตัวหูฟัง จะมี SMART PAUSE เป็นระบบหยุดการเล่นเพลงอัตโนมัติ เวลาที่เราถอดหูฟังออกจากใบหู เพลงจะหยุดเล่นเอง แต่ทั้ง 2 ข้างถ้าเอาหูฟังด้านใดด้านหนึ่งออกจากใบหูเพลงจะหยุดเล่นทันที เมื่อตัวหูฟังอยู่ห่างจากกันระยะห่างประมาณ 25 ซม. ครับ

ในส่วนของระบบ AUTO-ACCEPT CALL จะเป็นระบบที่รับสายโทรศัพท์ให้อัตโนมัติ เมื่อหูฟังด้านขวา อยู่นอกเคสชาร์จ และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานครับ(แต่จากที่เทสกับ SAMSUNG NOTE 9 ของผมเองดูยังไม่รับสายได้ครับ อาจจะต้องรออัพเดทเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ในเวอร์ชั่นต่อ ๆ ไป) และ VOICE ASSISTANT ACCESS จะเพิ่มความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียง เพื่อเรียกใช้งานระบบ GOOGLE ASSISTANT หรือ SIRI นั่นเอง 

และส่วนการสั่งการ TONE & VOICE PROMPTS จะเป็นการปรับในส่วนของการแจ้งเตือนของระบบหูฟังและยังตั้งค่าภาษาพูดได้อีกด้วย แต่ไม่มีภาษาไทยครับ หรือจะให้มีแต่เสียงเตือนไม่มีเสียงพูดก็ได้ครับ รวมถึงการแสดงเวอร์ชั่น FIRMWARE และสามารถ FACTORY RESET ได้จากในแอพนี้ด้วยครับ (แต่ตัวแอพ ในวันที่ผมทำรีวิว พบว่ายังมีบัคเล็กๆน้อยๆ ซึ่งอาจจะต้องรอการอัพเดทในเวอร์ชั่นต่อ ๆ ไปเช่นกันครับ)

 

 

 


การควบคุมระบบของตัวหูฟังจะใช้การ TOUCH CONTROL เป็นหลักครับ 

 

 

การควบคุมระบบ TRANSPARENT MODE จะแตะที่ตัว FACEPLATE ทางด้านขวา 2 ครั้ง เพื่อเปิด / ปิด ระบบครับ


การควบคุมการเล่นเพลง จะใช้การแตะที่ตัว FACEPLATE ทางด้านซ้าย แตะ 1 ครั้ง เล่นเพลง / หยุดเพลง


การเปลี่ยนเพลง จะใช้การแตะที่ตัว FACEPLATE ทางด้านซ้าย 2 ครั้ง เลื่อนเพลงไปข้างหน้า แตะ 3 ครั้ง เพื่อ ย้อนกลับไปเพลงเดิม


การเพิ่มเสียง จะใช้การแตะที่ตัว FACEPLATE ด้านซ้ายค้าง และ การลดเสียง แตะที่ตัว FACEPLATE ด้านขวาค้าง


การรับสายโทรศัพท์ จะใช้การแตะที่ตัว FACEPLATE ด้านขวา 1 ครั้ง

 



และผมมีรูปการควบคุมมาให้ชมคร่าวๆด้วยครับ

 

 




การเชื่อมต่อจะใช้การแตะที่ตัว FACEPLATE ทั้ง 2 ข้าง พร้อมกัน จนไฟสถานะที่ตัวหูฟังด้านขวา กระพริบเป็น ไฟสีแดงสลับน้ำเงิน โดยใช้เวลาแตะค้างประมาณ 5 วินาทีครับ

 


 

วิธีใส่เผื่อบางท่าน อาจจะใส่แล้วไม่ค่อยกระชับ ปรับการใส่ตามภาพในแอปพลิเคชั่นที่แนะนำได้เลยจ้า

 
 
 

 

 

 

 

 

มาดูกันในส่วนของคุณภาพเสียงที่ได้จาก พระเอกของเรากันบ้างครับ

 

 

 

เวทีเสียง

จะให้เวทีที่มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่แบบลานกว้าง แต่ก็ไม่แคบเหมือนนักดนตรีเล่นในห้องซ้อมดนตรี เรียกได้ว่า จัดวางตำแหน่งของชิ้นดนตรี ได้สมส่วนฟังสนุก ชิ้นดนตรีไม่กองอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งครับ

 

 

ย่านเสียงเบส

ยังคงให้เบสที่อิ่ม ลึก แต่ไม่ปวดหู ไม่มีการไปรบกวนชิ้นดนตรีอื่น เป็นเบสที่อิมเมจไม่ใหญ่มากแต่ให้บรรยากาศ กลิ่นอายของ DEEPBASS  ที่เรียกได้ว่าเก็บขอบเสียงย่านเบสได้ดีเยี่ยมครับ

 

 

 

 

ย่านเสียงร้อง

เสียงนักร้องจะให้โทนที่นุ่ม แต่เนื้อร้องที่ชัดเจน ไม่บาดหู เรียกได้ว่าไม่ได้มายืนตะโกนตรงหน้าเรามากไป ออกแนวเสียงร้องติดหวานนิดๆด้วยล่ะครับ ยิ่งเสียงของนักร้องผู้หญิงนี่ละมุน กลมกล่อม ครับ

 

 

ย่านเสียงแหลม

เสียงปลายแหลม เป็นแหลมที่ติดหัวโน๊ตเนียน ไม่คมจิก แต่ถ้ามองในแง่ของพวก สแนร์ ฉิ่ง ฉาบ เปียโน คีย์สูงๆ หรือ แซ็กโซโฟน อาจจะไม่ถึงอารมณ์มากเท่าใด แต่แลกกับการที่ฟังได้เนียนหู สบายๆ ถือว่าดีเลยล่ะครับ

 

 

 

 

ไมโครโฟนเวลาคุยโทรศัพท์ จากที่เทสกับตัว DEMO ก็พบว่าใช้งานได้ดี ไมโครโฟนสามารถดึงเสียงพูดเข้าไปได้ชัดเจนตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ SENNHEISER และเสียงคู่สายยังออกทั้ง 2 ข้าง แต่ไมโครโฟนจะไม่ได้ตัดเสียงรบกวนภายนอกนะครับ ยังได้ยินบรรยากาศรอบๆตัวเข้าไปบ้าง ถ้าอยู่ในสถานที่ ที่มีเสียงรอบๆดังหน่อยอาจจะต้องเพิ่มเสียงพูดให้ดังขึ้นสักเล็กน้อย จะช่วยให้คู่สายของเรา ฟังได้ชัดเจนมากขึ้นครับ เพิ่มเติมในส่วนของการโทรด้วยแอปพลิเคชั่น LINE เสียงคู่สายก็ยังออกทั้ง 2 ข้าง เช่นกัน แต่ไม่สามารถกดรับสายจากตัวหูฟังได้ครับ ต้องกดรับสายที่ตัวสมาร์ทโฟนเท่านั้นครับ  และเมื่อเราใช้งานเสร็จ เวลาชาร์จไฟ จะมีไฟสถานะขึ้นเพื่อให้ทราบว่าเรากำลังชาร์จ ขณะที่เสียบสายชาร์จไฟอยู่นะครับ

 

 

 

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ MOMENTUM TRUE WIRELESS จะมาพร้อมกับระบบการเชื่อมต่อ BLUETOOTH VERSION 5 ที่แตกต่างจากเดิม ที่ส่งสัญญาณได้ไกลมากขึ้น รับส่งข้อมูลได้มากขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น และยังมาพร้อมกับการรองรับระบบเสียง AAC กับ aptX ที่ให้คุณภาพการถอดรหัสเสียงชัดเจนและดีขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุคใหม่ของหูฟังระบบ BLUETOOTH อย่างแท้จริง แต่ทั้งตัวสมาร์ทโฟนของเราก็ต้องเป็น BLUETOOTH VERION 5 ด้วย อย่างไรก็ตามในบางสถานที่ , บางจุดที่มีการรบกวนของสัญญาณอื่น ก็อาจจะทำให้หูฟังทางด้านซ้ายมีอาการ ดับประมาณ 1-2 วินาที ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะต้องบอกก่อนเลยว่าหูฟังขนาดเล็ก ตัวรับสัญญาณจึงเล็กตามขนาดลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เกิดอาการตลอดเวลา ขอให้วางใจได้ครับ สุดท้ายนี้ผมได้เทสการดู YOUTUBE พวกตัวอย่างหนัง , มิวสิควีดีโอ ก็ไม่เจออาการดีเลย์ของสัญญาณแต่อย่างใด ข้อแนะนำคือไม่ควรวางมือถือห่างเกินตัวหูฟังในขณะที่ฟังมากเกินไปนะครับ เพราะนี่ยังถือว่าเป็นจุดอ่อนเล็กๆของหูฟังประเภทนี้อยู่จ้า


หากท่านใดอ่านแล้วรู้สึกสนใจ หรือ เริ่มมองหาหูฟังประเภท TRUE WIRELESS ไว้ใช้งาน ไม่อยากให้ท่านพลาดหูฟังตัวนี้ ที่เปิดราคามาที่ 12,390.- เท่านั้น มาทดลองฟังได้เลยนะครับ ที่ร้าน MUNKONGGADGET ทุกสาขาใกล้บ้าน ทีมงานทุกคนพร้อมบริการให้ทุกท่านครับผม ^^


ปล. หากท่านใดอยากปรับแต่งจุกหูฟังให้ใส่สบายมากขึ้น สามารถใช้ตัวหูฟังร่วมกับ จุกซิลิโคน SPIN FIT รุ่น CP350 ได้พอดีๆเลยล่ะครับ แถมไม่มีผลต่อการเก็บลงเคสด้วยครับ ปกติบางรุ่นใส่ได้ แต่พอเราเก็บหูฟังลงเคส ตัวจุกซิลิโคนจะไปดันช่องชาร์จ ทำให้ไม่สามารถชาร์จหูฟังของท่านได้ครับ (แอบขายอุปกรณ์เสริมนิดนึง ^^) เนื่องจากหูฟังรุ่นนี้มีขนาดท่อนำเสียงที่เฉพาะจึงมีข้อควรระวังการทำจุกซิลิโคนสูญหายนิดนึงนะครับ


 

 


ขอให้ทุกท่านได้หูฟังที่ถูกใจนะครับ / มาร์ช พารากอน

 

 

 

 

 



 เขียนโดย : มาร์ช สยามพารากอน เขียนเมื่อ : 12 ก.พ. 2562

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง