หูฟังจากทาง Technics ในรุ่น EAH-AZ80

เป็นหูฟัง truewireless รุ่นท็อปสุดของทางแบรนด์ ออกแบบมาให้สวมใส่สบาย ให้รายละเอียดเสียงต่างๆได้เป็นอย่างดี และมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ทั้งวันอีกด้วยครับ

การออกแบบ

ในส่วนของการออกแบบนั้นหูฟัง Technics EAH-AZ80 จะเป็นหูฟัง in ear ชนิด true wireless ที่จะไม่มีสายเชื่อมต่อหูฟังสองข้าง ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างอิสระ ตัวบอดี้ของหูฟังถูกออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้อย่างกระชับ โดยควบคุมผ่านระบบสัมผัส ตัว Faceplate จะผลิตจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทาน พร้อมสลักโลโก้ของทางแบรนด์ สีทองสวยงามติดเอาไว้ครับ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • Technics EAH-AZ80
  • เคสสำหรับจัดเก็บและชาร์จแบตเตอรี่
  • ชุดจุกหูฟัง
  • สาย USB
  • คู่มือการใช้งาน

การใช้งาน

ในส่วนของการใช้งานนั้น Technics EAH-AZ80 จะใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.3 ที่รองรับ CODEC SBC, AAC และ LDAC โดยตัวหูฟังจะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและเมื่อใช้งานร่วมกับเคสจะสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง (ระยะเวลาการใช้งานจะแตกต่างกันตามฟังก์ชันและระดับเสียงที่ใช้งาน) นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายได้อีกด้วย

ภายในของหูฟัง Technics EAH-AZ80 จะใช้ไดรเวอร์ชนิด dynamic ขนาด 10 มม. ที่ผลิตจากอลูมิเนียมให้เสียงเบสมวลที่หนาลงได้ลึกและสามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างภายในแบบ Acoustic Control Chamber ที่ช่วยให้เสียงมีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นครับ

โดยจุดเด่นของตัวหูฟัง Technics EAH-AZ80 ก็คือไมโครโฟน 8 ตัวสำหรับการตัดเสียงรบกวนและสำหรับใช้การรับเสียงสนทนา ทำให้สามารถรับเสียงสนทนาได้อย่างคมชัด และยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ambient Sound Mode สำหรับดูดเสียงจากภายนอกเข้ามาระหว่างใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงรอบตัวโดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออกอีกด้วยครับ

นอกจากนี้ Technics EAH-AZ80 รองรับการปรับแต่งฟังก์ชันต่างๆผ่านแอป Technics Audio Connect ที่สามารถปรับแต่ได้ทั้ง EQ, การจับคู่, การตั้งค่าโหมดเสียง เป็นต้น โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ Android และ iOS 

ในส่วนของการกันน้ำหูฟัง Technics EAH-AZ80 จะออกแบบมาให้ทนน้ำได้ในระดับ IPX4 ที่สามารถโดนน้ำกระเด็นใส่ได้เล็กน้อย จึงสามารถนำออกไปใช้ทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายได้ แต่อย่างไรก็ตามตัวหูฟังจะไม่สามารถใส่อาบน้ำหรือว่ายน้ำได้ครับ

คุณภาพเสียง

ในส่วนของเรื่องเสียงนั้น เสียงของ EAH-AZ80 โทนเสียงนั้นจะมีการยกระดับขึ้นมาจาก EAH-AZ60 ตัวแรกเลยครับเพราะเป็นโทนเสียงที่ฟังสบายเหมือนกัน โดยเสียงกลางนั้นจะไม่ขยับมาด้านหนัามากเท่ากับ EAH-AZ60M2 ถ้าเปรียบเสียงกลางของ EAH-AZ60M2 ให้ขยับมาด้านหน้า 1 ก้าว EAH-AZ80 นั้นถือว่าขยับมาด้านหน้าแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นครับ 

เสียงเบสลงได้ลึกมีมวลที่ดีลงน้ำหนักได้แน่นและจะเด่นที่ Mid & Deep Bass มากกว่าช่วง Upper ครับ ทางด้านการเก็บรายละเอียดนั้นทำได้ดีขึ้นพวกเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคำร้องและเสียงกีตาร์นั้นถูกดึงออกมาให้ได้ยินมากขึ้น ปกติถ้าหูฟังที่จะเน้นรายละเอียดเยอะ ๆ มักจะลดอิมเมจลงเล็กน้อยในขณะที่ EAH-AZ80 อิมเมจเสียงนั้นไม่ได้เล็กลงเลยแม้แต่น้อยครับ

เวทีเสียงนั้นทำค่อนไปทางกว้างและมีมิติความลึกที่ดีการวางตำแหน่งชิ้นดนตรีจึงดูเป็น 3มิติ มากยิ่งขึ้นไม่แบนเป็นระนาบเดียวกันทั้งหมด ส่วนย่านเสียงสูงจะมีประกายเสียงที่ละเอียดละออ ใสแบบพอดีมาก ๆ โดยยังคงโทนเสียงที่อบอุ่นสไตล์ Technics เอาไว้อยู่ ไม่ได้มาโทนสว่างจ๋ามากนักครับ

สรุปเกี่ยวกับหูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ80

โดยรวมแล้วหูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ80 สมกับเป็นหูฟังรุ่นท็อปสุดของทางแบรนด์เลยครับภายในมาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ที่ให้เสียงเบสและรายละเอียดเสียงต่างๆได้เป็นอย่างดี และยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานต่างๆได้อย่างครบครันอีกด้วยครับ

การรับประกัน

รับประกันศูนย์ไทย 1 ปี บจ. พานาโซนิค (ประเทศไทย) จ้าๆๆ


อุปกรณ์ภายในกล่อง

รีวิว : หูฟังทรูไวร์เลส Technics EAH - AZ80 ชัดเจนทุกรายละเอียด

เรียกได้ว่าสมใจแฟน ๆ แบรนด์ Technics กันเลยทีเดียวครับ เพราะหลังจากเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่อย่าง "EAH-AZ80" ที่เป็นตัวเรือธงราคา "11,990 บาท" ออกมาก็ทำเอาแฟน ๆ หลายคนอดใจรอแทบไม่ไหวเลยทีเดียว วันนี้เลยพามาดูกันว่า EAH-AZ80 นั้นมีอะไรใหม่และมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

 

Low Profile Design

ปกติแล้วในรุ่นก่อนหน้าก็ถือว่าทางแบรนด์ออกแบบมาให้สวมใส่ได้สบายอยู่แล้ว ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์หลายคนก็ชื่นชอบ แต่รอบนี้นับว่าพิเศษกว่าเดิมเพราะบริเวณ Shell ด้านในที่สัมผัสกับหูนั้นจะไม่ได้มาเป็นเหลี่ยมสันเหมือนกับรุ่นก่อน ๆ

โดยได้มีการปรับให้มีความโค้งมนมากขึ้นจึงช่วยลดการกดทับได้ดีเยี่ยม หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าโดยการใส่ต่อเนื่องในระยะเวลที่เท่ากันจะเห็นได้ชัดว่า EAH-AZ80 นั้นสบายหูกว่าเลยล่ะครับ ส่วนเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของตัวหูฟังและเคสนั้นจะคล้ายเดิม เพียงแต่ตัวเคสจะดูอ้วนขึ้นเล็กน้อย

Full Spectrum Sound

รอบนี้ทาง Technics เปลี่ยนแปลงไดรเวอร์ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจากเดิม "8mm" เป็น "10mm" พร้อม Free-Edge Aluminum Alloy Diaphragms ที่มีความผิดเพี้ยนของย่านเสียงต่ำที่น้อยลงและให้รายละเอียดของเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติและจับต้องได้มากขึ้นรวมถึงตอบสนองได้ดีกับการฟังเพลง Hi-Res 24Bit/96kHz

Advanced Noise Cancellation

ระบบ ANC ของ EAH-AZ80 นั้นทางแบรนด์ Technics จะใช้ไมโครโฟน Feedback และ Feedforward พร้อมกับการประมวลผลทั้งแบบ Digital และ Analog ควบคู่กันไป ทำให้การตัดเสียงระกวนนั้นไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพเสียงของหูฟัง โดยเป็นการทำตามแนวทางที่ "JEITA" แนะนำเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของ "Hi-Res Audio" สำหรับหูฟังไร้สายที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพเสียงนั่นเองครับ

Natural Ambient Mode

การเปิดรับเสียงภายนอกของ EAH-AZ80 นั้นยังมีการพัฒนามาให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนของ Ambient Mode ในรุ่นนี้ก็คือเสียงที่ลอดเข้ามานั้นมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ๆ รุ่นอื่นที่ว่าเป็นธรรมชาติแล้วแต่มาเจอรุ่นนี้เข้าไปบอกได้เลยว่าให้ความรู้สึกที่เหมือนกับไม่ได้ใส่หูฟังอยู่เลยล่ะครับ เพราะไม่มีเสียงซ่าระหว่างใช้งาน Ambient Mode ให้เห็นเลย

Connect to More

ระบบ Multi-Point Pairing หรือการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับสมาร์ตโฟนได้มากกว่า 1 เครื่องนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนตัดสินใจซื้อเพราะสะดวกในการใช้งานมากกว่า แน่นอนว่าหูฟังของ Technics นั้นมี Multi-Point มาให้ใช้ตั้งแต่ EAH-AZ60 แล้ว แต่ในรุ่น EAH-AZ80 นั้นล้ำไปกว่านั้นครับ

เพราะทางแบรนด์เคลมไว้ว่าเป็น "Industry-First" ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้ "3 เครื่อง" พร้อมกัน เรียกได้ว่าจะต่อกับสมาร์ตโฟน 1 เครื่อง ต่อกับแท็ปเล็ต 1 เครื่องและต่อกับ Laptop อีก 1 พร้อมกันก็ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่การเชื่อมต่อ 3 เครื่องพร้อมกันนั้นจะไม่รองรับ Codec LDAC เท่านั้นเอง

Keep An Open Ear

สำหรับใครที่มักจะใช้งานหูฟังเพียงข้างเดียวบ่อยครั้ง EAH-AZ80 นั้นก็สามารถทำได้ครับ ไม่ว่าจะเลือกใช้งาน "ซ้าย" หรือ "ขวา" เพียงข้างเดียวก็เลือกหยิบได้ตามใจ ไม่โดนจำกัดแค่เพียงข้างใดข้างหนึ่งครับ

Clearer Than Ever Call

หูฟังยุคนี้ถ้าคุยโทรศัพท์ไม่ชัดเจนก็คงจะน่าหงุดหงิดไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ ? ทางแบรนด์ Technics ก็เช้าใจในส่วนนี้จึงได้ทำการยกระดับเทคโนโลยี "JustMyVoice™" มาใหม่ โดยทำงานควบคู่กับไมโครโฟนทั้งหมด 8 ตัว (ข้างละ 4 ตัว) ทั้งคอยบล็อกเสียงลม ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และขยายเสียงพูดของเราให้ดังและชัดเจนเพื่อส่งไปยังปลายสายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ เรียกได้ว่าไมค์โหดเลยทีเดียวครับ

Customize Your Sound Experience

EAH-AZ80 ยังรองรับกับแอปลิเคชัน "Technics Audio Connect" ที่สามารถเข้าไปปรับตั้งค่าส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ เช่น "EQ, ANC/Ambient, Multi-Point, Touch Sensor, LDAC และ Low Latency เป็นต้นครับ

Premium Hi-Fi Sound

โทนเสียงของ EAH-AZ80 นั้นจะมีการยกระดับขึ้นมาจาก EAH-AZ60 ตัวแรกเลยครับเพราะเป็นโทนเสียงที่ฟังสบายเหมือนกัน โดยเสียงกลางนั้นจะไม่ขยับมาด้านหนัามากเท่ากับ EAH-AZ60M2 ถ้าเปรียบเสียงกลางของ EAH-AZ60M2 ให้ขยับมาด้านหน้า 1 ก้าว EAH-AZ80 นั้นถือว่าขยับมาด้านหน้าแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นครับ

เสียงเบสลงได้ลึกมีมวลที่ดีลงน้ำหนักได้แน่นและจะเด่นที่ Mid & Deep Bass มากกว่าช่วง Upper ครับ ทางด้านการเก็บรายละเอียดนั้นทำได้ดีขึ้นพวกเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคำร้องและเสียงกีตาร์นั้นถูกดึงออกมาให้ได้ยินมากขึ้น ปกติถ้าหูฟังที่จะเน้นรายละเอียดเยอะ ๆ มักจะลดอิมเมจลงเล็กน้อยในขณะที่ EAH-AZ80 อิมเมจเสียงนั้นไม่ได้เล็กลงเลยแม้แต่น้อยครับ

เวทีเสียงนั้นทำค่อนไปทางกว้างและมีมิติความลึกที่ดีการวางตำแหน่งชิ้นดนตรีจึงดูเป็น 3มิติ มากยิ่งขึ้นไม่แบนเป็นระนาบเดียวกันทั้งหมด ส่วนย่านเสียงสูงจะมีประกายเสียงที่ละเอียดละออ ใสแบบพอดีมาก ๆ โดยยังคงโทนเสียงที่อบอุ่นสไตล์ Technics เอาไว้อยู่ ไม่ได้มาโทนสว่างจ๋ามากนักครับ

คะแนนรีวิว

0 / 5

คะแนน

(ทั้งหมด 0 รายการ)
(0)
(0)
(0)
(0)
(0)

รีวิวจากลูกค้า

เรียงจาก

ถาม - ตอบทีมงาน



สินค้าใกล้เคียง