หูฟังอินเอียร์ Astell&Kern Clarus การผสานเทคโนโลยี Tribrid ระดับเรือธง สู่ความสมบูรณ์แบบแห่งตระกูล A&ultima!

หูฟังจากทาง Astell&Kern ในรุ่น Clarus ถือเป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับแฟล็กชิปรุ่นที่ 4 ในซีรีส์ A&ultima ที่จัดเต็มด้านนวัตกรรมขั้นสุด รุ่นนี้มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมไดรเวอร์แบบ 9-Driver Tribrid ที่ล้ำสมัย และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมในทุกกระเบียดนิ้ว เรียกว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เกิดมาเพื่อนักเล่นเครื่องเสียงพกพาตัวจริง!

การออกแบบและวัสดุ

ตัวบอดี้ของ Clarus ผลิตจากอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน 6061-T6 (Aerospace-grade) ที่ผ่านกระบวนการกัดเซาะขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC อย่างแม่นยำ พร้อมทำสี Anodized Silver ที่ดูหรูหราและแข็งแกร่งทนทาน ดีไซน์ของ Faceplate ได้รับการออกแบบให้เป็นเหลี่ยมมุมแบบมัลติฟาเซต (Multi-faceted) ที่สะท้อนแสงเงาได้อย่างมีมิติ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์งานออกแบบระดับไฮเอนด์ของ Astell&Kern โดยแท้

นอกจากความสวยงามแล้ว รูปทรงของบอดี้ยังถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Organic ergonomic form) โค้งมนรับกับช่องหู เพื่อให้สวมใส่ได้แนบสนิท มั่นคง และช่วยลดแรงสั่นสะเทือนส่วนเกิน (Resonance) ของตัวหูฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจาะลึกสเปกและเทคโนโลยีภายในของ Astell&Kern Clarus

สำหรับรายละเอียดเจาะลึกในส่วนของเทคโนโลยีนั้น Astell&Kern Clarus ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม 9-Driver Tribrid ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีการออกแบบ Dual Conduction และวงจรแบ่งความถี่ (Crossover Network) แบบ 6-Way โดยมีการแบ่งชุดไดรเวอร์ออกเป็น 3 ระบบหลักเพื่อการจัดการย่านความถี่ที่เด็ดขาดและแม่นยำที่สุด ดังนี้:

  • Low-Frequency System (ระบบความถี่ต่ำ): เป็นการทำงานร่วมกันของไดรเวอร์ 3 ตัว ประกอบด้วย Proprietary Dynamic Driver ขนาด 9 มม. รับหน้าที่ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20–200 Hz ควบคู่ไปกับไดรเวอร์ Sonion Balanced Armature แบบคู่ (Dual array) ที่ครอบคลุมช่วงความถี่ 80–500 Hz จุดเด่นคือไดรเวอร์ทั้งสามตัวนี้ถูกจัดวางร่วมกันอยู่ในห้องอะคูสติกแบบควบคุมแรงดัน (Shared pressure-coupled chamber) เพื่อให้การเคลื่อนตัวของอากาศและแรงดันอะคูสติกถูกจัดการเป็นระบบเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ

  • Midrange Array (ระบบความถี่กลาง): ใช้ชุดไดรเวอร์ Sonion Balanced Armature จำนวน 3 ตัว แบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Dual BA ที่รับหน้าที่ดูแลย่านความถี่ 500 Hz ไปจนถึง 2 kHz และ BA อีก 1 ตัวที่เข้ามาจัดการย่านความถี่ 800 Hz ถึง 7 kHz การแยกช่วงความถี่ลักษณะนี้ช่วยควบคุมความต่อเนื่องของสัญญาณตั้งแต่ช่วงความถี่กลาง-ต่ำไปจนถึงกลาง-สูงได้อย่างไร้รอยต่อ

  • High-Frequency System (ระบบความถี่สูง): เป็นการผสานการทำงานระหว่าง Sonion Balanced Armature จำนวน 2 ตัว และ Silicon MEMS Tweeter จำนวน 1 ตัว ซึ่งเทคโนโลยีไดรเวอร์ MEMS นี้ขึ้นชื่อเรื่องการตอบสนองสัญญาณฉับพลันที่รวดเร็วเป็นพิเศษ (Ultra-fast transient response) ในระดับโครงสร้างไมโครเซมิคอนดักเตอร์

  • 6-Way Crossover Network: วงจรแบ่งความถี่แบบ 6 ทางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ระบบนี้จะทำการกรองสัญญาณของแต่ละเส้นทางอะคูสติก (Acoustic path) แยกจากกันอย่างเป็นอิสระ ช่วยรักษาความแม่นยำของจังหวะเวลา (Timing) และพฤติกรรมของเฟส (Phase behavior) ทำให้การเปลี่ยนผ่านของย่านความถี่ในแต่ละช่วงมีความราบรื่นสูงสุด ลดความคลาดเคลื่อนของสัญญาณลงได้อย่างหมดจด

สายสัญญาณและอุปกรณ์เสริม

สายสัญญาณที่ให้มาในชุดจัดว่าสุดทาง เพราะเป็นสายที่เกิดจากการคอลแลประหว่าง AK × Effect Audio ตัวสายใช้ตัวนำแบบ UP-OCC Pure Copper Litz ขนาด 24 AWG ถัก 4 เส้น ขั้วเชื่อมต่อแบบ 2-Pin 0.78mm ที่สามารถถอดเปลี่ยนหรืออัปเกรดได้ง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีจุกหูฟัง AZLA SE2000 เกรดพรีเมียม และเคสหนัง Saffiano สุดหรูแถมมาให้อีกด้วย

Detailed Specifications

General Specifications

  • Product Type: Flagship In-Ear Monitor (IEM)

  • Acoustic Architecture: 9-Driver Tribrid Architecture featuring Dual Conduction technology

  • Crossover Network: Independent 6-Way Crossover Network

  • Frequency Response: 20 Hz – 20,000 Hz

  • Impedance: 9.7 Ω @ 1 kHz

  • Sensitivity: 103.9 dB SPL @ 1 kHz

Driver Configuration (9 Drivers per side)

  • Low-Frequency System:

    • 1 x 9mm Proprietary Dynamic Driver (operating between 20 – 200 Hz)

    • 2 x Sonion Balanced Armature Drivers (Dual Array operating between 80 – 500 Hz)

    • Note: These drivers are housed together in a specially designed Shared Pressure-Coupled Chamber.

  • Midrange Array:

    • 2 x Sonion Balanced Armature Drivers (Dual Array operating between 500 Hz – 2 kHz)

    • 1 x Sonion Balanced Armature Driver (Dedicated Mid-High operating between 800 Hz – 7 kHz)

  • High-Frequency System:

    • 1 x Silicon MEMS Tweeter (Top-Firing, operating between 7 – 10 kHz)

    • 2 x Sonion Balanced Armature Drivers (High/Ultra-High operating between 9 – 15 kHz, extending up to 20 kHz)

Materials & Design

  • Chassis Structure: Aerospace-grade 6061-T6 Aluminum, precision CNC-machined

  • Finish: Anodized Silver for enhanced durability and scratch resistance

  • Faceplate: 6061-T6 Aluminum CNC with an intricate, multi-faceted design that beautifully reflects 3D light and shadows

Cable & Accessories Specifications

  • Cable: Custom-spec Effect Audio (Ares S Lite)

    • Conductor: UP-OCC Pure Copper Litz

    • Wire Gauge/Structure: 24 AWG, 4-Wire Dual Geometric Design

    • Earphone Connectors: 0.78mm 2-Pin

    • Plug: 4.4mm Balanced Jack

  • Eartips: Astell&Kern × AZLA SednaEarfit SE2000 (Made of KCC Medical Grade silicone, provided in 6 comprehensive sizes: SS, S, MS, M, ML, L)

  • Carrying Case: Luxurious Saffiano genuine leather case, complete with a fabric IEM pouch and a cable organizer.


อุปกรณ์ภายในกล่อง

คะแนนรีวิว

0 / 5

คะแนน

(ทั้งหมด 0 รายการ)
(0)
(0)
(0)
(0)
(0)

รีวิวจากลูกค้า

เรียงจาก

ถาม - ตอบทีมงาน



สินค้าใกล้เคียง