มั่นคง munkonggadget

รีวิวจากลูกค้า : 7 เครื่องเล่นเพลงระดับเทพ(นิยาย) โดยคุณ Rabhiman

 


ไปลอง DAP มา 7 ตัว ล่อไป 3 ชม. ที่ร้านเฮีย เรียกได้ว่านั่งจนตะคริวกินง่ามก้นกันเลยทีเดียว ก็เลยคิดว่าจะมาแบ่งปันให้ฟังกัน เผื่อท่านไหนจะไปลองบ้าง ฮ่าๆๆ

 

DAP ที่วันนี้ลองได้แก่


iBasso DX200 l OPUS#2 l OPUS#3 l AK KANN l AK 320 l AK 380 l Sony NW-WM1Z Gold
 

ครั้งนี้ผมจัดเต็ม ยัดเพลงเทสใส่ micro SDcard เตรียมหูฟังไปครบทั้ง full size, in-ear, ear-bud แถมยังพก ALO CV5 หลอด Mullard ไปด้วย รวมถึง ipod ก็เอาไป... เรียกได้ว่า ไหล่ทรุดกะน้ำหนักเป้มากๆครับวันนี้ ฮ่าๆๆ

 

หลังจากอ่าน review นอก แทบทุกรุ่นเท่าที่ google จะมี ผมตั้งธงไว้ว่าจะไปหา DAP ที่ให้เสียงเหมือนกับ iPod Classic SSD 480GB + line out สาย M2M DHC fusion ถัก 8 หัว toxic + ALO CV5 + หลอด Mullard 6112 + Beoplay H6 Special Edition เพราะฟังแล้วมันช่างเหมือนฟังลำโพงบ้านดี ๆ ที่อุ่น ๆ แต่ได้รายละเอียดครบแบบไม่ต้องเพ่ง ไม่ล้าหู ฟังสบายๆ ได้ทุกแนวทุกเพลง มีความเป็นดนตรีสูง เรียกได้ว่าอารมณ์เป็น Hi-res Analog ประมาณนั้นเลยครับ

 

ช่วง 2 ชม. แรกผมใช้หูตัวเดียวในการ review คือ Beoplay H6 Special Edition (Electro-dynamic, closed-back driver, 40 mm diameter @ 30 Ohms) นะครับ ที่ใช้ H6 ตัวนี้เพราะว่ามันเป็นหูที่ขี้ฟ้องมาก (H6 แต่ละ serie จะถูกจูนมาไม่เหมือนกันนะครับ) Special Edition นี่จะมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความถี่ได้สูง เรียกได้ว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของต้นทางนิดหน่อยเจ้าหูตัวนี้ก็จะถ่ายทอดออกมาหมดครับ แล้วถึงว่าจะปรับโหดแค่ไหน เจ้าหูตัวนี้ก็ไม่มีอาการเพี้ยนหรือพีคจนพร่าแต่อย่างใด ผมเลยเลือกหูตัวนี้มาเป็นปลายทางของผมวันนี้

ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเลยครับ...


 

" อ้อลืมบอก... review นี้ผมจะเน้นไปที่เสียงเป็นส่วนใหญ่นะครับ "

 

 

 

iBasso DX200

 



ตัวนี้เสียงจะมาทางสว่าง รายละเอียดเลยถูกขุดขึ้นมาแบบมหาศาล มากซะจนผมรู้สึกว่าถ้าฟังนานๆน่าจะไม่ไหว อาจจะมีอาการล้าหูได้ เจ้า DX200 น่าจะเป็นตัวที่ปลายแหลมพุ่งไปได้ไกลสุดในบรรดา DAP 7 ตัวที่ผมฟังวันนี้
 

เสียงกลางดีแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นมาก ตำแหน่งไปข้างหน้าเล็กน้อย เบสแน่นและกระชับลงไปได้ลึกแต่ไม่ค่อยอุ่น ส่วน Soundstage กว้างขวางแต่ก็ไม่ถึงกับฟุ้งแต่อย่างใด 

 

 

ใครที่ชอบแนวสว่าง ๆ รายละเอียดยุบยิบเยอะๆแบบขุดคุ้ยขึ้นมาหมดก็แนะนำตัวนี้ครับ รับรองได้ยินทุกอย่างทั้งที่ผู้แต่งตั้งใจให้ได้ยินและไม่ได้ตั้งใจให้ได้ยินครับ ฮ่าๆๆ เอาง่าย ๆ คือเหมือนเครื่องดื่มผสมโซดาครับ กิน (ฟัง) และรู้สึกแบบนั้นเลย หรือท่านไหนจะเอาไป match กะหูฟังโทน dark หรือ อุ่นๆก็น่าจะไปกันได้ดีครับผม ตัวนี้เป็น andriod นะครับ สามารถลง steaming app ได้ครับ

 

 


 

 

OPUS#2
 



เบอร์สองนี่ผมฟังแล้วจับ charactor ได้ว่าออกแห้ง ๆ ครับ แห้ง ๆ ในที่นี่คือเสียงจะแบน ๆ แต่ไม่บางนะครับ อารมณ์เหมือนกินโดนัทไม่มีไส้ครับ (นึกออกป่าวหว่า) โดยรวมยังออกไปโทนสว่างแต่ไม่เท่ากับ DX200 ครับ

 

เลยทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ารายละเอียดน้อยกว่าหน่อยแต่จริงๆไม่หนีกันมากครับ คงเป็นเพราะ DX200 มันสว่างกว่าจึงรู้สึกเหมือนรายละเอียดมันพุ่งเข้ามาหาเรามากกว่าครับ เสียงกลางตัวนี้เลยอยู่กลางๆตำแหน่งไม่พุ่งออกข้างหน้า เบสลงไปได้ลึกกว่า DX200 แต่ไม่กระชับเท่า Soundstage แคบกว่านิดเดียวครับ

 

 

ใครชอบแนว flat หรือ natural น่าจะเหมาะครับ แต่ส่วนตัวแล้วผมว่ามันแห้งไปทำให้ความเป็น musical หายไป ฟังไม่ค่อยสนุกครับ แต่ถ้าเอาไป match กับหูที่ color เยอะๆ น่าจะไปกันได้ดีครับ
 



OPUS#3


น้องใหม่ของค่ายนี้เป็นอะไรที่ลงตัวมากครับ เสียงกลางๆแต่ฟังสนุกขึ้น แหลมไปได้ไกลโดยที่ไม่บาดหู รายละเอียดก็มีให้ได้ยินครบ เสียงกลางมาข้างหน้ามากกว่า #2 และเริ่มมีรายละเอียดของย่านกลางให้ได้ยินมากขึ้น นักร้องเป็นนักร้องมากขึ้น มีความเป็นดนตรีมากขึ้น

 

ส่วนเบสนั้นไม่ต่างกับ #2 มากครับ เก็บตัวเร็วกว่าเล็กน้อย soundstage กำลังดีตำแหน่งเครื่องดนตรีชัดขึ้น ถ้าเทียบกัน #2 จะเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ส่วน #3 จะเหมือนเส้นเกี้ยมอี๋ ส่วน DX200 จะเหมือนเส้นหมี่ >< หิวเลย...
 

จะเห็นว่าทั้ง 3 ย่านความถี่เจ้า #3 นี่ทำได้ดีมาก แต่ผมติงอยู่นิดเดียวคือความต่อเนื่องของแต่ละช่วงความถี่ยังไม่ไหลลื่นนัก ง่ายๆคือยังไม่ค่อยสมูทเท่าไร ด้วยลักษณะเสียงของเจ้า #3 นี่ทำให้น่าจะเข้ากับดนตรีหรือหูฟังได้หลายประเภทครับ แต่ประเภทดนตรีที่จังหวะเร็วๆกระชับหรือมี decay สั้น ๆ นี่น่าจะเข้ากันดีมากครับ


จุดแข็งของ DAP ตัวนี้คือเป็น android ครับ สามารถลง steaming app ได้เหมือนกับ DX200 แต่ไม่มี bug เช่นอาการเลื่อนละไม่ไป interface หน่วงๆ นั้นไม่มีให้เห็นใน #3 แต่อย่างใด
 


 

AK KANN



มาถึงตัวที่กระแสแรงที่สุดในตอนนี้... ท่านข่าน! KANN เป็น DAP ที่ผมถือว่าคุ้มค่ากับราคามากที่สุดในบรรดา DAP ทั้ง 7 ตัวที่ผมฟังมาวันนี้ ทั้งส่วนของน้ำเสียงและส่วนของ features

 

มันเป็น DAP ที่ถูกจูนมาให้ฟังสนุก ติดหูง่าย และมีความเป็นดนตรีสูงกว่าทุกตัวด้านบน ย่านสูงนั้นทำได้ดีมาก รายละเอียดเทียบเท่า OPUS#3 แต่ไม่พุ่งเข้ามาเท่า DX200 เรียกได้ว่าย่านปลายสูงจะมนกว่า DX200 ครับ ส่วนย่านกลางนี้คืออะไรที่ผมชอบมาก เสียงร้องจะเปิดกว่า DAP ทั้ง 3 ตัวด้านบนและมีมวลของเนื้อเสียงให้ได้ยินมากขึ้นอย่างรู้สึกได้ ลูกเอื้อนลูกคอของนักร้องนี่มีให้ได้ยินแบบไม่ต้องเพ่ง มีความหวานแบบไม่เลี่ยนและไม่พุ่งเข้าหน้า ตำแหน่งย่านกลางจะออกไปด้านหน้ามากกว่า OPUS#3 นักร้องมีตัวตนชัดเจนมากกว่าสัมผัสได้ง่ายกว่า ทำให้ฟังแล้วมีความอินกับดนตรีได้ง่ายขึ้น 

 

 

ส่วนย่านเบสนั้นถือว่าทำได้ดีที่สุดในบรรดา DAP ทั้ง 3 ตัวด้านบน impact ดีมาก เก็บตัวไว กระชับและฟังสนุก ลงได้ลึกแต่ไม่มีอาการบวมแต่อย่างใด เบสตัวนี้ทำได้ดีกว่า AK380 ด้วยซ้ำไป ถ้าเทียบเบสของ KANN กับ AK320 จะเหมือนกะกินโดนัทคริสปี้ครีม กับ มิสเตอร์โดนัท ความหนึบและเนียนของแป้งมันคนละแบบกัน (อูยยยยย หิวอีกแล้ว) Soundstage ทำได้ดี ตำแหน่งและระยะแม่นกว่า OPUS#3 อย่างรู้สึกได้ KANN อาจจะแคบกว่านิดนึงแต่มีความนิ่งกว่า OPUS#3 ในเรื่องการใช้งานนี่ไหลลื่นตามสไตล์ AK ครับ



อ้อ...กำลังขับตัวนี้ดีมากครับ เจ้า OPUS#2 และ #3 นี่ผมต้องปรับ gain เป็น high และเร่งจนถึงช่วงใกล้ขอบบนถึงจะขับ H6 ออกมาได้หมด ส่วน KANN นี volume 70% -80% ขับได้สบาย ๆ แนวเสียงฟังได้กับเพลงหลายแนวครับไดนามิคดีมาก ฟังสนุกครับ
 



AK320 

ตัวนี้แนวเสียงค่อนข้างชัดครับ เสียงโดยรวมมันเหมือนมีหมอกมาคลุมไว้ครับ ทึบกว่า KANN อย่างรู้สึกได้ อาจจะเป็นเพราะ DAP ทั้ง 4 ตัวที่ผมฟังจะออกแนวสว่างๆมาหมด พอมาเจอ AK320 เลยรู้สึกหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แต่จะว่าหม่นบางทีก็ไม่ถูกครับ ผมขอเรียกว่าแนว warm ละกันครับ อุ่นๆนุ่มๆ ฟังสบายๆได้เรื่อยๆไม่ล้าหู แนวเสียง ประเภทนี้จะเหมาะกับหูที่สว่างมากๆ หรือปลายแหลมไปไกล เอามาคู่กับ 320 น่าจะสมดุลกันดีครับ พอดีไม่ค่อยใช่แนวผม เลยฟังได้นิดเดียวก็ข้ามไปครับ
 


 

AK380


ตัวนี้ต้องให้เค้าครับ (อดีต) ตัวท๊อปของ AK ที่เด่นคือเสียงกลางมาแบบน่าฟังมากครับ ทำได้ดีกว่า KANN อีกระดับนึงเลยครับ ทั้งความโปร่งและเนื้อเสียงมาแบบเต็มๆ เรียกได้ว่าเป็นไวน์ full body ชั้นเยี่ยมเลยครับ นักร้องที่มาแบบใกล้ชิดเลยครับ มีความเป็น analog อยู่ในแนวเสียงโดยรวมทั้งหมดครับ การแยกแยะตำแหน่งเครื่องดนตรีก็ทำได้ดีกว่า KANN ครับ นอกจากซ้ายขวาแล้วเริ่มมีบนล่างมาให้ได้ยินมากขึ้น ความนิ่งของตำแหน่งก็ดีขึ้นแบบจับสังเกตุได้ โดยที่ AK380 จะสว่างกว่า AK ทุกรุ่นที่ผมฟังวันนี้ครับ ซึ่งเป็นผลจากย่านสูงที่เปิดมากกว่าทุกรุ่นครับ ทำให้ปลายแหลมขึ้นไปได้อีก จนบางเพลงผมเริ่มจะรู้สึกว่ามากไป เรียกได้ว่ามากกว่า KANN แต่ก็ยังไม่เท่า DX200 นะครับ 

 

ส่วนย่านต่ำนั้นทำได้ไม่เท่า KANN ครับ เบสลงไปไม่ลึกเท่า และ impact ก็ไม่เท่ากับ KANN ครับ เรียกได้ว่าช่วง low-deep bass ลงไปนี่ยังด้อยกว่า KANN แต่ที่ทำได้ดีเยี่ยมคือความต่อเนื่องของความถี่ครับ ตั้งแต่ mid-bass จน mid-high นี่ลื่นไหลต่อเนื่องกันมากๆครับ เป็น DAP ที่มีความเป็นดนตรีสูงมากครับ 

 

DAP ตัวนี้น่าจะเหมาะกับแนว audiophile ครับ track ดีๆนี่มีไหลตายกันไปข้างนึงครับ น่าฟังมากครับ เพลงต่อเพลงต่อเพลงแน่นอนครับ แต่อาจจะไม่เหมาะกับแนว rock หรือดนตรีที่เน้นเบสเท่าไรนะครับกำลังขับโอเคเลยครับขับ H6 @ 30Ohms ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ
 


 

SONY NW-WM1Z Gold



เจ้า sony รุ่นท็อปตัวนี้เป็นตัวที่ผมหารีวิวอ่านเป็นตัวสุดท้ายเลยครับ เนื่องจากมันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเล่นเพลงที่อยู่ในเครื่อง อ่านใน SD บางทียังได้บ้างไม่ได้บ้างเลยครับ...


WiFi ก็ไม่มีเพราะงั้นเลิกหวังเรื่อง steaming เป็น USB DAC ก็ไม่ได้ ทำให้ต่อคอมไม่ได้ ต่อมือถือก็ไม่ได้ Line out ก็ไม่มี ต้องใช้ adapter ของ sony ที่เป็นสายแถมง่อยๆ ฟัง DSD ก็ต้องต่อช่อง balance 4.4 เท่านั้นถึงเล่นแบบ native ยังดีมี bluetooth มาให้แต่ก็คงไม่ได้ใช้มาก ที่สำคัญมันหนักมาก รีวิวนอกบางอันบอกว่าถ้าใส่กระเป๋ากางเกงไว้กางเกงคุณจะหลุดลงมากองกะพื้นเลย ซึ่งผมเห็นด้วย 100% ฮ่าๆๆๆ


คือ…มันเป็น player ที่เป็นระบบปิดมากๆ อารมณ์เหมือน walkman สมัยก่อนเลยครับ มันเกิดมาเพื่อฟังเพลงอย่างเดียว

แต่นั่นแหละ...ที่ทำให้มันสุดยอด!

 


พร้อมยังครับ?


ผมขอเริ่มด้วยเสียงกลางครับ ผมแทบจะไปไซ้ซอกคอนักร้องได้เลยเนี่ย มัน intimate มาก เหมือนเค้ามายืนร้องให้ฟังตรงหน้าจริง ๆ เลย ถ้าไม่กลัวหาว่าเวอร์ผมแทบจะได้กลิ่นของนักร้อง (สาว) เลยด้วยซ้ำ ความละเอียดละเมียดละไมของเสียงร้องมันทำให้ผมถูกดูดเข้าไปในดนตรีได้แบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน อารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้นของนักร้องมันได้ถูกถ่ายทอดออกมาหมด เรียกได้ว่าเหมือนไปนั่งจิบวิสกี้ชั้นเยี่ยมที่อยู่ใน Jazz Club ของโรงแรม 5 ดาวเลยทีเดียว ชนะเลิศมาก ๆ ครับในเรื่องงานร้อง กินขาดทุกสำนัก ส่วนย่านสูงนั้นก็ทำได้ดีครับ เป็น DAP ที่เอารายละเอียดออกมาได้หมดโดยที่ปลายแหลมไม่ต้องไปไกลจนสุดครับ ง่าย ๆ คือไม่มีอาการบาดหูแต่อย่างใดครับ ความสว่างจะอยู่ตรงกลางระหว่าง OPUS#3 กับ KANN ครับ พอประกอบกับย่านกลางที่ทำได้ดีมากๆเลยทำให้ DAP ตัวนี้ฟังสบายมาก ๆ โดยที่ให้รายละเอียดครบถ้วนครับ ย่านเบสตัวนี่ทำได้ดีกว่า AK380 ครับ NW-WM1Z ลงไปได้ลึกสุดในบรรดา DAP ที่ผมฟังวันนี้ แต่ไม่กระชับเท่า KANN นะครับ โดยรวมจะอุ่นกว่านุ่มกว่า หางเสียงลากยาวกว่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ล้นหรือบวมแต่อย่างใดครับ 

 




ที่สำคัญคือ Soundstage ดีมากครับ ขนาดกำลังดีและมีทั้งแนวนอนกับแนวตั้งครับ มีความเป็น 3D สูงที่สุดในบรรดา DAP ที่ฟังทั้งหมดครับ ตำแหน่งเครื่องดนตรีชัดในระดับที่กำหนดเป็นจุดได้ทั้งบนล่างและซ้ายขวา เรียกได้ว่าแยกตำแหน่งเครื่องดนตรี 5 ชิ้นออกจากกันได้อย่างไม่ยากครับ (ขึ้นอยู่กับคุณภาพ file เพลงด้วยนะครับ) ความนิ่งของพื้นหลังทำได้ยอดเยี่ยมครับ ให้บรรยายง่ายๆคือจะเหมือนการนั่งฟังชุดเครื่องเสียงดีๆที่บ้านมากกว่าฟังหูฟังครับ 

 

 

NW-WM1Z ตัวนี้ให้ความเป็น analog สูงมากครับ  มีความคล้ายแอมป์หลอดอย่างมากครับ มีความอุ่นละมุนละไมต่างจาก DAP ตัวอื่นอย่างชัดเจนครับ ความเป็นดนตรีสูงมาก ถ่ายทอดออกมาได้หมดจด ฟังสบายๆได้เรื่อยๆแบบไม่มีอาการล้าหูแต่อย่างใด นอกจากงานร้องแล้ว เครื่องสายก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก สำหรับผมแล้วมันเหมาะกับดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีจริงๆมากครับ แต่เนื่องจากความนุ่มของ DAP ตัวนี้ ทำให้ดนตรีบางประเภทโดยเฉพาะดนตรีสังเคราะห์อาจจะไปได้ไม่สุดมากนัก ความกระชับและความพีคของแต่ละความถี่อาจจะไม่สุดนัก เพลงแนว eletronic อาจจะกลายเป็นฟังสบายไปเลย

 

สำหรับผมแล้วเจ้า SONY NW-WM1Z เลยตรงโจทย์ที่ผมตั้งไว้ธงไว้แต่แรกมากสุดครับ ผมจึงให้ตัวนี้ชนะไปโดยเอกฉันท์
 


 

หลังจากได้ผู้ชนะแล้วผมเลยลองเปลี่ยนหูอื่นมากฟังบ้าง ซึ่งได้ผลดังนี้ครับ

 

- SONY NW-WM1Z + Sennheiser IE800 ย่านสูงไปได้ไกลขึ้นอีก เสียงกลางถอยลง รายละเอียดน้อยลง ความโปร่งน้อยลง เบสลึกขึ้นและมีมวลมากขึ้น

- SONY NW-WM1Z + Beoplay H3 ANC แหลมขึ้นไปมากกว่า IE800 ย่านกลางพุ่งมากขึ้นจนเยอะไป โปร่งมากขึ้น เบสใกล้เคียง H6
- SONY NW-WM1Z + Shozy Stardust  สมดุลดี แหลมขึ้นไปอีกเล็กน้อยแต่ไม่บาดหู กลางใกล้เคียง H6 เบสน้อยกว่า H6
- SONY NW-WM1Z + B&W P9 Signature โดยรวมทุกย่าน up ขึ้น ย่านกลางกับแหลมพุ่งกว่า H6 ทำให้รายละเอียดยุบยิบมากขึ้น แต่ไปในทางที่เยอะเกินไปจนน่าจะฟังไม่ได้นานเท่า H6 

 

พอใช้กับหูหลายๆตัวเลยทำให้เห็นว่า SONY NW-WM1Z เป็น DAP ที่รักษาลักษณะเสียงของหูฟังแต่ละตัวไว้ได้อย่างดี จะพูดว่ามันเป็น DAP ที่เป็นกลางก็อาจจะพูดได้ แต่ทำให้มันเป็น DAP ที่เลือกหูพอสมควร ทำให้การ matching นี่สำคัญมาก ผมเคยเอา Beoplay H8 ที่โทนเสียงจะออกเป็น V shape มาฟังแล้วฟังไม่ได้เลย เบสก็ออกมาบวมๆ กลางทิ่มหน้าไป แหลมก็น่ารำคาญ

 

ลืมบอกว่ากำลังขับ Sony จะสู้ AK380 หรือ KANN ไม่ได้ครับ บางเพลงผมต้องเปิดสุดหลอดถึงจะขับ H6 หมดครับ
 

***ผมขอออกตัวนะครับว่า การรีวิวนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล สุดท้ายแล้วการหาคู่ที่เหมาะสมและสมดุลที่สุดของต้นทาง (ระหว่างทาง) และปลายทางนั้นสำคัญที่สุดครับ  ผมตั้งใจรีวิวเพื่อให้ท่านเอารีวิวผมไปเป็นแนวทางในการจับคู่ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละท่านครับ เพราะจริงๆแล้ว DAP ทุกตัวที่ผมฟังวันนี้นั้นถือเป็น สุดยอดของ DAP ในแต่ละค่ายแล้วครับ ไม่มีตัวไหนดีกว่าตัวไหนครับ ทุกตัวดีในแบบของมันหมดครับ การรีวิวจึงเป็นการเปรียบเทียบแต่ละรุ่นเพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นครับ***

 

สุดท้ายต้องขอขอบคุณน้องๆที่มั่นคงพารากอนมากๆครับ ที่เอา DAP มากองให้ผมลองถึง 7 ตัว 3 ชม โดยที่ไม่มีบ่นสักคำฮ่าๆๆ

 

 

 


        

 

 

 

เขียนโดย :   Rabhiman   เขียนเมื่อ 7 พ.ค. 2561

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง