หูฟังไร้สายจาก Final Audio ในรุ่น ZE8000

เป็นหูฟัง TWS รุ่นเรือธงของแบรนด์ครับ โดยในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมเทคโนโลยีเสียงความละเอียดสูง 8K SOUND และระบบตัดเสียงรบกวน active noise cancelling ครับ

การออกแบบ

ในส่วนของการออกแบบนั้น Final Audio ZE8000 เป็นหูฟังชนิด in ear ที่จะไม่มีสายเชื่อมต่อหูฟังสองข้างเข้าด้วยกัน มีให้เลือก 2 สี ขาว และดำ โดยจะเป็นแบบสีด้าน พื้นผิวจะมีลวดลายขรุขระเล็กน้อย พร้อมโลโก้ Final Audio บนก้านหูฟังทั้งสองข้าง และที่ตัวหูฟังจะไม่มีปุ่มกดใดๆ โดยจะใช้การควบคุมด้วยระบบสัมผัสครับ ในส่วนที่สัมผัสกับใบหู ออกแบบให้มีความโค้งมน ใสสบาย และช่วยเพิ่มความกระชับอีกด้วย

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • Final Audio ZE8000
  • เคสสำหรับจัดเก็บและชาร์จแบตเตอรี่
  • ชุดจุกหูฟังซิลิโคน
  • สาย USB-C
  • ฟิลเตอร์สำรองสำหรับกันฝุ่น

การใช้งาน

ในส่วนของการใช้งานนั้น Final Audio ZE8000 จะใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 โดยสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (15 ชั่วโมงรวมเคส)

Final Audio ZE8000 รองรับ CODEC ทั้ง AAC, SBC, aptX, aptX Adaptive 

ภายในของ Final Audio ZE8000 นั้นจะใช้ชุดไดร์เวอร์ที่ทาง Final Audio ออกแบบเอง โดยทางแบรนด์เรียกว่า f-CORE for 8K SOUND ที่ออกแบบให้เสียงความละเอียดสูง เปรียบดั่งการรับชมภาพยนต์ที่ความละเอียด 8K นั่นเอง โดยตัวไดร์เวอร์จะมีไดอะแฟรมขนาด 13 มม. ถูกติดตั้งโดยใช้ซิลิโคนและไม่มีตัวยึดใดๆ ทำให้ได้ไดอะแฟรมที่มีน้ำหนักเบา และตอบสนองความถี่ได้ดี

หูฟัง Final Audio ZE8000 มีระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling ที่ใช้ไมโครโฟน 4 ตัว แบ่งเป็นข้างละ 2 ตัว โดยเป็นไมโครโฟนแบบ beamforming ที่รับเสียงเฉพาะทิศทาง โดยจะมีโหมดการฟังให้เลือกดังนี้

- Wind cut mode ที่จะเป็นโหมดการฟังปกติ โดยตัวหูฟังจะทำการตัดเสียงลมและเสียงความถี่ต่ำออกไป

- While listening mode จะเป็นการดูดเสียงจากภายนอกเข้ามา โดยระดับเสียงเพลงยังคงดังอยู่ในระดับปกติ

- Voice through mode จะเป็นการดูเสียงจากภายนอกเข้ามา โดยจะลดระดับเสียงเพลงที่กำลังฟังอยู่ลง เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบตัวได้อย่างชัดเจน

หูฟัง Final Audio ZE8000 รองรับการปรับแต่งผ่านทางแอป Final Connect App ที่รองรับทั้งในส่วนของการปรับ EQ, ANC, ปรับแต่งการควบคุม, รวมไปถึงการใช้อัปเกรด FW อีกด้วยครับ

ในส่วนของการกันน้ำนั้น Final Audio ZE8000 ออกแบบให้สามารถทนน้ำได้ในระดับ IPX4 ที่สามารถโดนละอองน้ำได้เล็กน้อย 

คุณภาพเสียง

ในส่วนของเสียงนั้น ZE8000 เป็นหูฟังที่ให้อิมเมจเสียงที่ดีมากๆ โดดเด่นในด้านลึกที่มีความเป็น 3 มิติ แบ่งแยกแถวเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจน สัมผัสได้ถึงระยะใกล้-ไกลของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ในส่วนของด้านกว้างนั้นจะอยู่ในระดับพอดีๆ ในส่วนของเสียงต่ำนั้นลงได้ลึกมาก ให้ deep bass ที่ทรงพลัง ส่วน upper bass ก็มีอิมแพ็คที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยยังคงให้เสียงแหลมที่ดี โดยเป็นแหลมที่ทอดตัวไปได้ไกล หัวโน๊ตมีความคม เมื่อเจอเสียงสูงมากๆก็ไม่มีอาการแตกปลาย หรือแผดเสียง ในส่วนของเสียงร้องนั้นจะให้เสียงที่ใส โปร่ง เจือโทนอุ่นเพียงเล็กน้อย มีความชัดถ้อยชัดคำ ฟังสบายไม่รุกเร้านักครับ

สรุปเกี่ยวกับหูฟังไร้สาย Final Audio ZE8000

โดยรวมแล้วหูฟังไร้สาย Final Audio ZE8000 เป็นหูฟังไร้สายที่มีโดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน โดยมีดีไซน์ที่เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร แต่ใส่สบาย ทำให้สามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน มาพร้อมกับไดร์เวอร์ f-CORE for 8K SOUND ที่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมทั้งในส่วนของรายละเอียดและมิติเสียงเลยครับ


อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • Communication: Bluetooth® 5.2
  • Supported Codecs: SBC, AAC, Qualcomm® aptX™ Snapdragon Sound™, aptX™ Adaptive
  • Playback Time: Up to 5 hours | Case included: Up to 15 hours
  • Rapid Charging Playback Time: 45 minutes of music in 5 minutes
  • Charge Time: earphone body: about 1.5 hours | charging case: about 2 hours
  • Microphone: (x2) "Beam-Forming" microphones
  • Waterproof Rating: IPX4
  • Smartphone Control: Final CONNECT app

 

ล่าสุดทาง Final Audio ได้วางจำหน่ายหูฟัง TWS ตัวท็อปสุดของค่ายอย่าง ZE8000 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยครับ โดยในรุ่นนี้ถือว่ามีฟีเจอร์ที่ดีมาพร้อมเสียงในระดับ Audiophile ในแบบฉบับของทาง Final Audio แถมยังมีดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย โดยราคาเปิดตัวนั้นอยู่ที่ 11,990 บาท ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

ดีไซน์ของ ZE8000 นั้นจะมาเป็นทรงแบบก้านจับที่มีความเหลี่ยมและพื้นผิวด้านโดยมีเนื้อสัมผัสที่เหมือนกับในรุ่น ZE3000 ทำให้หยิบจับได้ถนัดโดยไม่ลื่นหลุดมือง่าย ตัวบอดี้มีขนาดที่เล็กสามารถสวมใส่เข้าไปในหูได้ง่าย

มาพร้อมจุกซิลิโคนแบบครอบคลุมตัวหูฟัง ออกแบบมาเป็นพิเศษสามารถเปลี่ยนให้พอดีได้ทันทีเพราะมีให้เลือกใช้มากถึง 5 Size ด้วยกัน

มีระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling มาให้และมีโหมดให้เลือกปรับใช้งานได้ถึง 4 แบบ ดังนี้

Noise Cancelling ช่วยตัดเสียงรวนรอบข้างให้เงียบลงและช่วยเสริมให้ได้ยินรายละเอียดเสียงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Wind Cut Mode ที่จะเป็นโหมดการฟังปกติ โดยตัวหูฟังจะทำการตัดเสียงลมและเสียงความถี่ต่ำออกไป

While Listening Mode จะเป็นการดูดเสียงจากภายนอกเข้ามา โดยระดับเสียงเพลงยังคงดังอยู่ในระดับปกติ

Voice Through Mode จะเป็นการดูเสียงจากภายนอกเข้ามา โดยจะลดระดับเสียงเพลงที่กำลังฟังอยู่ลง เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบตัวได้อย่างชัดเจน

ใช้ไมโครโฟนแบบ 4 ตัว แบบ Beamforming ช่วยให้การสนทนานั้นมีการโฟกัสเสียงพูดได้ชัดเจนเนื้อเสียงดีไม่ติดขุ่น แต่เสียงรอบข้างไม่ได้ถูกตัดเงียบออกไปทั้งหมดแต่ยังสามารถสนทนาได้อย่างชัดเจนเพราะไม่ไปกลบเสียงพูดของเรานั่นเอง

ระบบเสียง 8K Sound ทำงานควบคู่กับไดรเวอร์ที่ f-Core ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบนี้โดยเฉพาะให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจนและครบถ้วนยิ่งขึ้นโดยเฉพาะย่านเสียงกลางและเสียงสูง

มาพร้อมแอปลิเคชัน Final Connect รองรับทั้ง Android และ iOS สามารถปรับแต่งเสียงได้ อัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ อีกทั้งยังสามารถเปิดโหมด 8K Sound จากในแอปลิเคชันได้อีกด้วย

เสียงของ ZE8000 นั้นจะมีความใกล้เคียงคำว่า Analog เป็นอย่างมากให้ลักษณะที่คล้ายกับ A8000 ที่เป็น IEM ตัวท็อปของค่าย โดยเนื้อเสียงมีความสมูทกลมกล่อมเบสมีปริมาณกลาง ๆ ลูกไม่ใหญ่มากแต่จะเป็นเบสสไตล์ Audiophile ที่ฟังง่ายเป็นลูกกลมเนื้อเสียงอิ่มกำลังดีให้ Upper Bass ที่ดีความไวในการตอบสนองอยู่ในระดับปานกลางครับ

เสียงกลางจะมีความอุ่นเล็กน้อยถ่ายทอดรายละเอียดเครื่องสายออกมาได้อย่างไหลลื่นไม่มีความหม่นหรือความจัดจ้านจนดูคัลเลอร์มากนัก ส่วนเสียงนักร้องนั้นจะมาในสไตล์ของหูฟังที่เน้นความเป็นธรรมชาติที่เหมือนกับถอดแบบมาจาก Final A8000 หรือแบรนด์ดังค่ายอื่นที่ให้เสียงร้องในลักษณะเดียวกันอย่าง Hifiman และ Dita เลยล่ะครับ

เสียงสูงของรุ่นนี้จะค่อนไปทางนวลเนียนหน่อยเก็บขอบเสียงได้เรียบกริบปราศจากความสากเสี้ยนให้ฟีลลิ่งในการฟังที่ผ่อนคลายแต่หากลองตั้งใจฟังแบบจับผิดเสียงล่ะก็จะพบว่าเป็นหูฟังที่ให้รายละเอียดสูงมาก ๆ ในแต่ละชิ้นดนตรีและฟังแล้วสมจริงและยังให้ฉากหลังที่นิ่งอีกด้วย ใครที่เป็นสายฟังเพลงอย่างเอาจริงเอาจังไม่ควรพลาดเลยล่ะครับ

สินค้ามีเข้ามาพร้อมจำหน่ายและมีเดโมให้ได้ทดสอบที่สาขา Siam Paragon และ Stadium One สะดวกสาขาไหนสามารถแวะเข้ามาได้เลยครับผม ส่วนราบละเอียดสเปคเต็ม ๆ นั้นมีดังต่อไปนี้ครับ

Communication: Bluetooth® 5.2

Supported Codecs: SBC, AAC, Qualcomm® aptX™ Snapdragon Sound™, aptX™ Adaptive

Playback Time: Up to 5 hours | Case included: Up to 15 hours

Rapid Charging Playback Time: 45 minutes of music in 5 minutes

Charge Time: earphone body: about 1.5 hours | charging case: about 2 hours

Microphone: "Beam-Forming" microphones

Waterproof Rating: IPX4

Smartphone Control: Final CONNECT app

คะแนนรีวิว

0 / 5

แต้ม

(ทั้งหมด 0 รายการ)
(0)
(0)
(0)
(0)
(0)

รีวิวจากลูกค้า

เรียงจาก

ถาม - ตอบทีมงาน



สินค้าใกล้เคียง