มั่นคง munkonggadget

บทความ : เมื่อนายพอลก้าวเข้าไปในโลกหูฟัง CUSTOM กับ JH Audio 3XPro

 


สวัสดีท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านนะครับ หลังจากห่างหายจากการเขียนบทความไปนานพอสมควร วันนี้ผมมีเรื่องราวการก้าวเข้าสู่โลกของหูฟัง Custom ของผมมาเล่าให้ทุก ๆ ท่านฟังกันครับผม เอาจริง ๆ แล้ว ผมอยู่กับเจ้าหูฟัง CIEM JH Audio 3XPro ของผมมาได้สักพักหนึ่งแล้วล่ะ แต่ก็คิดซะว่ามาเล่าเรื่องราวที่สนุกสนานก่อนผมจะได้เจ้า CIEM ตัวนี้มาฟังเป็นของตัวเองแล้วกันนะครับผม ทั้งการเตรียมตัว การศึกษาข้อมูล การดูแลรักษาเจ้า CIEM เบื้องต้นของเราครับ เอาล่ะ อย่ารอช้ากันเลยครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทความการเปิดประสบการณ์การทำหูฟัง CIEM หรือหูฟัง Custom ของผมกันเลย !!

 

 

 


หูฟัง Custom หรือที่หลาย ๆ ท่านเรียกว่า CIEM ย่อมาจาก Custom In – Ear Monitor หรือจะเรียกว่าเป็นหูฟังที่มีการสร้างสรรค์ให้เข้ากับลักษณะใบหูและช่องหูของผู้ใช้งานมากที่สุดครับ ซึ่งเราสามารถตกแต่งลักษณะของบอดี้ของหูฟังรวมไปถึงสายหูฟังให้มีความสวยงามตรงใจของผู้ใช้งานได้อีกด้วยนะครับ ซึ่งในปัจจุบันต่างก็มีหูฟังประเภท CIEM ให้เราได้เลือกกันอย่างมากมายหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์ก็มีเสน่ห์และเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ให้ผู้ใช้งานได้ตามหาสไตล์เสียงที่ชอบที่สุดและสร้างมันขึ้นมาให้เป็น CIEM ของผู้ใช้งานเองครับ ด้วยความที่มันพอดีกับใบหูของเรานี่เองและเป็นหูฟังที่ให้ความละเอียดของเสียงที่มีคุณภาพสูงมาก ๆ อีกประเภทหนึ่ง ทำให้เป็นที่นิยมในวงการดนตรีทั้งศิลปินกลุ่มและศิลปินเดี่ยวชื่อดังหลาย ๆ ท่านทั่วทุกมุมโลกรวมไปถึงนักฟังเพลงอีกมากมายหลายท่านอีกด้วยนะครับ

 

 

 

ในตอนแรกผมก็ใช้หูฟัง In – Ear จากแบรนด์ต่าง ๆ นี่ล่ะครับ ส่วนใหญ่จะใช้บ่อยในช่วงที่กำลังเดินทางไปประจำการที่ร้านหูฟังมั่นคงแก็ดเจ็ทสยาม พารากอน ก็จะมีเวลาที่จะให้ผมได้ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายจากสิ่งต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง บนแท็กซี่ บนบีทีเอส ซึ่งผมก็สนใจอยากมีหูฟัง Custom เป็นของตัวเองมาได้สักพักแล้วครับ ด้วยความที่เจ้าหูฟังประเภทนี้สามารถปรับแต่งอะไรหลาย ๆ อย่างที่บ่งบอกความเป็นตัวเราได้มากมายหลายแบบ แหม ทำได้ขนาดนี้ น้องพอลคงห้ามใจได้อีกไม่นานแน่นอนครับ

 

 

 

 

 

ในเวลาต่อมาจึงได้เริ่มศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แบบจริงจัง ทั้งวิธีการเตรียมตัวก่อนจะทำ CIEM การดูแลรักษา รวมถึงนั่งลองฟัง DEMO หูฟัง CIEM ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท เพื่อตามหาเสียงที่ผมชอบมากที่สุด ซึ่งก็มีให้ผมเลือกมากมายหลายรุ่นเหลือเกินครับ ทั้ง JH Audio , Ultimate Ears , Noble Audio , Cosmic Ears นั่งฟังแล้ว นั่งฟังอีก ฟังวนไป เอาตัวนั้นมาเทียบตัวนี้ เอาตัวนี้มาเทียบกับตัวนั้น เอาตัวที่จำนวนไดร์เวอร์เท่ากันมานั่งหาข้อแตกต่าง บอกได้เลยว่าฟังกันจนล้าหูเลยก็ว่าได้ครับ

 

 

 

หลังจากวกไปวนมาอยู่นานแสนนาน ก็ได้ไปปรึกษาพี่ภูที่เป็นกูรูด้านการทำหูฟัง CIEM พี่ภูก็ได้ให้คำแนะนำว่าการจะตามหาหูฟัง CIEM ที่เสียงถูกใจตามความต้องการของเรานั้นต้องใช้เวลาสักนิด เพราะต้องมองหลาย ๆ ปัจจัย เช่น คุณภาพเสียงที่ออกมาตรงกับที่เราชอบไหม จุดประสงค์การใช้งาน รวมไปถึงกำลังทรัพย์อีกด้วย ซึ่งก็จริงครับ ( 55555 ) ซึ่งผมก็ได้ตัดสินใจครั้งสุดท้ายด้วยการเลือกเจ้าหูฟังจากแบรนด์ JH Audio รุ่น 3XPro นั่นเองครับผม เนื่องจากพลังเบสที่รุกเร้า หนักแน่น ทำให้ผมฟังแล้วรู้สึกสนุกมากกว่ารุ่นอื่น ๆ และยังสามารถเก็บรายละเอียดของชิ้นดนตรีย่านกลางและแหลมได้ โดยที่เสียงย่านเบสไม่เข้ามากลบจนมากเกินไปครับ

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้ตัดสินใจเลือกเจ้า JH Audio 3XPro มาเป็นเพื่อนคู่ใจยามฟังเพลงแล้ว ทีนี้ก็ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจะทำ Ear Impression กันแล้วครับ ขออธิบายกันก่อน เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะงง การทำ Ear Impression หรือการพิมพ์หูจะเป็นขั้นตอนที่จะนำซิลิโคนมาผสมกับกาวที่มีไว้สำหรับการทำ Ear Impression โดยเฉพาะ เพื่อฉีดเข้าไปในหูของเราโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะได้รูปทรงของใบหูและช่องหูของเราออกมา เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปครับ  ตอนแรกผมก็ถามพี่ภูว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง พี่ภูจึงให้คำแนะนำผมมาว่า ผมต้องทำความสะอาดช่องหูให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าหากมีขี้หูที่มากเกินไป จะไม่สามารถพิมพ์หูได้ คืนก่อนที่จะเริ่มพิมพ์หูผมจึงตั้งใจทำความสะอาดช่องหูของผมอย่างดี ก็เกิดความกังวลอยู่พอสมควรครับว่า “เอ๊! แค่นี้มันสะอาดพอหรือยังน้อ?” วันรุ่งขึ้นก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาพี่ภูพร้อมกล่าวกับพี่ภูว่า “ พี่ภูครับ ผมพร้อมทำ Ear Impression แล้วครับพี่ “ พี่ภูจึงไม่รอช้าครับ เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ นา ๆ เพื่อตรวจเช็คสภาพหูของผม สภาพผมตอนนี้รู้สึกเหมือนยืนอยู่ในชั้นศาลรอคำตัดสินจากผู้พิพากษาพี่ภูว่าจะมีความผิดหรือรอดพ้นไปสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งผลที่ออกมาก็รอดครับ ช่องหูสะอาดดี ไปขั้นตอนต่อไปกันได้เลย ยิ้มเลยครับ ณ ตอนนั้น

 

 

 

ในขั้นตอนต่อมาพี่ภูก็เริ่มทำการผสมส่วนผสมในการทำ Ear Impression และเริ่มทำการพิมพ์หูของผมครับ หลาย ๆ ท่านคงสงสัยว่า เอ๊ การยิงส่วนผสมของสารพัดกุ๊กกิ๊กนี้เข้าไปในหูเรา มันจะเจ็บไหม ? มันจะรู้สึกอย่างไร ? ในส่วนนี้ผมขอตอบว่า แล้วแต่ท่านจริง  ๆ ครับ แต่ถ้าเป็นผม ผมรู้สึกจั๊กจี้ครับ ( 5555555 ) ซึ่งจุดสิ้นสุดของการฉีดเจ้าซิลิโคนนี้เข้าไปในใบหูของเรา จะหยุดอยู่ที่ส่วนช่องหูของเราเท่านั้นครับ ซึ่งใช้เวลาในการพิมพ์หูเพียง 10 – 15 นาทีเท่านั้น ก็จะได้ Ear Impression ของเราแล้วครับ

 

 

 

 

 

มาถึงในส่วนที่ผมเป็นกังวลอีกขั้นตอนหนึ่งครับ ถ้าเปรียบขั้นตอนนี้เป็นเกมแล้วล่ะก็ ผมจัดให้อยู่ในช่วงการสร้างตัวละครเลยครับ หลังจากกลับบ้านมาแล้ว ผมจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าการออกแบบ CIEM เว็บไซต์ของ JH Audio อยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง ออกแบบไว้แล้วก็เซฟไว้ ทำใหม่แล้วก็เซฟไว้ แบบนี้มันจะสวยไหมน้อ ก่อนอื่นผมขอเล่าถึงส่วนประกอบเบื้องต้นของตัวหูฟัง CIEM ก่อนนะครับ เจ้า CIEM จะมีชื่อเรียกในแต่ละส่วนของเขาอยู่ ผมขอแบ่งแบบง่าย ๆ เป็น Faceplate ก็คือส่วนที่อยู่ด้านนอกเวลาเราใส่เจ้า CIEM เข้าไปในหู และตัว Shell ที่จะเป็นส่วนของบอดี้ด้านข้างโดยรอบของหูฟังเรารวมไปถึงท่อนำเสียงของหูฟังครับ

 

 

ผมจึงตัดสินใจใช้เป็น หน้า Faceplate สี Clear พร้อมกับโลโก้ JH Audio สีขาวอยู่ด้านล่างของ Faceplate ครับ ส่วนตัว Shell ของผมจะใช้เป็นสีน้ำเงินแบบใสที่สามารถมองเห็นไดร์เวอร์ที่อยู่ด้านในของหูฟังได้ และรีบส่งมอบให้พี่ภูเพื่อดำเนินการส่งไปยังอเมริกา ซึ่งตอนที่ส่ง Ear Impression ไปแล้วก็ได้แต่หวังว่ามันจะออกมาสวยอย่างที่เราคิดไว้ครับ โดยสถานที่ปลายทางจะเป็นสถานที่ที่ได้สร้าง CIEM และ UIEM มากมายให้กับนักดนตรีชื่อดังและนักฟังเพลงจากทุกมุมโลกที่ JH Audio Headquarters รัฐฟลอริด้า ซึ่งพี่ภูบอกผมว่า โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนหรือมากกว่านั้น ผมก็ใจจดใจจ่อให้รอถึงวันนั้นเลยล่ะครับ !

 

 

 


กาลเวลาผ่านไปที่มั่นคงแก็ดเจ็ทสยามพารากอน หนึ่งเดือนกับอีก 5 วัน ก็มีโทรศัพท์โทรมาที่สาขาพารากอนจากออฟฟิศใหญ่ของมั่นคงแก็ดเจ็ท ซึ่งไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเป็นคนรับโทรศัพท์วันนั้น ข่าวดีที่ผมรอมานาน หูฟัง CIEM JH Audio 3XPro ของพอลมาถึงแล้วนะ จะรออะไรล่ะครับทีนี้ ผมนี่รีบออกเดินทางแบบไม่ว่าใครก็หยุดผมไม่อยู่ ( แต่ขออนุญาตพี่ ๆ ที่สาขาพารากอนก่อนแล้วนะ ) ไปที่ออฟฟิศทันที ครับ แวบแรกที่ได้จับกล่องของหูฟัง Custom ของตัวเองก็ยิ้มออกมา เดินทางจากอเมริกามาเหนื่อยไหมเจ้า 3XPro ? และแล้วเราก็บรรจงเปิดกล่องครับ

 

 

กล่องของ CIEM JH Audio 3XPro มาในลักษณะเป็นลูกบาศก์สี่เหลี่ยมสีดำสวยงาม มีดีเทลที่ฝากล่องเป็นโลโก้แบรนด์ JH Audio เมื่อผมเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายเลยครับ ทั้งเคสสำหรับเก็บหูฟังสุดรักของเราที่มีชื่อของเราอยู่บนเคส รวมถึง CIEM ของเราที่อยู่ในเคส และยังมีไม้สำหรับทำความสะอาดท่อนำเสียงและ Comply Soft Wraps มาให้อีกด้วยครับ บนฝากล่องก็ยังคงดีเทลที่สวยงาม มีคอนเซปของแบรนด์ JH Audio “ Great Artists, Legendary IEMs ” พร้อมกับโลโก้ JH Audio อยู่ตรงกลาง รายล้อมรอบด้วยชื่อศิลปินชื่อดังทั่วโลกที่ใช้หูฟังของ JH Audio อย่าง Guns N' Roses , Maroon 5 , Madonna , Owl City , Linkin Park , Pharrell Williams ครับ

 

 

 

พี่ภูเองก็ไม่รอช้า เข้ามาแนะนำวิธีการใส่เบื้องต้นให้กับผมครับ การสวมใส่ CIEM ในช่วงแรก ๆ อาจจะมีความรู้สึกไม่ชิน อาจจะมีความรู้สึกอึดอัดบ้างเพราะยังหามุมที่ถูกต้องและพอดีกับช่องหูของเราเพื่อที่จะใส่ CIEM ของเรายังไม่เจอ แต่ใช้งานไปสักพักก็จะชินกับหูฟังประเภทนี้มากขึ้นครับ แน่นอนว่าผมเองก็แว้บไปทำความสะอาดหูของตัวเองก่อนอีกรอบ และก็ถึงขั้นตอนที่รอคอยมานาน สวมหูฟัง CIEM และลองฟังครับผม

 

 

 

 


หลังจากที่ผมได้ลองสวมหูฟัง CIEM ของตัวเองเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกได้เลยครับว่าเสียงรอบตัวโดยรอบเงียบขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยจริง ๆ ครับ แม้ว่าผมยังไม่ได้เปิดเพลงฟังเลยด้วยซ้ำ และด้วยความที่เป็น CIEM ที่ทำจาก Ear Impression ที่เป็นทรงของหูของผมเอง ทำให้มีความกระชับมาก ๆ ใส่สบาย ไม่อึดอัดมากนัก และไม่ว่าจะสะบัดหัวเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดเลยครับผม ตอนนี้ผมจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมนักดนตรีหลาย ๆ ท่านถึงชอบใช้ CIEM แบบนี้

 

ไหน ๆ เล่ามาถึงการสวมใส่แล้ว ผมขอถือโอกาสรีวิวเสียงของเจ้า  CIEM JH Audio 3XPro กันด้วยเลยดีกว่าครับผม เผื่อท่านผู้อ่านที่กำลังสนใจอยากมี CIEM เป็นของตัวเองจะใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยครับ

 

 

 


ก่อนอื่นขอเ่าแห่งกำเนิดพังเสียงของเจ้า JH Audio 3XPro กันก่อนครับ เจ้า JH Audio 3Xpro ใช้ไดร์เวอร์ประเภท Balanced Armature ทั้งหมด 3 ตัวในแต่ะข้าง แบ่งออกเป็น Low 1 , Mid 1 , High 1 ครับ ซึ่งเสียงโดยรวมที่ออกมาแ้ว นับว่าเต็มอิ่มทุกย่านเสียงเยก็ว่าได้ครับ โดยเพงที่ผมนำมาประกอบการรีวิวนี้เป็นเพงที่ผมเปิดฟังในระหว่างที่เดินทางไปไหนมาไหนครับ ขออนุญาตยกมาทั้งหมด 4 เพงเพื่อไม่ให้ยืดยาวจนเกินไปนะครับผม

 

 

 

ฝันหวานอายจูบ  Stamp , Violette Wautier


เพงนี้ผมเพิ่งได้ฟังเมื่อไม่นานมานี้เองครับ แค่ชื่อเพงก็ชวนให้ผมอยากฟังแ้ว มาดูชื่อนักร้องที่เป็นพี่แสตมป์ร้องกับพี่วี วิโอเทอีกด้วย ผมจึงไม่รอช้าที่จะกดฟังเยครับ เสียงที่ออกมานับว่าอิ่มเอมไปกับเสียงดนตรีเยก็ว่าได้ครับ ตำแหน่งของนักร้องจะอยู่ตรงกางเยื้องไปเบื้องหังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถูกกืนหายไปไหน ยังคงโดดเด่นด้วยความ Warm ของพี่แสตมป์ แะเสียงร้องของพี่วี วิโอเทเองก็พิ้วไหว หวานไปกับชิ้นดนตรีได้อย่างไหื่น เสียงเบสนั้นมีพังหนักแน่น มวเบสูกใหญ่ แรงปะทะดีมาก ๆ ครับ เครื่องดนตรีอย่างกระเดื่องนั้นมีความสมจริง ให้ความรู้สึกเป็นสามมิติ ไม่ได้เป็นเพียงเสียง “ ตุบ ” แต่พาให้เรานึกถึงมือกองกำังเหยียบกระเดื่องแงน้ำหนักอยู่ที่กองอยู่จริง ๆ ครับ เสียงกางให้รายะเอียดชิ้นดนตรีดีเยทีเดียวครับ เสียงเปียโนที่อยู่เบื้องหังชิ้นดนตรีหักในช่วงท้ายของเพง เจ้า JH 3XPro ก็เติมมันเข้ามาให้เราได้ยินมากขึ้น เสียงมีความครบเครื่องขึ้นกว่าเดิม เวทีเสียงมีขนาดปานกางค่อนไปทางกว้าง ทำให้การจัดเรียงชิ้นดนตรีไม่มากองรวมกันตรงกาง มีการจัดแจงช่องไฟชิ้นดนตรีได้อย่างพอดิบพอดี สามารถจับตำแหน่งชิ้นดนตรีต่าง ๆ ได้ชัดเจน เสียงแหมเองก็ทอดตัวออกไปได้ไก ปายแหมไม่กุดทู่ ไม่ขุ่นไม่มัว แะไม่คมจัดจนบาดหูอีกด้วยครับ

Young Dumb & Broke – Khalid


มาที่เพงเน้นจังหวะกันบ้างดีกว่าครับ เนื้อเพงก่าวถึงชีวิตวัยรุ่นที่กำังสนุกสนาน ถึงจะไม่มีความรู้อะไรมากมาย ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีอิสระที่จะทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการได้ มาพูดกันในเรื่องของเสียงเบสกันก่อนเยดีกว่าครับ เสียงเบสให้แรงปะทะที่หนักแน่น ฟังสนุก มีน้ำมีนว จะเรียกว่าสะใจเยก็ได้อยู่ครับ  เสียงร้องสะอาดนุ่มนว เสียงแหมให้รายะเอียดที่ดีครับ แบ่งเเยอร์ของเสียงคอรัสแะนักร้องหักได้อย่างชัดเจน เสียงของเครื่องดนตรีเช่นเสียงไฮแฮทไม่ถูกกืนหายไปแต่อย่างใด ให้มิติเสียงโดยรอบดีอีกด้วยครั

 

 

 

 

365 วันกับเครื่องบินกระดาษ – BNK48


นับว่าเป็นอีกหนึ่งเพงที่ผมชอบฟังครับ ด้วยเนื้อหาเพงเปรียบเสมือนตัวเราเป็นเครื่องบินกระดาษำเ็ก ๆ ที่ดูจากภายนอกเหมือนไม่แข็งแรงเท่าไหร่ แต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้พับ ที่นำพาสิ่งต่าง ๆ ทั้งความฝัน ความตั้งใจ แะความหวังต่าง ๆ บินไปข้างหน้า แม้จะพบเจออุปสรรคต่าง ๆ มากมาย เครื่องบินำนี้ก็จะบินไปข้างหน้าโดยที่ไม่ย่อท้อ เพงนี้ผมได้ซื้อซีดีเก็บไว้ด้วย จึงมีโอกาสได้ฟังเพงนี้โดยผ่านการ RIP ซีดีผ่าน iTunes เป็นไฟ์ .aiff ความะเอียด 16 Bit 44.1 kHz ซึ่งก็ถือได้ว่าอยู่ในระดับ Uncompressed หรือก็คือเป็นไฟ์ที่ไม่ถูกดทอนคุณภาพจากต้นฉบับเยนั่นเองครับ เสียงที่ออกมานับว่าประทับใจผมเยทีเดียว่ะครับ ขอพูดถึงเสียงร้องของูกพี่เจนนิษฐ์ในท่อนแรกกันก่อนเยดีกว่าครับ เสียงร้องที่ออกมามีความกังวาน สดใส ให้มิติเสียงที่ดีมาก ๆ เยครับ ในส่วนของเสียงเบสยังคงให้ความรุกเร้าที่ดี หัวโน้ตเบสชัดเจน มีน้ำมีนวรายะเอียดเสียงกางอย่างเครื่องสายก็พิ้วไหว ระรื่นหูเยทีเดียวครับ เสียงแหมไม่น้อยหน้า คมชัดกำังดี เป็นรูปเป็นร่าง อิมเมจชัดเจน ครบถ้วนแะน่าประทับใจครับ

Snap – Ink Waruntorn ( อิ้งค์ วรันธร )


เพงนี้เป็นเพงเน้นจังหวะสนุกสนาน แนว Electronic เพราะ ๆ เน้นเสียง Synthesizer ที่เป็นสไต์ของอิ้งค์ครับ เพงนี้ก็เป็นอีกเพงหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้ซื้อซีดีเก็บไว้ โดยใช้วิธีการ RIP เป็นไฟ์ .aiff ผ่านโปรแกรม iTunes ความะเอียด 16 Bit 44.1 kHz เช่นกันครับผม เสียงกองในช่วงเริ่มต้นเพงก็มีแรงปะทะที่สนุกสนาน เสียงเบสเองก็ให้อิมแพคที่ดีเช่นกัน แะเมื่อเสียงของ Synthesizer เริ่มขึ้น รายะเอียดของเสียงแหมแะเสียงย่านอื่น ๆ ก็ตามมากันติด ๆ เยครับ เสียงแหมนั้นคมชัด เป็นประกาย ประกอบกับเสียงกางที่เป็นกีตาร์โดแ่นอยู่ในเบื้องหังได้เป็นอย่างดี  ทำให้เสียงดนตรีมีความครบเครื่องมากขึ้น เวทีเสียงที่มีความกว้างกำังดี ช่วยให้เครื่องดนตรีแบ่งช่องไฟได้มากขึ้น ทำให้ผู้ฟังสามารถจับตำแหน่งต่าง ๆ ของชิ้นดนตรีได้อย่างแม่นยำ เสียงร้องของอิ้งค์มีตำแหน่งอยู่ตรงกางค่อนไปด้านหังเ็กน้อย แต่ยังคงโดดเด่นแะให้ความสดใสได้เป็นอย่างดีครับ

 

 

 




โดยรวมแ้วเมื่อนำมาใช้ฟังเพงผมคิดว่าเหมาะกับเพงหากหายแนวยทีเดียวครับ ด้วยพังเบสที่เยอะ ทำให้เสียงที่ออกมาติดหู ฟังง่ายมากขึ้น จะฟังแนว Acoustic สบาย ๆ ก็ระรื่นหู จะฟังเพงเน้นจังหวะ เน้นบีทเพง ก็สนุกสนานไม่แพ้กัน หรือจะนำไปใช้ทำงานต่าง ๆ ด้านเสียงเพงก็ใช้ได้ครับ เพราะมีความเป็น IEM ( In – Ear Monitor ) ในตัวอีกด้วย นับว่าครอบคุมมาก ๆ เยทีเดียวครับสำหรับเจ้า JH Audio 3XPro ตัวนี้ แะนอกจากนี้ยังสามารถใช้งานกับสายอัพเกรดจากแบรนด์ต่าง ๆ ได้อีกด้วยนะครับผม

 


 



หากจะยกตัวอย่างแ้ว ผมชอบนำเจ้า CIEM 3XPro มาจับคู่กับสายอัพเกรด Labkable Super Nova MKIII มาก ๆ เยครับ เพราะเจ้าสายตัวนี้ใช้วัสดุเป็นทองแดงที่ทำให้เนื้อเสียงดูมีพงมากกว่าเดิม มวเบสมีความหนามากขึ้น อิมแพคมากขึ้น แะมีการเก็บรายะเอียดชิ้นดนตรีต่าง ๆ ดีขึ้นอีกด้วยครับ
 

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้กับท่านผู้อ่านที่กำังใช้หูฟังประเภท CIEM หรือกำังจะมี CIEM เป็นของตัวเอง ต้องหมั่นทำความสะอาดช่องหูของเราบ่อย ๆ นะครับ เนื่องจากเจ้าหูฟังประเภท CIEM นี้ไม่ต้องใช้จุกหูฟังในการใช้งาน สามารถสวมเข้าไปในหูของเราได้ทันที ถ้าหากไปพบเข้ากับสิ่งสกปรกแ้ว่ะก็ อาจจะเกิดปัญหาท่อนำเสียงอุดตันได้ ซึ่งจะทำให้เสียงที่ออกมาไม่ครบถ้วนครับ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการนำไม้ทำความสะอาดที่มีมาให้เขี่ยออกครับผม

เอา่ะครับ หังจากที่แชร์ประสบการณ์กันมาอย่างยาวเหยียด ต้องขอขอบคุณที่อ่านมาจนจบจริง ๆ ครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับวันนี้ หมดเวาของผมแ้วครับ หากมีข้อสงสัยอะไรตรงไหน สามารถทิ้งคำถามกันไว้ได้นะครับผม หากมีโอกาสจะรีบมาตอบข้อสงสัยในทันทีครับ หรือจะเข้ามาสอบถามแนวเสียงของ CIEM แต่ะแบรนด์ที่มั่นคงแก็ดเจ็ทสาขาสยาม พารากอน หรือสาขาเรือธงก็ได้เช่นกันครับผม ทั้งสองสาขานี้มีให้ทุก ๆ ท่านได้องฟังกันอย่างจุใจแน่นอนครับ สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวากันไปก่อน ไว้พบกันที่มั่นคงแก็ดเจ็ทนะครับผม :)

 
 
 
 

 

 

 

 

 

บทความโดย :  พูน / Siam Paragon  เขียนเมื่อ :  10 ก.ค. 2561



 



สินค้าที่เกี่ยวข้อง