มั่นคง munkonggadget

หูฟัง HYBRID DRIVER คืออะไร

 


สวัสดีครับนักฟังทุกท่าน แน่นอนครับตามหัวข้อที่กล่าวไว้ข้างต้นกับเรื่อง  HYBRID DRIVER คืออะไร วันนี้ผมจะมาพูดคุยในรายละเอียดพอสังเขปกับหูฟังในลักษณะนี้กันครับผม

 

ก่อนอื่นคงต้องพูดกันถึงเรื่องชนิดของไดร์เวอร์หูฟังแบบต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องไดร์เวอร์หูฟังกันก่อนครับ ซึ่งไดร์เวอร์ของหูฟังนั้นสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้อยู่ 4ชนิดครับ

 

 DYNAMIC
 


ไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC เป็นไดร์เวอร์มีความเป็นมายาวนาน ซึ่งนักฟังทุกท่านคงจะเคยผ่านประสบการณ์การใช้งานไดร์เวอร์ชนิดนี้กันมาก่อนแล้วแน่นอน เพราะหูฟังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมใช้ไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC อยู่ซึ่งมีให้พบเห็นได้ทั่วไป เช่นหูฟังที่แถมมาพร้อมมือถือ หูฟังแบบเอียร์บัด หูฟังฟูลไซส์ทั่วไปที่พบเห็นได้ในตลาดหูฟัง พูดมาถึงตรงนี้หลายๆท่านคงร้อง “อ๋อ”กันบ้างแล้วนะครับ มาว่ากันต่อเรื่องการทำงานของไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC กันครับ ส่วนประกอบการทำงานหลักๆคือ Magnet(แม่เหล็ก), Voice Coil และ Diaphragm 


การทำงานจะเริ่มจากการส่งกระแสไฟไปที่ Voice Coil ผลทำให้ Voice Coil มีสภาพกลายแม่เหล็กที่ขั้วตรงข้ามกับ Magnet (แม่เหล็ก)อีกชุดที่ติดอยู่กับ Voice Coil ซึ่งการทำงานในส่วนนี้เองที่ Diaphragm ถูกผลักเข้าออกตามการไหลของสัญญาณไฟ ทำให้เกิดการกระเพื่อมหรือการสั่นของ Diaphragm ครับผม สรุปได้ว่า การกำเนิดเสียงนั้นเกิดจากการสั่นของ Diaphragm นั่นเองครับ

 

 

ตามมาด้วยเรื่องของเสียง DYNAMIC DRIVER นั้น DRIVER 1 ตัวจะออกเสียงทุกย่านเสียง มีความโดดเด่นเรื่องเนื้อเสียงที่เป็นธรรมชาติ ความลื่นไหลของเสียง ความสุขุมลุ่มลึกของเบสที่สามารถสัมผัสได้ถึงอิมแพคของเสียง  ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ DYNAMIC DRIVER เลยก็ว่าได้

 

 

Balanced Armature

 

Balanced Armature หรือ BA นั้นเป็นไดร์เวอร์ขนาดเล็กที่พัฒนามาจากเครื่องช่วยฟัง ในปัจจุบันจะมีให้พบเห็นในหูฟัง IEM ซึ่งไดร์เวอร์ชนิดนี้มีหลักการในการทำงานใกล้เคียงกันกับไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC จุดเด่นที่สำคัญของ BA นั้นคือ มีขนาดเล็ก สามารถแยกจูนเสียงในแต่ละย่านความถี่ได้ และด้วยขนาดของตัวไดร์เวอร์ที่มีขนาดเล็กจึงสามารถเพิ่มจำนวนได้ตั้งแต่ 1 ถึง 10 ตัวเลยทีเดียว อีกทั้งยังใช้กำลังขับน้อยจึงง่ายต่อการขับอีกด้วยครับ  

 

 


จุดเด่นเรื่องเสียงเนื่องจากไดร์เวอร์แบบ BA มีขนาดเล็กสามารถเพิ่มจำนวนและแยกจูนเสียงได้  ลดข้อจำกัดของ DYNAMIC DRIVER ที่ต้องออกเสียงทุกย่านเสียงในตัวเดียว ทำให้สามารถเพิ่มเสียงให้รายเอียดชิ้นดนตรีต่างๆได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น หูฟังมี ไดร์เวอร์แบบ BA 3 ตัวถูกจูนย่านเสียงเป็น สูง กลาง และเสียงต่ำ มีการแยกการทำงานอย่างชัดเจน ทำให้เสียงที่ถ่ายทอดออกมานั้นค่อนข้างสมจริง มีเสียงปลายแหลมที่คมใสเป็น ชัดในทุกย่านเสียง แต่จะขาดความลื่นไหลของเสียง ต่างจาก Dynamic Driver ที่มีความนุ่มลึกของเบสและให้เสียงที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ



Plana Magnatic
 

 
ไดร์เวอร์ประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าไดร์เวอร์ Dynamic อยู่มากทีเดียว Plana Magnatic มีหลักการทำงานคล้ายกับหูฟัง Dynamic และ Eletrostatic ตรงที่มีการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าไหลผ่านเพื่อทำการสั่นของ Diaphragm ในการให้กำเนิดเสียง และในส่วนที่เหมือนกับ Electrostatic นั่นก็คือ Diaphragm ที่อยู่ในตัวหูฟังนั้นเป็นแผ่นฟิล์ม(PET film)แผ่นเรียบบางๆและนำไฟฟ้านั่นเองครับ 

ซึ่งจุดเด่นของการทำงานลักษณะนี้คือ จะให้รายละเอียดเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม มีความผิดเพี้ยนของเสียงที่ต่ำ ในสมัยก่อนข้อเสียของหูฟังที่ใช้ไดร์เวอร์ประเภทนี้ก็คือน้ำหนักและขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และส่วนใหญ่ต้องการแอมป์ที่มีกำลังพอสมควรในการที่จะทำให้ไดร์เวอร์ประเภทนี้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันนั้นมีได้การพัฒนาหูฟังไดร์เวอร์แบบ Plana Magnatic ให้สามารถทำงานในหูฟังอินเอียร์ได้แล้วครับผม 

 

Electrostatic


Electrostatic นั้นเป็นไดร์เวอร์ที่ไม่มีแม่เหล็กมาร่วมในการทำงานแต่ เป็นการสร้างสนามแม่เหล็กผ่านการส่งกระแสไฟฟ้า + , - เข้าไปยัง Grid (Stators) และ Diaphragm เมื่อมีการสั่งกระแสไฟฟ้าสลับขั้ว + , - ก็จะเหนี่ยวนำทำให้เกิดการสั่นของแผ่น Diaphragm ในการให้กำเนิดเสียงนั่นเอง  ด้วยเหตุที่ต้องใช้กำลังไฟฟ้าสูงในส่งกระแสไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันอย่าง Headphone Amp สำหรับหูฟัง  Electrostatic โดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่ในการส่งกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงระบบการทำงานของหูฟังนั่นเองครับ และในปัจจุบันเทคโนโลยีของหูฟัง Electrostatic ก็ได้ถูกย่อส่วนลงมาเป็นขนาดพกในรูปแบบของ หูฟังอินเอียร์ Electrostatic แล้วเช่นกันครับ

 

" หลังจากทำความรู้จักเกี่ยวกับชนิดของไดร์เวอร์หูฟังเบื้องต้นกันพอหอมปากหอมคอแล้ว พี่ๆนักฟังอาจเริ่มมีข้อสงสัยว่า เอ๊ะ! อ่านมาตั้งนาน ทำไมยังไม่มีการพูดถึง HYBRID DRIVER ในกลุ่มของไดรฟ์เวอร์หูฟังเลย หรือคนเขียนจะเพี้ยนกันไปเสียแล้ว ? "

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาทุกท่านที่รอคำตอบอยู่ ผู้เขียนขอเฉลยเลยนะครับ ว่าหูฟัง HYBRID DRIVER นั้นไม่ได้เป็นไดร์เวอร์แบบใหม่แต่อย่างใด!  แต่เป็นการนำไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC และ Balanced Armature พระเอกทั้งสองของเราในวันนี้ มาทำงานร่วมกันในหูฟังตัวกันเดียวนั่นเอง เรียกบ้านๆก็คือ เสริมแรงบวก 2 in 1 นั่นเองครับผม


 

เหตุที่ต้องมีการรวมร่างทำงานร่วมกันนั้น ผู้เขียนคาดว่าน่าจะเป็นการ “ขายจุดเด่นเสริมจุดด้อย”ของไดร์เวอร์หูฟังทั้งสองแบบ ซึ่งผู้อ่านจะทราบไปแล้วในข้างต้นแล้วว่าไดร์เวอร์แบบ DYNAMIC นั้นมีความโดดเด่นเรื่องเนื้อเสียงที่เป็นธรรมชาติ ความลื่นไหลที่ดีของเสียง แต่ในเรื่องของการลงรายละเอียดดนตรียังทำได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับ Balanced Armature ที่มีความโดดเด่นเรื่องการให้รายละเอียดของเสียงกลาง และเสียงสูง เมื่อนำมาทำงานร่วมบนหูฟังตัวเดียวกัน โดยมากจะนิยมจูนเสียงให้ DYNAMIC ทำงานในย่านเสียงต่ำ และ Balanced Armature ทำงานในส่วนของเสียงกลาง และเสียงสูง ด้วยเหตุนี้จึงมีการให้นิยามในการเรียกประเภทของหูฟังในลักษณะนี้ว่า หูฟัง HYBRID หรือ HYBRID DRIVER นั่นเองครับผม 


 

มาถึงตรงนี้พี่ๆนักฟังคงจะคลายข้อสงสัยในเรื่องของลักษณะทางกายภาพไปแล้ว  ที่ขาดไม่ได้และต้องพูดถึงคือ เสียงที่ได้จากการทำงานร่วมกันของหูฟังทั้งสองชนิดนี้ว่ามีซุ่มเสียงเป็นอย่างไร? 
 

 

จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสฟังหูฟัง HYBRID DRIVER คงจะสรุปสั้นๆได้ว่าเสียงที่ได้จากไดร์เวอร์ในลักษณะนี้ จะให้เอกลักษณ์ของเสียงที่แปลกใหม่สำหรับคนที่ไม่เคยฟังมาก่อน เพราะไม่ว่าเสียงย่านใดก็ชัดเจนโดดเด่นในทุกๆย่านเสียงจริงๆ   เสียงต่ำจะมีมวลของเบสที่รู้สึกถึงความหนักแน่นได้อย่างชัดเจน แรงปะทะโดดเด่นและยังให้ความรู้สึกลื่นไหลเป็นธรรมชาติอยู่ อีกทั้งยังสามารถคงไว้ซึ่งรายละเอียดที่ครบถ้วนชัดเจนของชิ้นดนตรี ในจุดนี้เองสำหรับพี่ๆนักฟังที่ต้องการความรู้สึกแปลกใหม่ควรหาโอกาสลองฟัง หรือจับจองเป็นเจ้าของหูฟัง HYBRID DRIVER ไว้ซักตัวครับผม  ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เลือกซื้อเลือกฟังมากมาย ตั้งแต่หลักพันต้นๆจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียวครับผม
 

KINERA H3

JH Lola

 

ALO Campfire Polaris

XBA-N1AP

 

มาถึงส่วนสรุปกันแล้วครับ อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเชิญชวนให้พี่ๆผู้ฟังและนักเล่นหูฟังทุกท่านได้มีโอกาสทดลองเสียงหูฟังในลักษณะของ HYBRID DRIVER กันด้วยตัวเอง

 

เหตุเพราะส่วนตัวผู้เขียนนั้นเปรียบเทียบหูฟังนั้นก็เหมือนอาหาร ต่างคนต่างมีรสชาติที่ถูกปากแตกต่างกันไป  อร่อยหรือไม่อร่อย เสียงดีถูกหูหรือไม่นั้นคงขึ้นอยู่กับรสนิยมของพี่ๆนักฟังทุกท่านนั่นเองเป็นตัวตัดสินครับผม  วันนี้ก่อนจากกันไปขอทิ้งท้ายด้วยประโยคกินใจผู้เขียนซักประโยค “ความลับของคำตอบ คือคำถามต่อไป”ขอบคุณครับ    



 

 

 

 

บทความโดย :  ฟิวส์  พาราไดร์  เขียนเมื่อ : 16 พ.ย. 2560



 



สินค้าที่เกี่ยวข้อง