มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟัง Earbuds แบบ Bluetooth Jabra Elite Active 45e

 

 

 

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ "เปา พารากอน" ก็ได้กลับมาพบกับทุกท่านอีกแล้วครับ ช่วงนี้ก็จะพบกันบ่อยนิดนึงเพราะสินค้าใหม่ ๆ นั้นพากันยกขบวนเข้ามาประจำการที่ร้าน "Munkonggadget" กันแบบรัว ๆ จนแทบตั้งหลักไม่ทันเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังประเภท Full-Size, On-Ear หรือ แม้แต่หูฟัง Bluetooth True Wireless เองก็มีเข้ามามากมาย ซึ่งตัวล่าสุดที่ผมเพิ่งได้เขียนรีวิวไปนั้นก็จะเป็นหูฟัง On-Ear Extra Bass รุ่น WH-XB700 ของทาง Sony ครับ หากใครที่สนใจก็สามารถกดอ่านได้ที่ภาพนี้เลยครับผม 

 

 

 

 

 

 

สำหรับในวันนี้นั้นผมก็มาพร้อมกับหูฟังที่น่าสนใจมาก ๆ รุ่นนึงจากทาง "Jabra" โดยมีชื่อรุ่นว่า "Jabra Elite Active 45e" ที่เป็นหูฟังประเภท Earbuds แบบ Bluetooth โดยในรุ่นนี้มีราคาค่าตัวเพียง "3,490 บาท" เท่านั้นครับ สำหรับแบรนด์ Jabra นั้นหลายท่านน่าจะคุ้นหูกับชื่อนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเสียงมากมายเลยทีเดียว ซึ่งก่อนที่จะไปอ่านรีวิวตัวหูฟัง "Jabra Elite Active 45e" นั้น ผมก็จะขอแนะนำให้กับทุกท่านได้รู้จักประวัติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแบรนด์ "Jabra" กันเสียก่อนครับ 

 

 

 

 


Jabra นั้นเป็นบริษัทในเครือของ "GN Group" จากประเทศ Denmark ที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเสียงระดับโลก โดยเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนโลกแห่งการฟังให้ทุกคนได้มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับคุณภาพเสียง และ การได้ยิน โดยทาง GN Group นั้นได้ถือครองสิทธิบัตรต่าง ๆ ไว้มากมายเลยทีเดียวครับ

โดยได้ริเริ่มสร้างสินค้าประเภทลำโพงไร้สาย, หูฟังไร้สาย, เครื่องช่วยฟัง และ หูฟังสำหรับคุยโทรศัพท์ที่มีประสิทธิ ภาพสูงเป็นเจ้าแรก ๆ ของโลก โดยมีทีมงาน และ นักวิจัยระดับหัวกะทิที่ช่วยกันคิดค้น และ พัฒนาระบบต่าง ๆ นับร้อย ๆ ชั่วโมงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาสมบูรณ์ และ ให้ผู้คนสามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันครับ

 

 

 

 

Jabra Corporation นั้นเริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 (ชื่อเดิมของบริษัทคือ Norcom Electronics Corporation ) โดย "Elwood Norris" นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทชื่อดังต่าง ๆ มากมาย โดยสำนักงานใหญ่ของ Jabra นั้นตั้งอยู่ที่เมือง Copenhagen เมืองหลวงของประเทศ Denmark ครับ โดยผลงานชิ้นเอกของทาง Jabra นั้นก็คือการประดิษฐ์ Microphone ระบบ "Ultra Noise Cancelling" เป็นเจ้าแรกของโลก และ ยังมีหูฟังระดับ Professional ที่ใช้ระบบ Active Noise Cancelling อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ Jabra ยังคงเป็นเจ้าแรกของโลกที่ทำหูฟัง Sport Wireless ที่มีระบบเสียง Dolby และ Heart Rate Monitor ครับ 

 

 

 

นอกจากนี้ทาง Jabra นั้นยังมีไลน์สินค้าที่เป็น "Bluetooth Mono Headset" สำหรับใช้คุยโทรศัพท์โดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งคนไทยเราก็จะรู้จักแบรนด์ Jabra จากผลิตภัณฑ์ในสายการผลิตนี้อยู่แล้วครับ เพราะทาง Jabra นั้นมีการทำตลาดในไทยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 แล้วนั่นเองครับ 

 

 

 

 

 


ในส่วนของหูฟังประเภท True Wireless ที่ได้รับความนิยมสูงจากนักฟังเพลงทั่วโลกก็คือรุ่น "Jabra Elite 65t และ Jabra Elite Active 65t" ครับ หากถามว่าทำไมถึงได้รับความนิยมจนขายดิบขายดีขนาดนี้ก็เพราะว่าเสียงที่ทางแบรนด์ได้ปรับจูนมานั้นให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นสะดวก และ คล่องตัว แถมยังมี Application ที่ออกแบบมาให้เราสามารถปรับแต่งเสียงหูฟังทุกรุ่นของ Jabra ได้อย่างลงตัวในแบบเฉพาะของเราเอง พร้อมทั้งยังคอยอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้ได้ทำการอัพเดทกันอยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีประกันตัวสินค้าให้นานถึง 2 ปี อีกด้วยครับ ทั้งหมดนี้เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหูฟังของ Jabra นั้นถึงได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลกมากมายขนาดนี้ 


มาถึงตรงนี้ก็คงจะพอทำให้ทุกท่านได้ทราบประวัติของทาง Jabra กันบ้างแล้วนะครับ โดยในส่วนถัดไปนี้ผมก็จะขอนำทุกท่านเข้าสู่การรีวิวหูฟัง Jabra Elite Active 45e กันเลยครับ 

 

 

 


 

หูฟัง Jabra Elite Active 45e นั้นเป็นหูฟังรุ่นล่าสุดของทาง Jabra ที่เข้ามาประจำการอยู่ที่ร้าน "Munkonggadget" แห่งนี้ ผมจึงรีบนำมาเขียนรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกัน เพราะผมเห็นว่าเป็นหูฟังที่น่าสนใจมาก ๆ อีกรุ่นหนึ่งที่จะปล่อยผ่านไม่พูดถึงเลยคงจะไม่ได้ เพราะเจ้า Jabra Elite Active 45e นั้นเป็นหูฟังประเภท Earbuds ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเจ๋ง ๆ มากมายที่ผมอยากแนะนำให้กับทุกท่านได้อ่านกันครับ โดยเราจะเริ่มต้นด้วยสเปคกันก่อนเพื่อแสดงให้เห็นกันไปเลยว่าหูฟังรุ่นนี้มีคุณสมบัติอะไรยังไงบ้างครับ

 

 

 

::: Specification :::

 

Bluetooth Version : 5.0
Supported Bluetooth profile : HSP/HFP/A2DP/AVRCP/PBAP/GATT
Wireless Range : 10 Meters
2 Devices Can Be Connected Simultaneously, Up To 8 Stored
Weight With Cable : 29g
IP67 Rate Waterproof Design & Dust 
Voice Assistant Enabled. One-Touch Access To Amazon Alexa, Siri®, And Google AssistantTM
Earwings And Earhooks For A Superior Fit
Pair With The Jabra Sound+ App For Customized Setting
Up To 9 Hours Of Battery On A Single Charge
2-Microphone Call Noise Cancelling Technology For Superior Calls, Wind Noise Protection
Quick Charge 15 Minutes Of Charging Gives You 1 Hour Of Battery

 


จากสเปคนี้เราก็จะเห็นได้เลยครับว่าทาง Jabra นั้นจัดเต็มมาให้ขนาดไหน และ ต้องไม่ลืมว่าสเปคที่ให้มาทั้งหมดนี้มีราคาขายอยู่ที่ 3,490 บาท เท่านั้นครับ เรียกได้ว่าแค่เห็นสเปคขนาดนี้ก็คุ้มแล้วครับ

 

 

 


เรามาเริ่มต้นกันด้วยตัวแพคเกจกันก่อนเลยดีกว่าครับ ตัวแพคเกจของ Jabra Elite Active 45e นั้นมีการดีไซน์ที่สวยงาม หน้าตากล่องดูแน่นหนาดี พร้อมทั้งระบุฟีเจอร์เด่น ๆ เอาไว้อย่างชัดเจนครับ 

 

 

 

 


ที่มุมบนทางด้านขวานั้นก็จะมีสติ๊กเกอร์ของทาง "RTB Technology" แปะเอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้เราอุ่นใจได้เลยว่าเป็นสินค้าของทางศูนย์ไทยแน่นอนครับ 

สินค้าของทาง Jabra นั้นจะมีการรับประกันให้นานถึง "2 ปี" ครับ สามารถลงทะเบียนรับประกันกับทาง RTB ได้ด้วยการสแกน QR Code ครับ

 

 

 

 

 


ที่ด้านข้างนั้นจะระบุไว้เลยว่าสินค้าถูกออกแบบ และ พัฒนาจากเมือง Copenhagen เลยครับ

 

 

 

 


พลิกมาข้างใต้ของตัวกล่องนั้นก็จะมี Serial Number ของสินค้าระบุเอาไว้ชัดเจน ซึ่งเมื่อเราซื้อสินค้าแล้วก็สามารถนำ Serial Number ไปลงทะเบียนรับประกันได้ทันทีครับผม (Serial Number ที่ตัวกล่อง และ หูฟังจะต้องตรงกันเท่านั้น)

จากรูปนี้จะเห็นได้เลยครับว่าที่ด้านหลังของตัวกล่องนั้นจะบอกว่าตัวหูฟังนี้มีความสามารถอะไรที่เด่น ๆ บ้าง ยกตัวอย่างเช่น Open Eargel Design, รับประกัน 2 ปี, เล่นต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง และ มีไมค์ 2 ตัว ครับ 

 

 

 

 

 


โดยในรุ่นนี้ทาง Jabra ทำออกมาให้เลือกซื้อกันทั้งหมด "3 สี" ได้แก่ Black, Navy และ Mint ครับ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย สามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบเลยล่ะครับ

หลังจากที่เราทำการแกะกล่องออกมาแล้วก็จะพบว่ามีอุปกรณ์มาให้ดังรูปนี้ครับ ซึ่งก็จะมี ตัวหูฟัง, สายชาร์จแบบ USB Micro B และ คู่มือนั่นเองครับ  

 

 

 

 

 


และนี่คือหน้าตาของหูฟังที่ผมนำมารีวิวในวันนี้ครับ "Jabra Elite Active 45e" ตัวนนี้นี่เอง!!

 

 

 

 

หน้าตาของตัวหูฟังนั้นดูคมเข้มทีเดียวครับ มีโลโก้ของทางแบรนด์สีเงินเด่นหราอยู่ที่ Faceplate อีกด้วย ส่วนตัวหูฟังนั้นใช้วัสดุที่เป็นเนื้อ Silicone & PC / ABS Plastic ที่ยืดหยุ่นได้ดี และ ให้ผิวสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ไม่ลื่น สามารถหยิบจับมาใช้งานได้อย่างถนัดมือทีเดียวครับ และ ถ้าสังเกตดูแล้วจะพบว่าที่ตัวหูฟังทั้งสองข้างนั้นจะมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานในส่วนต่าง ๆ อยู่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายการใช้งานให้ได้ทราบกันอีกครั้งครับ 

 

 

 

 

 


อย่างที่ได้เรียนให้ทุกท่านทราบก็คือ ตัวหูฟังนั้นจะมาในทรงของ Earbuds คล้องหลังหูที่มี Earwing ช่วยเพิ่มความกระชับทำให้การสวมใส่นั้นง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องยัดเข้าไปในรูหูจนรู้สึกอึดอัด เหมาะสำหรับคนที่่ชอบใช้งานหูฟังแบบ Earbuds และ อยากได้ยินเสียงภายนอกระหว่างใช้งานไปด้วย หรือ ใครที่ต้องการนำไปใช้งานตอนขี่่จักรยาน และ วิ่งตามที่สาธารณะครับ เนื่องจากการออกกำลังกายตามที่สาธารณะนั้นหากเราไม่ได้ยินเสียงจากภายนอกเลยก็อาจจะเกิดอันตรายจากปัจจัยต่าง ๆ ภายนอกได้ ยกตัวอย่างเช่น รถจักรยานยนต์ที่ชอบวิ่งบนฟุตปาธนั่นเองครับ ฮ่า ๆ ๆ 

 

 

 

 


ตัวหูฟังด้านขวานั้นจะมีปุ่มที่เป็น Multi-Funtion อยู่ซึ่งสามารถใช้เป็นปุ่มสำหรับ เปิด - ปิด, เล่น - หยุด และ รับ - วางสายได้ครับ 


จากภาพนี้เมื่อเราพลิกตัวหูฟังมาที่ด้านล่างก็จะพบกับปุ่มสำหรับ เพิ่ม - ลด เสียง และ สามารถใช้งานเพื่อ ข้าม - ย้อน เพลงได้อีกด้วยครับผม เรียกได้ว่าสะดวกสุด ๆ แทบไม่ต้องยกมือถือขึ้นมากดเลยล่ะครับ 

 

 

 

 

 


เมื่อเลื่อนสายตาลงมาอีกนิดเราก็จะเห็นไฟ LED ที่เป็นตัวบอกสถานะของการทำงานครับ 

 

 

 

 


ที่ด้านซ้ายนั้นจะมีปุ่มสำหรับใช้ Mute - Unmute ไมค์เวลาที่เราคุยโทรศัพท์ครับ โดยวิธีการใช้งานนั้นก็แค่กดลงไปเพียงหนึ่งครั้งในการ Mute หรือ Unmute ครับ นอกจากนี้ทาง Jabra นั้นได้ใส่ตัวไมค์สำหรับคุยโทรศัพท์เอาไว้ที่ข้างซ้ายจำนวน 2 ตัวด้วยกัน โดยที่สามารถใช้งานในการออกคำสั่งเสียงผ่าน Siri, Google Assistant และ Amazon Alexa ได้อีกด้วยครับ 


ที่ด้านล่างของตัวหูฟังข้างซ้ายนั้นก็จะเป็นในส่วนของช่อง USB Micro B สำหรับชาร์จไฟ ซึ่งช่องชาร์จไฟนี้จะไม่มีที่ปิดมาให้นะครับ เนื่องจากตัวหูฟังนั้นรองรับการกันน้ำแบบ IP67 จึงไม่จำเป็นต้องมีที่ปิดครับ แต่ในกรณีที่่เราเกิดทำตกน้ำ หรือ เปียกเหงื่อเยอะ ๆ นั้นผมแนะนำให้ทำการเช็ดให้แห้งสนิทก่อนที่จะชาร์จไฟ เพื่อป้องกันการลัดวงจรระหว่างชาร์จไฟครับ 

 

 

 

 

 


Jabra Elite Active 45e นั้นจะมี LED แสดงสถานะของการชาร์จไฟมาให้ โดยตำแหน่งของ LED นั้นจะอยู่ใกล้ ๆ กับช่องชาร์จไฟเลยครับ โดยจะมีระดับสีไล่ตั้งแต่ Red > Yellow > Green ไปตามลำดับของแบตเตอรี่ครับ


เราลองหยิบเอาตัวหูฟังขึ้นมาสวมใส่กันดูบ้างดีกว่าครับ ดูสิว่าเท่ห์ขนาดไหน  ซึ่งจากรูปก็จะเห็นได้ว่าตัวคล้องหูนั้นเราสามารถดัดให้เข้ากับสรีระหูของแต่ละคนได้อย่างง่ายดายครับ 

 

 

 

 

 

อ้อ! ผมลืมบอกเลยครับว่าวันนี้ผมได้พานายแบบมาด้วย ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "มาร์ช พารากอน" ของเรานั่นเองครับ ฮ่า ๆ ๆ ซึ่งที่ผมเชิญพี่มาร์ชมาเป็นแบบให้นั้นก็เพราะว่าพี่มาร์ชนั้นใส่แว่นด้วย เลยอยากให้ทุกท่านได้เห็นว่าหูฟังรุ่นนี้สามารถใช้งานร่วมกับแว่นสายตาได้อย่างไม่รู้สึกเกะกะ หรือ รำคาญขาแว่นเลยล่ะครับ พี่มาร์ชคอนเฟิร์ม ฮ่า ๆ ๆ 

 

 


Close Up มาให้ดูกันใกล้ ๆ เลยครับว่าเวลาสวมใส่นั้นรูปลักษณ์มันจะเป็นแบบไหน แล้ว Earwing นั้นจะไปอยู่ตรงส่วนไหนของหูเราครับ เมื่อลองใส่แล้วก็ถือว่ามีความกระชับมาก ๆ ทีเดียวครับ ซึ่งผมได้ให้พี่มาร์ชลองขยับ ๆ โยกหัว ส่ายไปส่ายมาอย่างเต็มที่ ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะหลุดออกมาแต่อย่างใดครับ สุดยอดจริง ๆ 


ตัวหูฟังนั้นจะ "ไม่สามารถถอดเปลี่ยนจุกได้นะครับ"  แต่ทาง Jabra นั้นยืนยันว่าด้วยการออกแบบ และ ทดลองมาก็สามารถสวมใส่ได้กับทุกสรีระหู ไม่ว่าจะหูเล็ก หรือ ใหญ่ก็ไม่เป็นปัญหาแม้แต่น้อยครับ 

 

 

 

 

 

จากการที่ได้ทดสอบเรื่องของไมค์เวลาคุยโทรศัพท์นั้นปรากฎว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียวครับ สำหรับหูฟัง Bluetooth แบบนี้ เพียงใช้เสียงพูดปกติปลายสายก็สามารถได้ยินแล้วล่ะครับ

 

 

 

 

 

 

Jabra Elite Active 45e นั้นยังมาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 เพราะฉะนั้นสามารถใส่ออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ หากใครที่มีเหงื่อมาก ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ แต่ถึงแม้จะกันน้ำกันเหงื่อได้ดีก็ใช่ว่าเราจะสามารถนำไปใส่ว่ายน้ำได้นะครับ เนื่องจากการใส่ว่ายน้ำนั้นจะติดปัญหาในเรื่องของสัญญาณ Bluetooth ที่ไม่สามารถใช้งานใต้น้ำได้เนื่่องจากแรงดันของน้ำ และ ความหนาแน่นของมวลน้ำจะทำให้สัญญาณกระตุกได้ครับ 

 

มาดูกันในเรื่องแนวเสียงของ Jabra Elite Active 45e กันบ้างครับ โทนเสียงของรุ่นนี้นั้นได้รับการปรับจูนมาได้อย่างลงตัวสุด ๆ  ครับ โทนเสียงนั้นเป็นโทนที่ฟังง่าย ใครฟังก็รู้สึกดี เพราะเนื้อเสียงนั้นมีความกลมกล่อม ให้อิมเมจของเสียงที่ใหญ่ ให้ย่านเสียงต่ำที่มีอิมแพคที่ชัดเจน มวลเบสนั้นลอยมาให้ฟังกันแบบไม่มีขาด แถมลงได้ลึกจนน่าตกใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นหูฟังประเภท Earbuds ก็ตามครับ จุดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่คนรัก Earbuds ส่วนใหญ่ถวิลหาเลยก็ว่าได้ เพราะหูฟังประเภทนี้ตัวเบสนั้นจะค่อนข้างบาง ทำให้ขาดอรรถรสในการฟังไปเยอะ แต่ไม่ใช่กับ Jabra รุ่นนี้อย่างแน่นอนครับ

 

ย่านเสียงกลางนั้นหลังจากที่ได้ฟังไปหลาย ๆ เพลงเข้าก็พบว่าเป็นย่านเสียงกลางที่ชัดเจน มีน้ำมีนวลปราศจากอาการหยาบกร้าน ให้ดีเทลของเสียงที่จัดอยู่ในระดับดีเยี่ยมแบบหาตัวเทียบได้ยากกับหูฟังประเภท Earbuds Bluetooth แบบนี้ครับ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดเสียงของเครื่องสายออกมาได้อย่างน่าฟังที่สุด ตำแหน่งของเสียงนั้นถูกต้อง และ มีโฟกัสของเสียงที่แม่นยำทีเดียว เพราะจากที่ได้ทดสอบโฟกัสของเสียงร้องนั้นไม่มีหลุดเลยครับ อยู่รอดปลอดภัยจากการโถมเข้ามาของเครื่องดนตรีจำนวนมากได้อย่างสบาย ๆ 

 

ย่านเสียงกลางแหลมของ Jabra Elite Active 45e นั้นมีความกระจ่างชัด ปลายเสียงแหลมนั้นสามารถทอดไปได้ไกลไม่สั้น ไม่ห้วน ทำให้บรรยากาศในการฟังเพลงนั้นดูมีความเรียลมาก ๆ ครับ เพราะให้ย่านเสียงที่ออกมาแบบครบ ๆ ไม่มีขาด หรือ โอเวอร์จนเกินไป ทำให้การฟังเพลงนั้นมีความอิ่มเอมกับเสียงดนตรีได้ดีกว่า Earbuds แบบ Bluetooth รุ่นอื่น ๆ ที่เคยได้ฟังมาครับ 

 

 

 

 


นอกเหนือจากแนวเสียงที่กล่าวมานั้นหากใครที่ฟังแล้วยังรู้สึกว่าในย่านเสียงนี้ฟังแล้วยังขาดอีกหน่อย อยากจะเติมอีกสักนิด ก็สามารถโหลด Application ที่ชื่อว่า "Jabra Sound+" จาก Apple Appstore หรือ Google Play Store มาใช้งานได้ทันทีครับ ด้วยความสามารถของ Application จากทาง Jabra นั้นจะทำให้การฟังเพลงของเราได้คุณภาพของเสียงในแบบที่เราต้องการได้ครับ (ในส่วนของการใช้งาน Application นั้นผมจะขอยกไปไว้ในช่วงท้ายของรีวิวครับผม)

หลังจากที่ได้ทดสอบเสียงในการฟังเพลงไปแล้ว ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าประทับใจอย่างมาก ต่อมาผมจึงนำไปทดสอบกับการดูหนัง และ ดูคลิปจาก Youtube เพื่อทดสอบเสียงดีเลย์ และ หลังจากที่ได้ทดสอบเรียบร้อยก็ถือว่าสอบผ่านได้อย่างไม่ยากเย็นครับ เพราะไม่มีอาการดีเลย์จากทั้ง Youtube และ Netflix ครับ

 

 

 

 

 

เท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะเป็นยอดหูฟังชั้นเลิศ ผมจึงทำการทดสอบด้วยการเล่นเกมดูสิว่าจะไหวไหม และปรากฎว่าก็ไม่พบอาการดีเลย์อีกเช่นกันครับ นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับหูฟังจากทาง Jabra รุ่นนี้ครับ

หลังจากที่ได้ดูในส่วนต่าง ๆ ของหูฟัง Jabra Elite Active 45e และ อ่านแนวเสียงกันไปแล้วนั้น ผมก็จะขอนำทุกท่านเข้าสู่ช่วงถัดไปของรีวิวนี้ครับ ซึ่งนั่นก็คือ การใช้งานนั่นเองครับ ซึ่งในส่วนของการใช้งานนี้ผมจะขอพูดถึงในส่วนของการเชื่อมต่อ และ การใช้งาน Application ครับ 

 

 

 

::: การเชื่อมต่อ :::

 

 

มาถึงในส่วนของการเชื่อมต่อกันบางครับ การเชื่อมต่อของ Jabra Elite Active 45e นั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนครับ โดยจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth นั่นเองครับ 
 

เริ่มต้นเลยนั้นให้เราทำการเปิด Bluetooth ที่ตัวสมาร์ทโฟนของเรารอเอาไว้ก่อนเลยครับ 

 

 

 


ต่อมาเมื่อเราทำการเปิด Bluetooth จากสมาร์ทโฟนที่จะใช้เชื่อมต่อกับตัวหูฟังเรียบร้อยแล้ว ก็ให้หยิบตัวหูฟังขึ้นมา แล้วกดลงไปที่ปุ่ม Multi-Function ที่ด้านขวา ค้างไว้ "3 วินาที" ไฟจะเปลี่ยนสีจาก สีเขียว เป็นสีน้ำเงิน 

 

 

 


เพียงเท่านี้ก็จะพบกับชื่อของ "Jabra Elite Active 45e" ที่หน้าจอของสมาร์ทโฟนที่เปิดรอไว้แล้วครับ จากนั้นก็ทำการแตะที่ชื่อของหูฟังเพื่อเชื่อมต่อได้เลยครับผม 

เมื่อทำการเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใช้งานหูฟังได้ทันทีครับ ไปเปิดเพลงฟังกันได้เลย :D

 

 

นอกจากการเชื่อมต่อ Bluetooth แล้วยังมีรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกมากเลยทีเดียวครับ สำหรับใครที่ซื้อไปแล้วผมขอแนะนำให้เปิดคู่มืออ่านกันสักนิดครับ เพื่อการใช้งานตัวหูฟังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลยครับ หรือ หากใครที่อยากลองเข้าไปดูคู่มือเล่น ๆ ก็สามารถคลิกที่ล่างด้านล่างนี้เพื่อดาวน์โหลดได้เลยครับผม คลิก

 

 

 

 

::: Application :::

 


ในส่วนของการใช้งานตัว Application นั้นเมื่อเราโหลดมาแล้วก็จะได้หน้าตาแบบนี้ครับ 

เมื่อเรากดเข้ามาใน Applpication ครั้งแรกนั้นก็จะมีให้เรากดจับคู่ทันทีครับ 

 

 

 

 

 


พอจับคู่กับหูฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเข้าสู่หน้าจอของ Dashboard ทันที โดยหน้า Dashboard หรือ My Moment นั้นก็จะเปรียบเสมือนหน้าแรกของเราที่จะสามารถตั้งค่าเสียงโดยการปรับ EQ ลากยกเอาได้ตามใจชอบเลยครับ หรือ หากเรากลัวปรับแล้วเสียงจะไม่ถูกใจก็สามารถเลือกเสียงที่ทาง Jabra ปรับแต่งมาให้เป็นทางเลือกเสริมได้เช่นกัน อย่างเช่น เสริมเบส, เสริมเสียงสูง, หรือ เน้นไปที่เสียงพูดก็ได้ครับ และ ที่มุมขวาบนนนั้นเราก็จะเห็นว่ามีเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่แสดงไว้ให้เราเห็นกันอีกด้วยครับ

ตัวอย่างในรูปก็จะเป็นส่วนที่ผมปรับแล้วรู้สึกชอบมากๆเพราะ  โทนเสียงที่ผมฟังแล้วรู้สึกโอเคก็คือการยกเบสขึ้นอีกหน่อย นอกนั้นผมว่ามันดีอยู่แล้วครับ

 

 

 

 

 


ในเมนูที่สองจากทางซ้ายก็จะเป็น Commute ครับ ส่วนนี้ก็จะเป็นการปรับ EQ เช่นกันครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีซ้ำกับหน้า My Moment นั่นก็เพราะว่า จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนโทนเสียงไปเป็นอีกสไตล์นึงได้ตามที่เราตั้งค่าไว้ ยกตัวอย่างเช่น ในหน้า My Moment นั้นเราเพิ่มเบสเอาไว้เยอะหน่อย สำหรับฟังเพลงประเภท Pop, Rock, EDM ส่วนหน้า Commute นั้นเราก็ปรับเป็น "ค่าเริ่มต้น" เผื่อว่าเราเปลี่ยนไปฟังเพลงแนว Acoustic, Jazz, Classical เราก็เพียงแค่กดที่ปุ่ม Multi-Function ที่ข้างขวาค้างไว้ให้ได้ยินเสียงดัง "ติ๊ด" ก็จะเป็นการเปลี่ยนไปโหมด Commute ให้เราได้ทันที ซึ่งเป็นการสลับ EQ ได้อย่างรวดเร็วสุด ๆ ครับ 

เมนูถัดมาก็จะเป็นในส่วนของหน้าจอ Focus ครับ โดยในโหมดนี้เราจะสามารถฟังเสียงอย่างอื่นนอกเหนือจากเพลงได้เลย อย่างเช่นเวลาที่เราต้องการงีบพักผ่อน หรือ ต้องการโฟกัสกับการทำงาน โดยไม่อยากฟังเพลงนั้น ทาง Jabra ก็ได้ใส่เสียงต่าง ๆ มาให้เลือกมากมายเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นแนวเสียงแบบ "ธรรมชาติ" ที่มีเสียงฝนตก, เสียงคลื่น, เสียงลำธาร เป็นต้นครับ เรียกได้ว่าเอาใจใส่ผู้ใช้งานกันสุด ๆ เลยล่ะครับ

 

 

 

 


จากรูปนี้เราสามารถตั้งความสามารถของเสียง Ambient ในเวลาที่เราคุยโทรศัพท์ได้เช่นกันครับ ข้อดีก็คือ เวลาที่เราคุยโทรศัพท์อยู่นั้นเราจะกะเสียงพูดของตัวเองไม่ถูก ในโหมดนี้ก็เลยจะช่วยให้เราได้ยินเสียงพูดของตัวเองมากขึ้น ทำให้ไม่พูดดังเกินไปจนคนข้าง ๆ สะดุ้งครับ แต่ว่าโหมดนี้อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์กับหูฟังรุ่น Jabra Elite Active 45e ตัวนี้สักเท่าไหร่ เพราะว่าหูฟังรุ่นนี้นั้นเป็นแบบ Earbuds จึงทำให้เราได้ยินเสียงจากภายนอกเพียงพออยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์มาก ๆ กับหูฟังที่เป็น In-Ear อย่างรุ่น Jabra Elite Active 65t ครับ 

ในหน้าการค้นพบนี้เราจะสามารถเปิดการใช้งาน "Find My Jabra" ได้ครับ โดยฟีเจอร์นี้จะไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์ แต่จะเป็นการจดจำสถานที่ที่่เราตัดการเชื่อมต่อล่าสุดเท่านั้นครับ โดยฟีเจอร์นี้จำเป็นจะต้องเปิด Location ของตัวสมาร์ทโฟนด้วย อาจจะทำให้กินแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของเราเพิ่มขึ้นครับ 

 

 

 

 

 


เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างก็จะพบกับหน้าคู่มือสำหรับปุ่มกดต่าง ๆ ที่ Jabra ระบุเอาไว้ให้อย่างละเอียดทีเดียวครับ หากเราลืมปุ่มกดใด ๆ ก็ตามก็สามารถเปิดเข้ามาดูได้เลยครับ

มาต่อกันที่หน้าสุดท้ายกันครับ ในหน้า "เกี่ยวกับ"  นี้เราสามารถทำการตรวจสอบเฟิร์มแวร์อัพเดทได้ครับ ถ้ามีอัพเดทก็สามารถกดอัพได้ทันทีเลยครับ

 

 

 

 

นอกจากนี้ยังสามารถลงทะเบียนผ่านทาง Application ของทาง Jabra ได้เช่นกันครับผม

 

 

 

*** หน้าตาของ Application และ Menu การปรับแต่งต่าง ๆ นั้นอาจแตกต่างกันในหูฟังแต่ละรุ่นครับ***

 

สรุป : หูฟัง Jabra Elite Active 45e นั้นเป็นหูฟังแบบ Bluetooth คล้องหูที่สวมใส่สบาย สามารถใส่ออกกำลังกายได้ ป้องกันน้ำ และ ฝุ่นระดับ IP67 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง "9 ชั่วโมง" และ มี Dual Microphones แบบ Noise Cancelling ครับ
 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับหูฟัง Earbuds แบบ Bluetooth จากทาง Jabra ที่ผมนำเอามาเขียนให้ทุกท่านได้อ่านกัน หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากรีวิวชิ้นนี้นะครับ สำหรับใครที่ชอบหูฟังแบบ Earbuds ที่ไม่ต้องอุดหูนั้นรับรองได้เลยครับว่าจะต้องถูกใจกับหูฟังจากทาง Jabra อย่างแน่นอน สำหรับในวันนี้ผม "เปา พารากอน" ต้องขอตัวลาทุกท่านไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความครั้งถัดไปนะคร้าาาาาบ !!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความโดย :  Pao / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 4 ก.ค. 2562

 

 



 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง