ปฏิวัติการดีไซน์ที่แตกต่างไปจากเดิมกับการพกพาเพียง 1 เดียวได้ถึง 2 กับสิ่งนี้ที่ผมอยากจะนำมาเสนอให้ทุกท่านได้รับชมไปพร้อม ๆ กันกับ AI Power Wearbuds รุ่นนี้ ซึ่งรุ่นที่ทางร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท นำมาเสนอในวันนี้จะเป็น Gen 2 ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นเดิม จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น มาชมไปพร้อมกันครับ

 

        สิ่งที่ผมจะมาทำการรีวิวในวันนี้ ก็นับว่าเป็น 1 ในนวัตกรรมที่น่าสนใจ จากทางผู้ที่ออกแบบที่จับเอา Smartwatch มาผสานเข้ากับ Bluetooth Earphone True Wireless โดยทำให้การพกพานั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ท่านมีข้อมือเท่านั้น และมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Fitness Tracker ซึ่งผมจะกล่าวถึงในภายหลังครับ
 
 
        มาดูกันที่รอบ ๆ ตัวเรือนกันก่อนเลยดีกว่าครับ ซึ่งตัวเรือนของรุ่นนี้นั้น ถ้าหากเปรียบเทียบกับข้อมือของผมนั้นเอง จะพบว่าตัวเรือนอาจจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ไปสักหน่อย แต่ก็สามารถที่จะปรับขนาดที่ตัวสายให้กระชับได้อยู่ ไม่หลุดร่วง หรือวิ่ง ๆ อยู่ แล้วนาฬิกาหนีหายไปจากข้อมือ อย่างแน่นอน และตัวเรือนยังมาพร้อมกับค่าการกันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ในระดับ  IPX5 ซึ่งตัวเรือนจะใช้ Bluetooth ใน version 4.2 สำหรับการ Connect กับ Smartphone โดย CPU ที่ใช้ในการประมวลผลนั้นทางแบรนด์ได้เลือกใช้เป็น ARM Cortex-M4 ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone ได้อย่างว่องไวในระยะสูงสุดถึง 10 เมตร แต่ระยะจากการทดสอบจริงเป็นอย่างไรต้องคอยติดตามชมนะครับ

 
      สำหรับสายของตัวเรือนนั้น เป็นซิลิโคนที่ให้ความนุ่ม สบาย ในการสวมใส่ ไม่ทำให้ผู้ใส่เกิดอาการแพ้ หรือสายซิลิโคนกัดข้อมืออย่างแน่นอน โดยที่สายซิลิโคน ของตัวเรือนนั้น จะมีการเจาะรูมาให้สำหรับข้อมือแทบทุกจะรูปแบบ ตั้งแต่ข้อมือขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่เลยล่ะครับ

 
และบริเวณด้านหน้าของตัวเรือน จะเป็นจอแสดงผลชนิด TFT screen ที่ให้เฉดสีการแสดงผลอยู่ที่ 65,000  สี  ขนาด  80x160  ;  0.96  นิ้ว  ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเป็นอย่างดี หากเป็นในสภาวะที่อยู่ภายในอาคาร ใต้ร่มไม้ แต่หากเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ที่มีแสงส่องสว่างเยอะมาก ๆ อย่างช่วงที่ผมถ่ายภาพมาให้ได้ชมกันนั้นจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ผลทดสอบพบว่าจออาจจะยังสู้แสงได้ไม่ดีเท่าใดนัก แต่ก็ยังมองเห็นการแสดงผลได้ ซึ่งจอของ Wearbuds นั้นจะคมชัดสุด ๆ ในเวลากลางคืนครับ

 
ในด้านของวัสดุผิวกระจกที่หน้าปัดนาฬิกานั้นจะเป็นวัสดุกระจกที่ค่อนข้างหนาและทนทาน แต่ยังสามารถเป็นรอยขนแมวได้หากขูดขีดไปบนพื้นผิววัสดุที่ค่อนข้างคม โดยที่การควบคุมนั้น จะไร้ปุ่มกดมารบกวนบนตัวเรือน เพราะการสั่งการทั้งหลายนั้น จะเป็นระบบสัมผัสหรือ Touchscreen ลงไปได้เลยนั่นเอง ซึ่งในครั้งแรกที่ผมเห็นนั้น ความรู้สึกในใจที่เห็นคือ มันจะแตะได้ลื่นมั้ย เพราะ Gap ระหว่างพื้นผิวบนกระจกทรงโค้งลอยขึ้นมาเหนือจอแสดงผลนั้น ค่อนข้างจะมีความห่างอยู่เล็กน้อย แต่พอนำมาเทสใช้งานดูจริง ๆ แล้วก็โอเคเลย สามารถแตะสั่งการได้อย่างหมดห่วง และลื่นไหลตามนิ้วได้
 
คราวนี้ลูกเล่นของนาฬิกา ก็มีมาให้เราสามารถเลือกปรับแต่งได้ด้วยนะครับ เพียงแค่ผู้ใช้งานนำมาเขื่อมต่อ เข้ากับ Smartphone อย่างตัวผมเองนั้น ใช้ iPhone ก็มี Application ให้กดดาวน์โหลดภายใน App Store ได้เพียงแค่ Search คำว่า “Wearbuds” ตามในภาพ จะปรากฏขึ้นแสดงเป็นอันดับแรก เราก็กดดาวน์โหลดได้เลยครับ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้นก็จะสามารถเข้ามาปรับแต่งได้ โดยหน้าปัดที่ ณ เวลานี้ มีให้เลือกปรับอยู่ 5 รูปแบบ ซึ่งในอนาคตผมอยากให้ทางแบรนด์นั้น ทำออกมาให้เลือกเพิ่มเติม ก็จะยิ่งช่วยให้ผู้ใช้งานไม่เบื่ออีกด้วยครับ

 
คราวนี้มาดูกันที่อีกด้านข้างตัวเรือนกันบ้างครับ ซึ่งเมื่อพลิกขึ้นมาจะพบกับ Sensor วัดชีพจรที่เมื่อเรากดให้ทำการวัดค่าการเต้นของชีพจร ตัวเรือนจะทำการยิงลำแสงเลเซอร์ สีเขียว ออกมาทำการวัดค่าในทันทีครับ และรอเพียงสักครู่เท่านั้น ค่าการวัดชีพจรก็จะแสดงผลให้ทราบได้บนหน้าจอของตัวเรือนทันที
 
ซึ่งหากนำมาวัดค่าการเปรียบเทียบกันกับ Smartwatch อย่าง Apple Watch ที่ผมใช้งานเองอยู่แล้วก็วัดค่าออกมาได้ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ 
 
บริเวณสายซิลิโคน จะมีสลักสำหรับทำการถอดเปลี่ยนสายซิลิโคนได้อีกด้วย ซึ่งทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่กดสลักลงไปตามในภาพเลยครับ หรือจะถอดไปทำความสะอาดก็ง่ายดาย
 
และนอกเหนือไปกว่านั้น Wearbuds ยังสามารถที่จะวัดอัตราการเดินในแต่ละวัน โดยที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าจำนวนก้าว ที่ต้องการจะทำสถิติในแต่ละวันได้จากใน App อีกเช่นกัน ตามในภาพจะเห็นได้ว่ามีให้เลือกตั้งแต่ 1,000 ก้าว (ค่าเริ่มต้นที่ทางโรงงานตั้งมาให้คือ 10,000 ก้าว) ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 60,000 ก้าว กันเลยทีเดียว
 
 
และเมื่อเราตั้งค่าจนเสร็จก็จะสามารถมาดูอัตราการก้าวเท้า แบบ Realtime ได้บน Wearbuds ได้เลย
 
ยังไม่หมดนะครับ ยังมีฟังก์ชั่นสำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งมีทั้งการออกกำลังบนทางลาดชัน หรือการเดินขึ้น - เดินลงแบบขั้นบันไดก็มีแสดงผลให้ทราบได้อีกด้วยครับ ถือว่าแม่นยำอยู่ โดยจากการทดสอบนั้น ผมเดินจากสถานี BTS สยาม เข้ามาจนถึงภายในห้าง Siam Paragon ซึ่งจากชั้นที่ผมเดินเข้ามาจะเป็นชั้น M และลองเดินขึ้นบันไดเลื่อนมาจนถึงชั้น 2 ตัว Wearbuds ก็สามารถแจ้งได้ตรงตามลักษณะการเดินขึ้นมาทั้งหมด ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำพอสมควรเลยล่ะครับ (จากในภาพจะเป็นการใช้มากกว่าที่ผมเกริ่นไปในตัวอย่างแล้วนะครับ)
 
โดยนอกจากนี้ภายใน Application ยังมีโปรแกรมการออกกำลังกายอื่นได้อีก อาทิ การปั่นจักรยาน, การวิ่ง อีกด้วย
 
 
       
และภายในหน้าหลักของตัว App จะมีการคำนวณให้กับการออกกำลังกายของเรา โชว์ขึ้นมาให้ดูอีกด้วยล่ะครับ ซึ่งสามารถแสดงผลในการเผาผลาญ Calories  ให้ผู้ใช้ทราบแบบคร่าว ๆ ได้อีกด้วย
 
 
นอกเหนือไปกว่านั้น Wearbuds สามารถตรวจจับอัตราการหลับลึก ในแต่ละคืนของผู้ใช้งานได้อีกด้วยครับ
 
 
โดยภายใน Application ของ Wearbuds นั้น สามารถที่จะแสดงผลในการเคลื่อนไหวของจำนวนก้าวแสดงผลเป็นกราฟมาให้ผู้ใช้งานสามารถดูสถิติภาพรวมได้ทันที ซึ่งแสดงได้ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือนเลยล่ะครับ
 
 
ภายในตัว Application นั้น นอกเหนือจากการออกกำลังกายแล้ว ยังสามารถที่จะตั้งค่าปรับแต่งในระบบ Settings ของ Wearbuds ได้เช่น การเปลี่ยนชื่อตัว Smartwear ของเรา , การ Update Firmware ไปจนถึงการตั้งค่าระบบแจ้งเตือนของ App Socials ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด หรือจะปิด ก็ได้ครับ
 
 
และเมื่อเราทำการเปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ ไว้แล้ว เมื่อมีข้อความเข้ามา หรือมีสายเรียกเข้า เราก็จะไม่พลาดทุกการสื่อสารเพราะ Wearbuds จะทำการแจ้งเตือนในทันทีเลยครับ แต่น่าเสียดายตรงที่ Wearbuds นั้น ยังไม่สามารถแสดงผลเป็นข้อความ หรือ แจ้งชื่อผู้ที่โทรเข้ามาบน หน้าจอแสดงผลได้ จะทำได้เพียงโชว์ขึ้นมาเป็น icon ให้ผู้ใช้ทราบได้เพียงเท่านั้น กับการสั่นแจ้งเตือนที่ข้อมือในระดับที่กำลังดี ไม่รุนแรงจนเกินไปครับ
 
 
คราวนี้เรามาดูในเรื่องของการเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone ของเรากันบ้างนะครับ ในขั้นตอนแรก เราเพียงเแค่เข้าไปในการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ได้อย่างง่ายดายเพียงเท่านั้น แต่ถ้าเป็น Smartwatch จำเป็นต้องลง Application เพื่อการเชื่อมต่อด้วยนะครับ
 
 
        คราวนี้มาพูดถึงตัวหูฟัง True Wireless ที่ซุกซ่อนอยู่ทีด้านข้าง ของตัวเรือนได้อย่างเรียบเนียนกันบ้าง ซึ่งตัวหูฟังนั้นจะมาพร้อมกับ Bluetooth Version 5 ตามสมัยนิยม ที่เชื่อมต่อได้ไว โดยที่สามารถถ่ายทอดพลังเสียงได้สูงสุดใน Codec ระดับ aptX อีกด้วย
 
 
        สำหรับตัว Buds นั้น จะเป็นหูฟังในลักษณะ In-Ear ที่มาพร้อมกับจุกซิลิโคนเพื่อการออกกำลังกายอย่างเต็มรูปแบบ ไปกับค่าการกันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ที่สูงกว่าตัวนาฬิกา เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นลุยได้เต็มที่กับทุกกิจกรรม ในระดับ IPX6 แต่ข้อควรระวัง !!! ไม่แนะนำให้นำไปล้างน้ำโดยตรงนะครับ เพราะแรงดันน้ำที่อัดเข้าไปที่ตัวของ Buds นั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงจรภายในได้ และอาจจะอยู่นอกเหนือการรับประกันด้วยครับ ฉะนั้นใช้สำหรับป้องกันน้ำ ป้องกันเหงื่อ ก็เพียงพอแล้วครับ 
 
 
มาต่อกันที่ลักษณะภายนอกของหูฟังโดยที่ตัวถังของ Buds นั้น จะมีการสกรีนด้านของหูฟังไว้เป็นสีเทาอ่อน ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นได้ แต่ยังกลมกลืนไปกับสีของตัวถัง ไม่โดดจนเกินไป
 
 
และเมื่อทำการสวมใส่ก็จะเก็บทรงอยู่ในใบหูได้เป็นอย่างดี บอดี้ของ Buds มีขนาดที่เล็ก และที่สำคัญสวมใส่ได้สบายเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้เป็นเพียงทัศนะในการสวมใส่ของผมเท่านั้น  หากท่านสนใจผมขอแนะนำให้เข้ามาทดลองสวมใส่ดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าเหมาะสมกับใบหูของท่านหรือไม่ ซึ่งบักษณะใบหูของแต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน จึงควรแวะเข้ามาทดลองสวมใส่ก่อนที่จะตัดสินใจครับ
 
 
คราวนี้มาดูโครงสร้างของภายในของตัวหูฟังกันเลยดีกว่าครับ ตัว Chipset ภายในของ Buds นั้น จะเลือกใช้เป็นของ Qualcomm Smart Audio ที่มาพร้อมกับตัวขับเสียงภายในรูปแบบ Dynamic Driver ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 mm. ที่ใช้วัสดุเสริมอย่าง Graphene Augmented ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างละเอียด ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้เสียงมีความเที่ยงตรง และแม่นยำที่สูงไปพร้อมกับการถ่ายทอดมิติของเสียงดนตรีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจากการทดสอบในด้านของการชมคลิปจาก Youtube ก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ ไร้อาการดีเลย์ มารบกวน จากการทดสอบด้วยคลิปร้องเพลงถือว่าปากตรงกับเสียงที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป๊ะ ๆ เลยล่ะครับ
 
 
มาดูในด้านของการเล่นเกมกันบ้าง ซึ่งผมได้ทดลองใช้งานเล่นกับเกม Genshin Impact 
 
 
พบว่า.... เสียงมีการดีเลย์ประมาณ 1 วินาที ได้เลยครับ สำหรับการเล่นกเกมนี้กับทาง iPhone 12 Pro Max ซึ่งน่าแปลกใจมาก คือรายละเอียดเสียงภายในตัวเกมทำออกมาได้ดีเยี่ยม แต่เวลาที่เราเดิน หรือวิ่ง หรือกำลังลุยถล่มกลุ่ม Monster นั้น พบว่ามีอาการที่เสียงมาช้ากว่าภาพอยู่ จึงไม่แนะนำให้มาใช้สำหรับการเล่นเกมส์สักเท่าไหร่ เพราะอาจจะรู้สึกเสียอารมณ์ได้พอสมควรเลยล่ะครับ แต่กลับกันพอนำตัว Buds มาเล่นกับทางฝั่งของ Android อย่าง Samsung Galaxy S21 Ultra กลับพบว่าเสียงไร้อาการดีเลย์ไปเฉยเลยล่ะครับ 
 
 
ก่อนที่จะเข้าสู่ในส่วนที่สำคัญอย่างเรื่องของโทนเสียงนั้น เรามาดูการควบคุมสำหรับตัว Buds กันก่อนสักเล็กน้อยนะครับ
 
 
Play Song / Pause Song : สามารถแตะ 1 ครั้ง เพื่อทำการสั่งการได้ในทันที
Forward Song : สามารถแตะ 2 ครั้ง ที่ตัว Buds ทางข้าง R
Backward Song : สามารถแตะ 2 ครั้ง ที่ตัว Buds ทางข้าง L
Volume UP : สามารถแตะค้างไว้ที่หูฟังทางฝั่ง R เพื่อเพิ่มเสียงได้ทันที
Volume Down : สามารถแตะค้างไว้ที่หูฟังทางฝั่ง L เพื่อเพิ่มเสียงได้ทันที
 
 
และต่อกันในด้านฟังก์ชั่นของการรับสาย เพื่อสนทนาโทรศัพท์กันบ้าง
 
 
Receive Call : สามารถแตะ 1 ครั้ง เพื่อรับสายคู่สนทนาได้ทันทีทั้ง 2 ข้าง
Hang Up : สามารถแตะค้างไว้ประมาณ 2 วินาที เพื่อทำการวางสายได้ทั้ง 2 ข้าง
 
 
        และตัว Buds เรายังสามารถใช้งานเพียงข้างใด ข้างหนึ่งได้อีกด้วยครับ โดยที่หูฟังอีกข้างเราก็สามารถเก็บไว้ภายในตัวเรือนได้ทันที ถือว่าฟังก์ชั่นค่อนข้างจะครบครัน สำหรับหูฟังในกลุ่ม True Wireless เลยทีเดียว
 
 
 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ปฏิวัติการดีไซน์ที่แตกต่างไปจากเดิมกับการพกพาเพียง 1 เดียวได้ถึง 2 กับสิ่งนี้ที่ผมอยากจะนำมาเสนอให้ทุกท่านได้รับชมไปพร้อม ๆ กันกับ AI Power Wearbuds รุ่นนี้ ซึ่งรุ่นที่ทางร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท นำมาเสนอในวันนี้จะเป็น Gen 2 ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นเดิม จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น มาชมไปพร้อมกันครับ

        สิ่งที่ผมจะมาทำการรีวิวในวันนี้ ก็นับว่าเป็น 1 ในนวัตกรรมที่น่าสนใจ จากทางผู้ที่ออกแบบที่จับเอา Smartwatch มาผสานเข้ากับ Bluetooth Earphone True Wireless โดยทำให้การพกพานั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ท่านมีข้อมือเท่านั้น และมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Fitness Tracker ซึ่งผมจะกล่าวถึงในภายหลังครับ

        มาดูกันที่รอบ ๆ ตัวเรือนกันก่อนเลยดีกว่าครับ ซึ่งตัวเรือนของรุ่นนี้นั้น ถ้าหากเปรียบเทียบกับข้อมือของผมนั้นเอง จะพบว่าตัวเรือนอาจจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ไปสักหน่อย แต่ก็สามารถที่จะปรับขนาดที่ตัวสายให้กระชับได้อยู่ ไม่หลุดร่วง หรือวิ่ง ๆ อยู่ แล้วนาฬิกาหนีหายไปจากข้อมือ อย่างแน่นอน และตัวเรือนยังมาพร้อมกับค่าการกันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ในระดับ  IPX5 ซึ่งตัวเรือนจะใช้ Bluetooth ใน version 4.2 สำหรับการ Connect กับ Smartphone โดย CPU ที่ใช้ในการประมวลผลนั้นทางแบรนด์ได้เลือกใช้เป็น ARM Cortex-M4 ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone ได้อย่างว่องไวในระยะสูงสุดถึง 10 เมตร แต่ระยะจากการทดสอบจริงเป็นอย่างไรต้องคอยติดตามชมนะครับ

        สำหรับสายของตัวเรือนนั้น เป็นซิลิโคนที่ให้ความนุ่ม สบาย ในการสวมใส่ ไม่ทำให้ผู้ใส่เกิดอาการแพ้ หรือสายซิลิโคนกัดข้อมืออย่างแน่นอน โดยที่สายซิลิโคน ของตัวเรือนนั้น จะมีการเจาะรูมาให้สำหรับข้อมือแทบทุกจะรูปแบบ ตั้งแต่ข้อมือขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่เลยล่ะครับ

        และบริเวณด้านหน้าของตัวเรือน จะเป็นจอแสดงผลชนิด TFT screen ที่ให้เฉดสีการแสดงผลอยู่ที่ 65,000  สี  ขนาด  80x160  ;  0.96  นิ้ว  ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเป็นอย่างดี หากเป็นในสภาวะที่อยู่ภายในอาคาร ใต้ร่มไม้ แต่หากเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ที่มีแสงส่องสว่างเยอะมาก ๆ อย่างช่วงที่ผมถ่ายภาพมาให้ได้ชมกันนั้นจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ผลทดสอบพบว่าจออาจจะยังสู้แสงได้ไม่ดีเท่าใดนัก แต่ก็ยังมองเห็นการแสดงผลได้ ซึ่งจอของ Wearbuds นั้นจะคมชัดสุด ๆ ในเวลากลางคืนครับ

        ในด้านของวัสดุผิวกระจกที่หน้าปัดนาฬิกานั้นจะเป็นวัสดุกระจกที่ค่อนข้างหนาและทนทาน แต่ยังสามารถเป็นรอยขนแมวได้หากขูดขีดไปบนพื้นผิววัสดุที่ค่อนข้างคม โดยที่การควบคุมนั้น จะไร้ปุ่มกดมารบกวนบนตัวเรือน เพราะการสั่งการทั้งหลายนั้น จะเป็นระบบสัมผัสหรือ Touchscreen ลงไปได้เลยนั่นเอง ซึ่งในครั้งแรกที่ผมเห็นนั้น ความรู้สึกในใจที่เห็นคือ มันจะแตะได้ลื่นมั้ย เพราะ Gap ระหว่างพื้นผิวบนกระจกทรงโค้งลอยขึ้นมาเหนือจอแสดงผลนั้น ค่อนข้างจะมีความห่างอยู่เล็กน้อย แต่พอนำมาเทสใช้งานดูจริง ๆ แล้วก็โอเคเลย สามารถแตะสั่งการได้อย่างหมดห่วง และลื่นไหลตามนิ้วได้

        คราวนี้ลูกเล่นของนาฬิกา ก็มีมาให้เราสามารถเลือกปรับแต่งได้ด้วยนะครับ เพียงแค่ผู้ใช้งานนำมาเขื่อมต่อ เข้ากับ Smartphone อย่างตัวผมเองนั้น ใช้ iPhone ก็มี Application ให้กดดาวน์โหลดภายใน App Store ได้เพียงแค่ Search คำว่า “Wearbuds” ตามในภาพ จะปรากฏขึ้นแสดงเป็นอันดับแรก เราก็กดดาวน์โหลดได้เลยครับ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้นก็จะสามารถเข้ามาปรับแต่งได้ โดยหน้าปัดที่ ณ เวลานี้ มีให้เลือกปรับอยู่ 5 รูปแบบ ซึ่งในอนาคตผมอยากให้ทางแบรนด์นั้น ทำออกมาให้เลือกเพิ่มเติม ก็จะยิ่งช่วยให้ผู้ใช้งานไม่เบื่ออีกด้วยครับ

        คราวนี้มาดูกันที่อีกด้านข้างตัวเรือนกันบ้างครับ ซึ่งเมื่อพลิกขึ้นมาจะพบกับ Sensor วัดชีพจรที่เมื่อเรากดให้ทำการวัดค่าการเต้นของชีพจร ตัวเรือนจะทำการยิงลำแสงเลเซอร์ สีเขียว ออกมาทำการวัดค่าในทันทีครับ และรอเพียงสักครู่เท่านั้น ค่าการวัดชีพจรก็จะแสดงผลให้ทราบได้บนหน้าจอของตัวเรือนทันที

        ซึ่งหากนำมาวัดค่าการเปรียบเทียบกันกับ Smartwatch อย่าง Apple Watch ที่ผมใช้งานเองอยู่แล้วก็วัดค่าออกมาได้ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ 

        บริเวณสายซิลิโคน จะมีสลักสำหรับทำการถอดเปลี่ยนสายซิลิโคนได้อีกด้วย ซึ่งทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่กดสลักลงไปตามในภาพเลยครับ หรือจะถอดไปทำความสะอาดก็ง่ายดาย

        และนอกเหนือไปกว่านั้น Wearbuds ยังสามารถที่จะวัดอัตราการเดินในแต่ละวัน โดยที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าจำนวนก้าว ที่ต้องการจะทำสถิติในแต่ละวันได้จากใน App อีกเช่นกัน ตามในภาพจะเห็นได้ว่ามีให้เลือกตั้งแต่ 1,000 ก้าว (ค่าเริ่มต้นที่ทางโรงงานตั้งมาให้คือ 10,000 ก้าว) ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 60,000 ก้าว กันเลยทีเดียว

และเมื่อเราตั้งค่าจนเสร็จก็จะสามารถมาดูอัตราการก้าวเท้า แบบ Realtime ได้บน Wearbuds ได้เลย

        ยังไม่หมดนะครับ ยังมีฟังก์ชั่นสำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งมีทั้งการออกกำลังบนทางลาดชัน หรือการเดินขึ้น - เดินลงแบบขั้นบันไดก็มีแสดงผลให้ทราบได้อีกด้วยครับ ถือว่าแม่นยำอยู่ โดยจากการทดสอบนั้น ผมเดินจากสถานี BTS สยาม เข้ามาจนถึงภายในห้าง Siam Paragon ซึ่งจากชั้นที่ผมเดินเข้ามาจะเป็นชั้น M และลองเดินขึ้นบันไดเลื่อนมาจนถึงชั้น 2 ตัว Wearbuds ก็สามารถแจ้งได้ตรงตามลักษณะการเดินขึ้นมาทั้งหมด ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำพอสมควรเลยล่ะครับ (จากในภาพจะเป็นการใช้มากกว่าที่ผมเกริ่นไปในตัวอย่างแล้วนะครับ)

โดยนอกจากนี้ภายใน Application ยังมีโปรแกรมการออกกำลังกายอื่นได้อีก อาทิ การปั่นจักรยาน, การวิ่ง อีกด้วย

        และภายในหน้าหลักของตัว App จะมีการคำนวณให้กับการออกกำลังกายของเรา โชว์ขึ้นมาให้ดูอีกด้วยล่ะครับ ซึ่งสามารถแสดงผลในการเผาผลาญ Calories  ให้ผู้ใช้ทราบแบบคร่าว ๆ ได้อีกด้วย

นอกเหนือไปกว่านั้น Wearbuds สามารถตรวจจับอัตราการหลับลึก ในแต่ละคืนของผู้ใช้งานได้อีกด้วยครับ

        คราวนี้มาพูดถึงตัวหูฟัง True Wireless ที่ซุกซ่อนอยู่ทีด้านข้าง ของตัวเรือนได้อย่างเรียบเนียนกันบ้าง ซึ่งตัวหูฟังนั้นจะมาพร้อมกับ Bluetooth Version 5 ตามสมัยนิยม ที่เชื่อมต่อได้ไว โดยที่สามารถถ่ายทอดพลังเสียงได้สูงสุดใน Codec ระดับ aptX อีกด้วย

        สำหรับตัว Buds นั้น จะเป็นหูฟังในลักษณะ In-Ear ที่มาพร้อมกับจุกซิลิโคนเพื่อการออกกำลังกายอย่างเต็มรูปแบบ ไปกับค่าการกันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ที่สูงกว่าตัวนาฬิกา เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นลุยได้เต็มที่กับทุกกิจกรรม ในระดับ IPX6 แต่ข้อควรระวัง !!! ไม่แนะนำให้นำไปล้างน้ำโดยตรงนะครับ เพราะแรงดันน้ำที่อัดเข้าไปที่ตัวของ Buds นั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงจรภายในได้ และอาจจะอยู่นอกเหนือการรับประกันด้วยครับ ฉะนั้นใช้สำหรับป้องกันน้ำ ป้องกันเหงื่อ ก็เพียงพอแล้วครับ 

มาต่อกันที่ลักษณะภายนอกของหูฟังโดยที่ตัวถังของ Buds นั้น จะมีการสกรีนด้านของหูฟังไว้เป็นสีเทาอ่อน ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นได้ แต่ยังกลมกลืนไปกับสีของตัวถัง ไม่โดดจนเกินไป

        และเมื่อทำการสวมใส่ก็จะเก็บทรงอยู่ในใบหูได้เป็นอย่างดี บอดี้ของ Buds มีขนาดที่เล็ก และที่สำคัญสวมใส่ได้สบายเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้เป็นเพียงทัศนะในการสวมใส่ของผมเท่านั้น  หากท่านสนใจผมขอแนะนำให้เข้ามาทดลองสวมใส่ดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าเหมาะสมกับใบหูของท่านหรือไม่ ซึ่งบักษณะใบหูของแต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน จึงควรแวะเข้ามาทดลองสวมใส่ก่อนที่จะตัดสินใจครับ

        คราวนี้มาดูโครงสร้างของภายในของตัวหูฟังกันเลยดีกว่าครับ ตัว Chipset ภายในของ Buds นั้น จะเลือกใช้เป็นของ Qualcomm Smart Audio ที่มาพร้อมกับตัวขับเสียงภายในรูปแบบ Dynamic Driver ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 mm. ที่ใช้วัสดุเสริมอย่าง Graphene Augmented ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างละเอียด ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้เสียงมีความเที่ยงตรง และแม่นยำที่สูงไปพร้อมกับการถ่ายทอดมิติของเสียงดนตรีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจากการทดสอบในด้านของการชมคลิปจาก Youtube ก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ ไร้อาการดีเลย์ มารบกวน จากการทดสอบด้วยคลิปร้องเพลงถือว่าปากตรงกับเสียงที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป๊ะ ๆ เลยล่ะครับ

มาดูในด้านของการเล่นเกมกันบ้าง ซึ่งผมได้ทดลองใช้งานเล่นกับเกม Genshin Impact 

        พบว่า.... เสียงมีการดีเลย์ประมาณ 1 วินาที ได้เลยครับ สำหรับการเล่นกเกมนี้กับทาง iPhone 12 Pro Max ซึ่งน่าแปลกใจมาก คือรายละเอียดเสียงภายในตัวเกมทำออกมาได้ดีเยี่ยม แต่เวลาที่เราเดิน หรือวิ่ง หรือกำลังลุยถล่มกลุ่ม Monster นั้น พบว่ามีอาการที่เสียงมาช้ากว่าภาพอยู่ จึงไม่แนะนำให้มาใช้สำหรับการเล่นเกมส์สักเท่าไหร่ เพราะอาจจะรู้สึกเสียอารมณ์ได้พอสมควรเลยล่ะครับ แต่กลับกันพอนำตัว Buds มาเล่นกับทางฝั่งของ Android อย่าง Samsung Galaxy S21 Ultra กลับพบว่าเสียงไร้อาการดีเลย์ไปเฉยเลยล่ะครับ 

ก่อนที่จะเข้าสู่ในส่วนที่สำคัญอย่างเรื่องของโทนเสียงนั้น เรามาดูการควบคุมสำหรับตัว Buds กันก่อนสักเล็กน้อยนะครับ

Play Song / Pause Song : สามารถแตะ 1 ครั้ง เพื่อทำการสั่งการได้ในทันที

Forward Song : สามารถแตะ 2 ครั้ง ที่ตัว Buds ทางข้าง R

Backward Song : สามารถแตะ 2 ครั้ง ที่ตัว Buds ทางข้าง L

Volume UP : สามารถแตะค้างไว้ที่หูฟังทางฝั่ง R เพื่อเพิ่มเสียงได้ทันที

Volume Down : สามารถแตะค้างไว้ที่หูฟังทางฝั่ง L เพื่อเพิ่มเสียงได้ทันที

และต่อกันในด้านฟังก์ชั่นของการรับสาย เพื่อสนทนาโทรศัพท์กันบ้าง

Receive Call : สามารถแตะ 1 ครั้ง เพื่อรับสายคู่สนทนาได้ทันทีทั้ง 2 ข้าง

Hang Up : สามารถแตะค้างไว้ประมาณ 2 วินาที เพื่อทำการวางสายได้ทั้ง 2 ข้าง

        และตัว Buds เรายังสามารถใช้งานเพียงข้างใด ข้างหนึ่งได้อีกด้วยครับ โดยที่หูฟังอีกข้างเราก็สามารถเก็บไว้ภายในตัวเรือนได้ทันที ถือว่าฟังก์ชั่นค่อนข้างจะครบครัน สำหรับหูฟังในกลุ่ม True Wireless เลยทีเดียว

คราวนี้มาต่อกันในส่วนของรายละเอียดเสียงในด้านของดนตรีกันบ้าง ซึ่งผมจะทำการจำแนกให้ดังนี้

        Bass - ในด้านของเสียงเบสนั้นให้เสียงที่มีความทุ้ม นุ่มลึก ไม่มีความกระด้างหรือเสียงที่แข็งให้รู้สึกรำคาญใจเลยแม่แต่น้อย โดยที่เสียงในด้านเบสให้หัวโน้ตที่ชัดเจน บรรจบกับปลายเสียงที่ทำการเก็บตัวมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ข้าจนเกินไป ทำให้สไตล์เสียงมีลักษณะที่ให้คาแรคเตอร์ เหมือนกำลังฟังเพลงในห้องเครื่องเสียงคุณภาพดี ที่ให้มวลเบสที่ไม่บางจนเกินไป

        Vocal - ในส่วนของเสียงนักร้อง จะให้คุณภาพของเสียงร้องที่อิ่ม มีเนื้อที่หนา ฟังแล้วให้ความรู้สึกที่อบอุ่น โดยเฉพาะเพลงที่เน้นอิมเมจของเสียงร้อง ซึ่งแปลกตรงที่ Buds รุ่นนี้เป็นหูฟังออกกำลังกาย ที่ให้เสียงร้องที่นุ่มและติดปลายเสียงที่ค่อนข้างหวาน และฟังได้เพลิดเพลินเป็นอย่างมาก

         Treble - มาต่อกันในย่านเสียงแหลมกันดูบ้างนะครับ ซึ่งปลายเสียงจะเป็นปลายเสียงที่ให้รายละเอียดชิ้นดนตรีขนาดเล็กที่แสดงออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน แต่จะไม่คมจนรู้สึกว่าปลายเสียงนั้น ก่อให้เกิดอาการบาดหู ต้องบอกว่าเป็นปลายเสียงที่มีความ Smooth และเป็นธรรมชาติมาก ๆ เลยล่ะครับ

        Soundstage - เวทีเสียงของ Buds รุ่นนี้จะให้ห้องเสียงที่ไม่กว้างถึงขนาดอิมเมจที่เป็นเวที แต่จะมาในลักษณะที่เมื่อหลับตาฟังจะได้อิมเมจที่คล้ายกับห้องอย่างที่ผมได้กล่าวไปในหัวข้อ Bass ข้างต้นแล้ว แต่จะเป็นห้องที่มีผนังซับเสียงอย่างดี ทำให้ผู้ฟังยังได้บรรยากาศของเครื่องดนตรีทุกชิ้น อย่างครบถ้วน และชิ้นดนตรีมี Gap ในระยะที่ไม่ห่างกันจนเกินไป ซึ่งหากไม่บอกว่านี่คือ Sport Earphone ถ้าให้หลับตาฟังแบบ Blind Test คงเข้าใจว่าเป็น True Wireless ที่เน้นคุณภาพเสียงที่มีความหวาน ละมุน อย่างแน่นอนครับ

        หากตัวหูฟังเปียกหรือชื้น ผมขอแนะนำให้ทุกท่าน ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาด เพื่อลดความเสียหายจากความชื้นโดยเฉพาะเหงื่อ ถึงแม้ว่าตัว Buds นั้นจะออกแบบมาให้กันน้ำได้ในระดับ IPX6 ก็จริง แต่ขั้วชาร์จนั้นทำจากวัสดุทองแดงที่ทำการเคลือบปิดผิวมา จึงทำให้หากใช้แล้วสัมผัสเหงื่อไปนาน ๆ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวหูฟังได้ อาทิ เช่น การชาร์จไฟไม่เข้า เนื่องจากขั้วชาร์จเกิดคราบตะกรัน มาบดบัง ทำให้ขั้วชาร์จไม่สามารถที่จะนำกระแสไฟเข้าไปชาร์จได้ หรือถ้าหากร้ายแรงไปกว่านั้นคือความชื้นสะสมในตัว Buds จนวงจรภายในเสียหายครับ ซึ่งกรณีนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับหูฟัง True Wireless ทุกรุ่น

สำหรับการใช้งานรวมจาก Spec ของทางเว็บไซต์ของ Ai Power กันก่อนนะครับ

        สำหรับแบตเตอรี่ของ Wearbuds นั้น ผมต้องขออนุญาตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก จะเป็นในด้านของ Smartwatch กับส่วนที่ 2 จะเป็นส่วนของ Buds ครับ

"Smartwatch"

        สามารถใช้ได้ยาวนานสูงสุดประมาณ 7 วัน (เฉพาะระบบ Smartwatch เพียงอย่างเดียว) แต่เมื่อได้ลองเทสจริง จะอยู่ได้ประมาณ 6 วัน 

        หากเมื่อผู้ใช้งานใช้หูฟังควบคู่ไปด้วยนั้นจะลดลงมาเหลือ 12 ชั่วโมง เมื่อใช้งานคู่กันกับ Buds ใช้งานจริงได้อยู่ที่ประมาณ 10 ชั่วโมง เนื่องจากตัวนาฬิกา ต้องแชร์พลังงานไปชาร์จไฟให้กับตัว Buds ซึ่งการใช้งานเมื่อแบตเตอรี่ของ Buds เหลือประมาณ 5% ตัวนาฬิกาจะสามารถชาร์จซ้ำให้ Buds ได้ประมาณ 2 รอบครึ่งครับ

"Buds"

        สามารถใช้งานตามจริงได้ประมาณ 3 ชั่วโมง 13 นาที กับการเปิดเพลงที่ Volume ประมาณ 90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานด้วยว่าเปิด Volume ดังหรือเบาก็อาจจะมีปรับอายุในการใช้งานอีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับข้อมูลที่เว็บไซต์จากทางแบนนด์ จะอยู่ที่ 5 ชั่วโมงครึ่งครับ 

        โดยข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลที่ผมนำไปใช้งานจริงตลอด 1 สัปดาห์ที่ผมได้นำ Wearbuds ไปลองใช้งานจริงเพื่อทำการทดสอบ โดยที่การใช้งานพยายามใช้ให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ซึ่งระยะห่างที่ผมได้ทดลองขยับออกจาก Smartphone ดูนั้น ทั้ง iPhone 12 Pro Max และ Samsung Galaxy S21 Ultra นั้นถือว่าทำได้ใกล้เคียงกัน 

     - Smartwatch Specification 50 ฟุต / 15 เมตร ใช้งานจริงห่างได้ประมาณ 8 เมตร จาก smartphone หลังจากระยะนั้นตัวเครื่องจะหยุดการเชื่อมต่อ จนกว่าเราจะเข้ามาอยู่ในระยะสัญญาณใหม่

        - Buds Specification 33 ฟุต / 10 เมตร ใช้งานจริงห่างได้ประมาณ 5 - 6 เมตร จาก Smartphone ซึ่งหลังจากระยะที่ผมได้กล่าวไป Buds จะทำการ Disconnect ไปทันที แต่ในระยะที่ 4 - 6 เมตรของ Samsung Galaxy S21 Ultra นั้น จะเริ่มมีอาการกระตุกให้พบเจออยู่บ้างเนื่องจากการส่งสัญญาณเสียงจากทางฝั่ง Android (aptX) จะเป็นการส่งสัญญาณเสียงที่มีความละเอียดสูงกว่า iPhone (SBC) ครับ

  เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ Gadget ชิ้นนี้ ซึ่งผมพยายามทำออกมาให้ละเอียดมากที่สุดในประสิทธิภาพของการใช้งานจริงเท่าที่จะเป็นไปได้ หวังว่าจะเป็นแนวทางให้กับท่านที่ชอบ Gadget ที่ไม่ซ้ำแบบใคร อย่างไรก็ตามหากท่านกำลังมองหา Fitness Tracker ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน และมาพร้อมกับหูฟัง True Wireless ที่ให้คุณภาพเสียงที่เต็มเปี่ยมแล้วล่ะก็... Wearbuds 2 IN 1 จาก AI Power รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ของท่านได้อย่างแท้จริงครับ และมีสินค้าให้ทดลองแล้ววันนี้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท สาขา สยามพารากอน นะครับ วันนี้ผมลาไปก่อน สวัสดีครับ

คะแนนรีวิว

0 / 5

คะแนน

(ทั้งหมด 0 รายการ)
(0)
(0)
(0)
(0)
(0)

รีวิวจากลูกค้า

เรียงจาก

ถาม - ตอบทีมงาน



สินค้าใกล้เคียง