มั่นคง munkonggadget

พระกาฬนางไม้อมตะ

หูฟัง Grado RS1e

คะแนน 10/10

0 out of 5 stars

5 ดาว
0 %
4 ดาว
0 %
3 ดาว
0 %
2 ดาว
0 %
1 ดาว
0 %

ดูรีวิวลูกค้าทั้งหมด

แบรนด์:
GRADO
ประเภท:
หูฟัง
จำนวน:
  สามารถซื้อได้
แต้มมั่นคง:
x3 ซื้อรายการนี้รับ 840 คะแนน รายละเอียด
ราคา 28,000 บาท
ผ่อน 0% นาน 10 เดือน (ไม่สามารถร่วมโปรโมชั่นอื่นๆได้)
สินค้าชิ้นนี้สามารถเลือกผ่อนชำระได้
คลิ๊กเพื่อผ่อนชำระ
ค่าขนส่ง:
ฟรีค่าจัดส่ง เมื่อยอดเงินรวมในการสั่งซื้อ 500.00 บาท
ช่องทางการชำระเงิน:

สอบถามเพิ่มเติม:

รีวิว หูฟัง Grado

RS1e

Editor's

REVIEWS

10 คะแนน

ห่างหายจากการเขียนรีวิวไปนานมากๆๆ ครับ สำหรับตัวผมเอง วันนี้เห็นเจ้าแฮม และ เทพหลุยส์แล้วเกิดอาการคันมือ อยากคืนสังเวียนกับเค้าบ้างครับ สำหรับหูฟังที่วันนี้ผมจะมารีวิวเป็นหูฟังที่ได้รับความสนใจจากนักฟังอยู่พอควรครับ และเป็นหูฟังที่ผมใช้ฟังอยู่เป็นประจำมาตลอดครับ นั่นคือ GRADO นั่นเองจ้าๆๆๆ

จริงๆแล้วถ้าใครเกิดทัน!!! จะทราบว่าผมเริ่ม GRADO มาตั้งแต่รุ่น SR325i ตัวสีทองล่ะครับ และไต่ระดับนรกขึ้นมาจนถึงรุ่นล่าสุดใน The e Series ครับ ซึ่งรุ่นที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้คือรุ่นที่เป็นระดับ top ของ Reference Series ครับ รุ่นที่ว่า คือรุ่น RS1e นั่นเองคร้าบบบบบบ

แบรนด์ GRADO นั้นถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1953 ครับ ถ้านับเข้าในปีนี้คือ 61 ปีเข้าไปแล้วครับ โดยเริ่มจาก Joseph Grado ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของ John Grado ที่เรารู้จักกันดีนั่นเองครับ ซึ่งสำหรับ John แล้วต้องบอกว่านอกจาก Joseph นั้นจะเป็นลุงแล้ว ยังเสมือนเป็นอาจารย์คอยแนะนำเรื่องเสียงไปในตัวด้วยล่ะครับ ฟังแล้วมันซาบซึ้งพิกลแฮะ ........

จากอดีตสู่ปี 2014 นี้เอง...... GRADO นั้นได้เปิดตัว Sereis ใหม่ ขึ้นคือคือ The e Series ครับ สำหรับแฟนๆ GRADO แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ (ไม่เว้นแม้แต่ผมเอง) เพราะเป็นที่ทราบกันดีกว่า GRADO จะออกหูฟังใหม่ๆมาทั้งที จะใช้เวลาในการเปิดไลน์ใหม่นั้นเฉลี่ย 5 ปี ต่อครั้งเลยทีเดียวครับ ดังนั้นในการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ย่อมต้องตื่นตา ตื่นใจเป็นพิเศษ เหมือนตอนยืนส่องรอเวลาพริตตี้มอเตอร์โชว์แต่ละปีกันเลยทีเดียวครับ 

 

The e Sereis นั้นถือเป็น Third Generation ของ GRADO ครับ นั่นคือเคล็ดวิชาถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่ รุ่นของ Joseph ถ่ายทอดมายังรุ่น John และส่งไม้ต่อให้กับ Jonathan ซึ่งเป็นลูกชายของ John Grado นั่นเองครับ จริงๆแล้ว Jonathan นั้นถือว่ามีบทบาทกับ GARDO อยู่พอควรครับ เพราะ Jonathan นั้นดำรงตำแหน่งระดับ ผู้อำนวยการด้านการตลาด และมีส่วนร่วมในการผลิตหูฟัง in ear ของ GRADO อีกด้วยครับ ซึ่งผลงานล่าสุดก่อนที่จะมาทำ The e Series นั้นคือ รุ่น Bushmills, นั่นเองครับ เรียกว่า GRADO ยุคนี้ถือว่ายังคงดำรงจิตวิญญาณของบรรพชนไว้ได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว 

และแน่นอนว่า The e Series ก็ต้องอยู่ในความดูแลของ Jonathan เช่นเดียวกัน

The e Sereis นั้นถือเป็น Third Generation ของ GRADO ครับ นั่นคือเคล็ดวิชาถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่ รุ่นของ Joseph ถ่ายทอดมายังรุ่น John และส่งไม้ต่อให้กับ Jonathan ซึ่งเป็นลูกชายของ John Grado นั่นเองครับ และยังเป็น CEO หนุ่มวัยเพียง 23 ปีเท่านั้นครับ จริงๆแล้ว Jonathan นั้นถือว่ามีบทบาทกับ GARDO อยู่พอควรครับ เพราะ Jonathan นั้นดำรงตำแหน่งระดับ ผู้อำนวยการด้านการตลาด และมีส่วนร่วมในการผลิตหูฟัง in ear ของ GRADO อีกด้วยครับ ซึ่งผลงานล่าสุดก่อนที่จะมาทำ The e Series นั้นคือ รุ่น Bushmills, นั่นเองครับ เรียกว่า GRADO ยุคนี้ถือว่ายังคงดำรงจิตวิญญาณของบรรพชนไว้ได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว 

และแน่นอนว่า The e Series ก็ต้องอยู่ในความดูแลของ Jonathan เช่นเดียวกัน

สำหรับ GRADO RS1e นั้นป็นหูฟังที่ผลิตโดยใช้ตัว CUP เป็นไม้ครับ ซึ่งไม้ที่ใช้นั้นไม่ได้ไปลักลอบตัดแถวเขาใหญ่แต่อย่างใดครับ แต่เป็นไม้มะฮอกกานีครับ ซึ่งผมไม่ทราบว่าไปลักลอบมาหรือเปล่าครับ 555 ซึ่งปกติแล้วไม้มะฮอกกานีนั้น ถือเป็นวัสดุที่ทาง GRADO ใช้มาตั้งแต่สมัยยุคแรกที่เริ่มทำหัวเข็มเลยทีเดียวครับ ซึ่งรุ่น RS1e นั้น ยังผ่านกรรมวิธีอบเนื้อไม้ เพื่อให้สีของตัวไม้นั้นใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดนั่นเองครับ 

หรือแม้แต่วัสดุอย่างโลหะโรเดียม ที่ถือว่าเป็นโลหะที่มีราคาสูงมาก ก็ยังถูกมานำมาใช้เป็นวัถุดิบในการผลิตหูฟังของ GRADO เช่นกันครับ นอกจากนี้ยังมีการปรับจูนเสียงใหม่ทั้งหมดใน The e Series นี้อีกด้วยล่ะครับ เรียกว่าทุกอย่างใหม่หมดจดจริงๆ ในรุ่นที่ 3.....

ลักษณะของการวางตัว CUP และ ตัว Driver นั้น ถ้าสังเกตุดีๆ จะไม่เหมือนกับรุ่นก่อนๆแล้วครับ คือถ้าเป็นรุ่นเดิมๆครับ ตัว Driver นั้นจะถูกวางไว้ตำแหน่งที่เสมอกับตัว CUP ไม้ครับ แต่งวดนี้รุ่น RS1e นั้นจะถูกวางยื่นเลยออกมาอีกนิดหน่อย ซึ่งทำให้ระยะของตัว Driver นั้นถูกย่นลงมาใกล้กับหูของผู้ฟังมากขึ้นนั่นเองครับ

อีกจุดที่เปลี่ยนไปใน The e Series นั้นตัว Adaptor จะมีขนาด 3.5 mm ทั้งหมดครับ ซึ่ง GRADO นั้นให้เหตุผลว่า สำหรับ Life Style ของนักฟังเพลงในยุคปัจจุบันนั้น จะเน้นการฟังแบบพกพา หรือใช้ Soure ที่มีขนาดเล็กๆ มากกว่าการฟังแบบจัดเต็มซึ่งนอกจากจะประหยัดเนื้อที่แล้ว ยังสะดวกในการเคลื่อนย้าย อีกด้วยครับ 

แต่สำหรับนักฟังที่ไม่ชอบย้ายที่ และ ต้องการใช้หูฟัง GARDO กับ Headphone amp ที่รองรับ Adaptor ขนาด 6.3 mm อันนี้ไม่ต้องเสียใจไปครับ เพราะทาง GRADO ใจดีอภินันทนาการให้ Adaptor แปลงให้ฟังได้ไปฟรีๆ อีกคนละ 1 อันนั่นเอง.. 5555 

นอกจากนั้นในกล่องของ RS1e นั้นจะมีสายเพิ่มความยาวให้อีก 1 เส้น สำหรับผู้ฟังที่ต้องการความยาวมากขึ้นครับ

ตัวก้านของหูฟังของรุ่น RS1e นั้นก็เป็นอีกจุดที่ทาง GRADO นั้นออกแบบใหม่เช่นครับ สังเกตุอีกรอบจะเห็นว่าเหล็กที่มาใช้เป็นก้านของหูฟังนั้นมีขนาดที่หนาขึ้นครับ และนอกจากนี้ส่วนของหนังรองศรีษะนั้นยังมีขนาดที่หนาขึ้น และ นุ่มขึ้นเช่นกันครับ เรียกว่าใส่สบายขึ้นครับ 

ในส่วนของตัว foam ที่รองหูนั้นก็มีนุ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากๆครับ คือถ้าใครเล่น GRADO มานานๆจะทราบกันดีว่า foam นั้นก่อนใช้งานจะแข็งมาก บางท่านต้องไปจุ่มน้ำสบู่ก่อน แล้วจึงฟังได้ครับ แต่รุ่นหลังๆนั้นไม่จำเป็นแล้วครับ ผมเดาว่าทาง GRADO น่าจะจุ่มน้ำสบู่มาก่อนถึงมือเราล่ะครับ 5555

บริเวณที่ปรับระดับของก้านหูฟังนั้น จะเป็นอะลูมิเนียมแท่งกลม เวลาใช่ปรับระดับนั้น ให้ให้มือจับตรงจุดที่รองรับก้านแล้วค่อยๆดึงครับ ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยครับ เพราะถ้าใส่แล้วดึงลงมาอาจจะทำให้เกิดความเสียหายของหูฟังได้ครับ แต่ไม่ใช่ใน The e Series ครับ เพราะทาง GRADO มีการเปลี่ยนเนื้อกาวทีใช้เชื่อมต่อใหม่ทั้งหมด เพื่อความทนทานครับ 

แต่ถึงกระนั้น....ผมก็ไม่กล้าที่จะกระชากอยู่ดี 555

สายของหูฟัง GRADO นั้น เป็นสายที่หุ้มฉนวนขนาดใหญ่ครับ สำหรับท่านที่ยังไม่เคยใช้หูฟังของค่ายนี้มาก่อน เมื่อแกะกล่องมาจะเจอรอยพับบริเวณสาย อันนี้ไม่ต้องวิตกจริตไปครับ เพราะที่เป็นรอยนั้นถือฉนวนนั่นเองครับ ไม่เป็นอันตรายต่อตัวสาย และ อันตรายต่อผู้ฟังแน่น 

ซึ่งต้องบอกว่าสายของหูฟัง GRADO นั้นโอกาสที่สายจะขาดนั้นยากยิ่งกว่า ลุ้นให้บอลไทยไปบอลโลกซะอีกครับ และเมื่อใช้ไปสักระยะตัวรอยพับจะจางหายไปเองครับ ไม่จำเป็นต้องเข้าคลินิคศัลยกรรมแต่ประการใด

และมาถึงย่อหน้าทีสำคัญที่สุดของการรีวิวนี้ คงไม่พ้นเรื่องเสียงนั่นเองครับ โดยปกติแล้วหูฟังของ GRADO นั้นต้องเบิร์นกันนาน ถึง โคตรนานทีเดียวครับ อย่างต่ำๆสุดก็ต้องราวๆ 300 – 500 ชม.เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ว่าผมเป็นนักฟังที่หลังๆค่อนข้างอินดี้ ไม่ได้เปิดทิ้งไว้รวดเดียวครับ แต่ใช้วิธีค่อยๆฟัง อันเนื่องมาจากค่าไฟฟ้ามันแพงนั่นเองครับ 5555 ซึ่งตอนนี้น่าจะได้ราวๆ 100 ชม.แล้วครับ ก็ถือว่าพอจะได้กลิ่นอายของแนวเสียงของรุ่น RS1e มาพอสมควรล่ะครับ 

สำหรับอุปกรณ์ที่ผมใช้เทสก็ง่ายๆเลยครับเจ้า ipod touch รุ่นเก่าๆของผมนั่นเองครับ เพราะมันเป็นเครื่องเล่นพกพาที่ผมคุ้นมือทีสุดในเวลานี้ และ เวลาก่อนหน้านี้ครับ ระดับเสียงที่ผมใช้ก็ราวๆ 60% ได้ครับ เรียกว่าอยู่ในระดับความดังที่กำลังดีสำหรับตัวผมแล้วครับ 

แว่บแรกที่ผมได้ฟังเจ้า RS1e นั้น เป็นหูฟังอีกรุ่นครับ ที่ผมฟังแล้วเกิดอาการ “หลงรัก” เต็มๆอีกครั้งครับ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เจ้า RS1e นั้นโดดเด่นนั่นคือ ให้ความเป็น 3 มิติสูงมากครับ ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์สำคัญของรุ่น RS1 และถ่ายทอดมาสู่เจ้า RS1e เช่นกันครับ 

เสียงกลางของเจ้า RS1e นั้นเป็นเสียงกลางที่พุ่งมาข้างหน้า คล้ายๆกับ RS1 รุ่นกระดุมครับ คือตำแหน่งนั้นแทบจะอยู่บริเวณปลายจมูกล่ะครับ นอกจากนี้เสียงกลางหนาขึ้นและติดหวานนิดๆด้วยครับ ไม่ได้พุ่งพล่าน กราดเกรี้ยวเหมือนกับรุ่นกระดุม ด้วยการออกแบบ Driver แบบใหม่จึงให้โทนเสียงที่มีเนื้อเสียงหนาขึ้นกว่ารุ่น RS1 และ โปร่งกว่ารุ่น RS1i 

รายละเอียดย่านเบสของ RS1e นั้นจะสัมผัสได้ถึงย่าน Deep มากขึ้นครับ และจะเก็บตัวช้ากว่าเดิมอีกเล็กน้อยแต่ไม่ช้าขนาดเต่าคลานครับ เนื้อเบสนั้นมีมวลที่อิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยครับเมื่อเทียบกับเจ้า RS1i รุ่นก่อนหน้า

Signature ที่สำคัญของหูฟังของหูฟัง GRADO นั้น คงจะไม่พ้นรายละเอียดย่านแหลมเพราะจุดเด่นจริงๆของ RS1 ในอดีตนั้น คือย่านกลางแหลมที่พุ่งพล่าน และ จัดจ้านครับ แต่ในรุ่น RS1e นั้นได้ปรับ Balance ของย่านแหลมให้ ให้ Smooth หูยิ่งขึ้น คือ ลดความจัดจ้านลงมาพอสมควร เพื่อให้ฟังได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ RS1 กระดุม นั้นจะเหมือนวัยรุ่นอายุ 20 ปี ที่ไฟแรง เลือดร้อน แต่ RS1e จะเหมือนชายวัยทำงานอายุ 27-30 ปี ที่กำลังจะเริ่มต้นสร้างครอบครัว แบบนั้นล่ะครับ 

ส่วนรายละเอียดย่านปลายแหลมนั้น ต้องบอกว่าตรงข้ามกับเจ้า PS500 ที่ผมเคยใช้กันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ ปลายแหลมของ RS1e นั้นจะไม่เนียนเท่า PS500 แต่ปลายแหลมนั้นละเอียดทอดยาวและเคลียร์สะอาดกว่า และเป็นย่านแหลมไม่รู้สึกรกหูซะด้วยครับ ซึ่งต้องบอกว่า งวดนี้ GRADO จูนเสียงได้สะเด่าหูมากๆครับ 

Sound Stage ของ RS1e นั้นเมื่อเทียบกับ PS500 ที่ผมเคยใช้นั้นจะรู้สึกว่าตำแหน่งชิ้นดนตรีนั้นถูกขยับออกไปห่างหูมากขึ้นครับ ยิ่งเวลาฟังเพลงที่บันทึกเสียงจากคอนเสิร์ตสดๆ จะรู้เลยครับว่า ให้มิติสมจริงมากกว่า ตำแหน่งต่างๆจะแจ้งกว่า ไปอีกขั้นล่ะครับ เสมือนว่าเราอยู่ด้านหน้าของเวที Live Concert แบบนั้นเลยล่ะครับ

โดยรวมแล้วหูฟัง GRADO RS1e นั้นจะเป็นหูฟังทีให้โทนเสียงที่ Colour และฟังสนุกมาก ไม่จืดชืด และยังคงให้ความเป็น 3 มิติสูงมากๆๆ ควรค่าที่อยู่ในระดับ TOP ของ The Reference Series ครับ ซึ่งเหมือนเป็นการผสมผสานกันจุดดีของรุ่น RS1 + RS1i เข้าไปด้วยกันนั่นเอง

สำหรับใครที่เป็นสาวกแนว Rock และ Metal ผมว่าน่าจะถูกใจเจ้า RS1e นี้ได้ไม่ยากนักล่ะครับ 

ข้อมูลจำเพาะ


Transducer Type :  Dynamic 
Operating Principle :  Open Air 
Frequency Response :  12 - 30,000 hz 
SPL 1mW     :  99.8 dB 
Normal Impedance :  32 ohms
Driver Matched dB :  .05 dB

 

Included Accessories: 
Headphones, Warranty, Grado story-sheet, 6.5mm Golden Adapter, extension cable

 

 


EDITOR'S RATING

GRADO RS1e

10

คะแนน

  • 10
  • 10
  • 10
  • 10

รีวิวจากผู้ใช้

0 คน รีวิว สินค้านี้

0 จาก 5 ดาว

5 ดาว
0 %
4 ดาว
0 %
3 ดาว
0 %
2 ดาว
0 %
1 ดาว
0 %

ยังไม่มีการรีวิวสินค้าชิ้นนี้

ยังไม่มีถามตอบสำหรับสินค้าชิ้นนี้