มั่นคง munkonggadget

จุดเริ่มต้น ก่อนจะมาเป็นลำโพง Fender

 


ลังจากที่ผมได้มีโอกาสเล่าถึงแบรนด์แอมป์กีตาร์เก่าแก่จากอังกฤษอย่าง Marshall ไปแล้ว ในบทความนี้ผมอยากจะพูดถึงอีกแบรนด์นึงที่ถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีอย่าง Fender ครับ เพราะนอกจากจะทำอุปกรณ์ดนตรีแล้ว คราวนี้ยังมีสินค้าในกลุ่ม Consumer มาร่วมแชร์ตลาดกับเค้าบ้าง ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าเป็นกระแสที่มาแรงจริงๆครับสำหรับแบรนด์เครื่องดนตรีชั้นนำหลายๆเจ้า ที่พยายามขยายไลน์สินค้าสำหรับเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ไม่ใช่แค่สำหรับนักดนตรีเท่านั้น และด้วยประวัติอันยาวนานและการมีส่วนร่วมอันสำคัญในประวัติศาสตร์ทางดนตรีจากแบรนด์ Fender นั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจึงขอกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งในการเล่าถึงแบรนด์นี้ครับ 


 

บริษัท Fender (ชื่อเต็มคือ Fender Musical Instruments Corporation ในปัจจุบัน) ถูกก่อตั้ง ในปี 1946 โดย Leo Fender ครับ เค้าคือบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นบิดาแห่งกีตาร์ไฟฟ้า ซึ่งความเป็นจริงแล้วคุณปู่ลีโอไม่ได้เป็นคนแรกที่คิดค้นกีตาร์ไฟฟ้าครับ (เอ๊ะ!) แต่เป็นคนที่ทำให้กีตาร์ไฟฟ้าลำตัวตันเป็นที่นิยม และ เป็นต้นแบบให้กับกีตาร์ไฟฟ้าที่เราเห็นภาพในทุกวันนี้ครับ หรือจะพูดอีกแบบว่าเค้าเป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกีตาร์ไฟฟ้าชัดเจนขึ้นนั่นเองครับ โดยลีโอนั้นถือว่าเป็นนักประดิษฐ์ตัวยงก็ว่าได้เพราะชอบงัดแงะดัดแปลงอุปกรณ์วิทยุต่างๆครับ ซึ่งก่อนที่เค้าจะก่อตั้งบริษัทก็เคยเป็นช่างซ่อมวิทยุที่ถูกขอให้ซ่อมอุปกรณ์อิเลคทรอนิกต่างๆนาๆอย่างชุดเครื่องเสียงและเครื่องขยายเสียงสำหรับเครื่องดนตรี ซึ่งนั่นทำให้เค้ามีพื้นฐานในการทำแอมป์กีตาร์อันเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำคัญที่สร้างชื่อให้กับ Fender ทั้งในช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัทและมาจนถึงปัจจุบันแอมป์ยังคงเป็นต้นแบบเป็นแรงบันดันดาลใจให้กับแอมป์กีตาร์หลายๆแบรนด์ครับ



ในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัท Fender ได้ทำแบนโจไฟฟ้าออกมาขายร่วมกับทำกิจการอื่น ๆ เช่นปล่อยเช่าชุดเครื่องเสียงครับ จนการมาถึงของกีตาร์ไฟฟ้ารุ่น Broadcaster ในปี 1950 ที่ทำให้กีตาร์ไฟฟ้าลำตัวตันเป็นที่นิยมอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เพราะในช่วงแรกของการคิดค้นกีตาร์ไฟฟ้านั้นมักจะมาจากการนำกีตาร์โปร่งหรือกีตาร์ที่ดีไซน์และโครงสร้างคล้ายกีตาร์โปร่งมาติดอุปกรณ์ที่ทำหน้าเหมือนไมโครโฟนที่มีชื่อเรียกว่า pickup ครับ

 


ซึ่งปัญหาที่เจอนั้นมักจะเป็นอาการหอนจากลำตัวที่โปร่งของกีตาร์อคูสติกที่ควบคุมได้ยาก จนเร่งเสียงหรือขยายเสียงให้ดังมากไม่ได้ครับ อีกทั้งกีตาร์โปร่งยังมีกรรมวิธีที่ยากและต้องการช่างที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในการผลิต ซึ่งต่างจากการออกแบบอย่าง Broadcaster ที่เป็นบอดี้ชิ้นเดียว  ซึ่งทำให้อาการหอนของกีตาร์หายไปอย่างมาก และการต่อเข้ากับคอกีตาร์โดยใช้น็อตยึดทำให้ผลิตแบบ mass production ได้ง่ายกว่า ซึ่งภายหลังกีตาร์รุ่นนี้ได้พัฒนาข้อบกพร่องต่างๆและเปลี่ยนชื่อจนกลายเป็นรุ่น Telecacster ในช่วงปี 51-52

 

 

 

 

ซึ่งศิลปินใช้กีตาร์รุ่นนี้มีตั้งแต่ 

 

ซึ่งในขณะเดียวกัน Fender ก็ได้ปล่อย Precision Bass เบสไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์อีกด้วยครับ 


มาจนถึงปี 1954 Fender ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวกีตาร์ไฟฟ้ารุ่น Stratocaster หรือชื่อเล่นที่ถูกเรียกว่า Strat ครับ ด้วยทรงแบบ doublecut หรือทรงที่มีเขากีตาร์ทั้งสองข้างอันเป็นเอกลักษณ์ที่หากใครนึกถึงกีตาร์ไฟฟ้าแล้ว ถึงแม้จะเล่นกีตาร์ไฟฟ้าไม่เป็นก็ตาม มักจะนึกถึงทรงกีตาร์แบบ Stratocaster นี่ล่ะครับ โดยความแตกต่างคือการออกแบบวงจรอิเลคทรอนิกที่มี pickup สามตัววางเรียงกันทำให้ได้โทนเสียงที่แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง Telecaster ครับ อีกทั้งยังมีการติดตั้งสะพานสายแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาให้สามารถควบคุมหางเสียงได้ซึ่งทำให้ผู้เล่นขยายขอบเขตการเล่นกีตาร์ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไป

 

 

ซึ่งแรก ๆ นั้นเป็นที่นิยมและถูกใช้ในดนตรี Blues และแนว Surf Rock อย่าง The Shadow,  The Ventures และผู้ที่บุกเบิกให้ดนตรี Surf เป็นที่นิยมอย่าง Dick Dale โดยศิลปินที่เลือกใช้นั้นเรียกว่านับยังไงก็ไม่ครบครับเพราะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ถ้าพูดถึงมือกีตาร์ไอคอนที่มีภาพลักษณ์ติดอยู่กับเจ้า Stratocaster แล้ว ก็ได้แก่ Jimi Hendrix, Eric Clapton และ Jeff Beck ซึ่งรายชื่อทั้งหมดนี้ทั้งวงการต่างยกให้เป็น Guitar Gods ไปเรียบร้อยละครับ 

 



นอกจากกีตาร์ไฟฟ้าแล้ว สิ่งที่ Fender ถนัดมาตั้งแต่ต้นและเป็นสินค้าหลักของแบรนด์อยู่เสมอก็คือแอมป์กีตาร์นั่นเองครับ แอมป์อย่างรุ่น Tweed Twin หรือ Twin Reverb นั้น ขึ้นชื่อในเสียงคลีนที่มีความอิ่มและกังวาลและเอฟเฟกต์รีเวิร์บที่ติดตั้งมากับแอมป์นั้นให้มิติของเสียงที่น่าหลงใหลและกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของแอมป์ Fender ไปแล้ว และยิ่งเมื่อใช้คู่กันกับกีตาร์ Fender ด้วยกันแล้วนั้น ก็ได้ก่อเกิดเป็นโทนของกีตาร์ที่มีชื่อเรียกว่า Twang ซึ่งต่างเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่มือกีตาร์ทั้งหลายตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

 

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ Fender เคยได้สร้างไว้ครับ ตอนหน้าผมจะมาเล่าถึงนวัตกรรม การลองผิดลองถูกของ Fender และอีกช่วงยุคหนึ่งที่เป็นช่วงยุคมืดของแบรนด์ ข้ามผ่านกาลเวลาจนมาถึงการขยายดินแดนสู่ไลน์สินค้าแนวไลฟสไตล์ในปัจจุบันนี้ครับ แล้วเจอกันในตอนหน้าครับ สวัสดีครับ

 

 


 

 

 

    บทความโดย :  ต่าย / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 4 ม.ค. 2560