มั่นคง munkonggadget

บทความ : 5 สิ่งที่ควรมีในหูฟัง True Wireless ไว้ตัดสินใจในการซื้อ

 


สวัสดีทุกท่านครับ ตั้งแต่ปี 2018 - 2019 กระแสหูฟัง True Wireless มาแรง และ เป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็จะพบเห็นผู้คนใส่หูฟังประเภทนี้อยู่กันแทบทุกที่เลยครับ โดยสาเหตุที่หูฟัง True Wireless ได้รับความนิยมสูงนั้นก็คือความสะดวกในการพกพา สามารถใช้งานกับ Smart Phone ได้ทุกรุ่น ใช้งานง่าย มีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย แต่เราจะเลือกหูฟัง True Wireless กันอย่างไร? วันนี้ผมขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อหูฟัง True Wireless ให้คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด เชิญรับชมได้เลยครับ


 


1. ต้องเชื่อมต่อได้รวดเร็ว / ไร้สะดุด / ดีเลย์น้อย


 


สิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆ ในการใช้งานหูฟังประเภทนี้คือการเชื่อมต่อครับ หูฟัง True Wireless  ที่ดีต้องเชื่อมต่อได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก รวดเร็ว แบบยกหูฟังขึ้นมาปุ๊บ สามารถเชื่อมต่อได้ปั๊บ และสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งของการเชื่อมต่อที่ดีก็คือ Delay ของสัญญาณระหว่างหูฟัง กับอุปกรณ์เชื่อมต่อของเราครับ หูฟัง True Wireless  ส่วนใหญ่จะมี Delay มากหรือน้อยก็จะขึ้นอยู่กับคุณภาพ Bluetooth ในหูฟังรุ่นนั้นๆ ซึ่งการเลือกซื้อหูฟังที่มีการเชื่อมต่อที่ดีต้องดูที่ เวอร์ชั่นของ Bluetooth ครับ ดังนั้นผู้ใช้งานควรเลือกซื้อหูฟังที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.2 ขึ้นไป ทั้งนี้อุปกรณ์การเชื่อมต่อของผู้ใช้งานจะต้องรองรับ Bluetooth 4.2 ขึ้นไปด้วยนะครับ

 

 

ซึ่งปัจจุบันหูฟังส่วนใหญ่จะรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ไกลไปถึงเวอร์ชั่น 5.0 แล้วครับ สัญญาณมาเต็มไร้สะดุด อีกทั้ง Delay ของสัญญาณนั้นน้อยมากๆ จนแทบจับไม่ได้เลยครับ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ aptX ที่มี Low Latency ก็จะช่วยให้การส่งสัญญาณนั้นเสถียรมากยิ่งขึ้นครับ บทความ : อธิบาย Bluetooth เวอร์ชั่น 1 – 4.2 

 

 

 

 

 

2. พูดคุยสายเรียกเข้าได้ดี หรือ มี Voice Assistant

 


หากเราย้อนมองไปเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว หูฟัง Bluetooth ที่ได้รับความนิยมคือหูฟัง Bluetooth  ที่เอาไว้คุยโทรศัพท์ที่มีเพียงแค่ข้างเดียวซึ่งรู้จักกันในชื่อ Small Talk  ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงตั้งแต่ 2000 - 5000 บาท ตามคุณภาพของ Small Talk รุ่นนั้น ๆ โดยหูฟังประเภทนี้จะไม่ค่อยตอบโจทย์ในเรื่องของการฟังเพลงมากนักครับ แต่ปัจจุบันหูฟัง True Wireless  ที่เน้นการใช้งานฟังเพลงเป็นหลักทุกรุ่น ก็ได้ใส่ไมโครโฟนเข้ามาในหูฟังด้วยจึงทำให้สามารถรับสาย / วางสาย และสื่อสารผ่าน Social App ต่างๆ ได้ เช่น Line หรือ Skype ได้ อีกทั้งหากเป็นรุ่นที่รองรับการเรียกใช้งานคำสั่งเสียงทั้ง Siri  และ Google Assistant  ได้ก็ถือว่าทันเทคโนโลยีมากขึ้นครับ เพราะจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานที่มากกว่า โดยหูฟัง True Wireless บางรุ่นนั้นเสียงสนทนาที่ออกมา จะดังขึ้นในหูฟังทั้งข้างซ้าย และ ข้างขวา ซึ่งจะช่วยให้เสียงที่ได้ยินชัดเจนมากกว่ารุ่นที่ดังเพียงข้างเดียวครับ 

 

 

ในบางรุ่นก็จะมีฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนขณะพูดสาย ซึ่งจะเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า cVc Noise Cancelling หรือจะเป็น ฟังก์ชั่น Dual Mic ที่จะช่วยให้เสียงพูดของเราคมชัดมากยิ่งขึ้นครับ โดยฟังก์ชั่นเหล่านี้ก็จะเพิ่มเข้ามาตามราคาของหูฟังรุ่นนั้นๆ ซึ่งราคาของหูฟัง True Wireless รุ่นเริ่มต้นนั้นแทบไม่ต่างจาก Small Talk ยุคแรกๆ เลยครับ แถมยังสามารถฟังเพลงได้ดีกว่า และ ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมากกว่าเช่นกัน ดังนั้นการเลือกหูฟัง True Wireless  ที่มีไมโครโฟนในตัวเพื่อรองรับการรับสายสนทนาได้จึงนับเป็นอีก 1 ปัจจัย ที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกซื้อครับ

 

 

 

 

 

3. ป้องกันได้ทั้งน้ำและเหงื่อ




บางครั้งการที่เราออกไปข้างนอกในอากาศเมืองไทยที่ร้อนจัด หรือ จะไปออกกำลังกายตามสถานที่ต่างๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดาเลยครับที่จะมีเหงื่อออกมากพอควร ดังนั้นเราจึงควรเลือกซื้อหูฟังที่สามารถกันเหงื่อได้เพื่อให้ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันของเรา โดยฟังก์ชั่นกันน้ำและกันเหงื่อนั้น ให้เราสังเกตจากมาตรฐาน IPXX  ที่บอกอยู่ในคุณสมบัติของหูฟัง True Wireless  รุ่นนั้นๆ ครับ  ระดับ IPXX ขั้นต่ำที่สุดที่ผมขอแนะนำคือ IPX4 ขึ้นไปครับ ซึ่งมาตรฐาน IPXX  นี้ทางทีมงานมีอธิบายไว้ในบทความ และ คลิป VDO ก่อนหน้าแล้ว สามารถคลิกเข้าไปรับชมได้เลยครับ บทความ : จงเตรียมพร้อม IPXX ไหนกันน้ำ


 

 

 

 

4. แบตเตอรี่ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
 


สำหรับแบตเตอรี่ของหูฟัง True Wireless ที่ดี ควรรองรับการใช้งานได้ตลอดวัน ซึ่งระยะเวลาของแบตเตอรี่ขั้นต่ำที่หูฟังไร้สายควรทำได้คือ 10 ชั่วโมงขึ้นไปครับ โดยใน 10 ชั่วโมงนี้คือรวมการชาร์จตัวหูฟังเข้ากับเคสแล้ว และ หากจะให้ดียิ่งขึ้นควรเป็นหูฟังที่รองรับระบบ Fast Charge ครับ จะช่วยประหยัดเวลา และ เพิ่มความสะดวกสบายให้เราได้อีกมากทีเดียวครับ

 

 

 

5. คุณภาพเสียงที่ตอบโจทย์

 

 

ขึ้นชื่อว่าหูฟัง คุณภาพเสียงที่ออกมาจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับ 1 ในการตัดสินใจเลือกซื้อครับ โดยคุณภาพของเสียงนั้นเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ย่านหลักๆ คือ เสียงเบส เสียงร้อง/เสียงกลาง เสียงแหลม และ เวทีเสียง  ซึ่งเราควรเลือกหูฟังที่มีสไตล์เสียงที่เข้ากับลักษณะการฟังเพลงของเราครับ เช่น หากเราชอบเพลงที่มีจังหวะสนุกๆ  อย่าง EDM Hip Hop หรือไว้สำหรับออกกำลังกาย ก็ควรเลือกซื้อหูฟังที่เน้นพลังจากย่านเบส เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงแนวนี้ให้มากยิ่งขึ้นครับ 


 

หากเราชอบฟังเพลงแนว Pop, Acoustic  ก็ควรเลือกซื้อหูฟังที่เด่นในเรื่องของเสียงกลาง, เสียงร้อง เพื่อรับอารมณ์ของนักร้อง และ เสียงดนตรีชัดๆ ที่สื่อออกมาได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้ผู้ใช้งานเข้ามาทดลองฟังคุณภาพเสียงของหูฟังแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อครับ เพื่อจะได้หูฟังที่มีคุณภาพเสียงที่เข้ากับแนวเพลงที่เราชอบมากที่สุดครับ

 

 

 


6. ราคา และ ความคุ้มค่า
 


หูฟัง True Wireless ในตลาดตอนนี้มีมากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และ หลายราคามากๆ ครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำให้ดูจากงบประมาณที่เราตั้งไว้ก่อนครับ ว่าเราต้องการซื้อหูฟังในช่วงราคาที่เท่าไหร่ จากนั้นก็นำหูฟังที่อยู่ในช่วงราคานี้  มาเช็คดูว่ามีคุณสมบัติ 5 ข้อข้างต้นที่ผมได้แนะนำไปครบถ้วนทุกข้อหรือไม่ และถ้าหากมีฟังก์ชั่นอื่นๆ เสริมเข้ามาด้วย ก็จะช่วยให้หูฟังรุ่นนั้นมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นครับ เช่น รองรับการส่งสัญญาณแบบ aptX[HD], aptX [Low Latency], กันฝุ่นได้, มีระบบตัดเสียงรบกวน, มีระบบ Ambient ที่สามารถฟังเสียงรอบข้างได้ขณะฟังเพลง และฟังก์ชั่นเพิ่มเติมอื่นๆ 

 

ดังนั้นหูฟังที่มีฟังก์ชั่นที่มากขึ้น ราคาของหูฟังรุ่นนั้นๆ ก็จะมากขึ้นตามความคุ้มค่าครับผม เพื่อที่จะให้ทุกท่านได้รับความคุ้มค่าในการซื้อหูฟัง True Wireless ซักรุ่นหนึ่ง ผมจึงหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่ได้แวะเวียนกันเข้ามาอ่านนะครับ  สุดท้ายนี้หากบทความนี้มีข้อบกพร่องใดๆ ผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับผมขอบคุณ และสวัสดีครับ

 

 

 

 

 

 

    บทความโดย : ต้น  สาขาออนไลน์  เขียนเมื่อ : 25  มิ.ย. 2562