มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟังไร้สาย SONY WH-XB700 ตัวจริงเรื่องเบส และ การพกพา

 


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ "เปา พารากอน" กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้ง โดยในวันนี้ผมมาพร้อมกับหูฟังจากทาง "SONY" รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาประจำการที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทแห่งนี้ครับ ซึ่งรุ่นที่ผมนำมาเขียนนี้ก็คือ "WH-XB700" ครับ เมื่อเห็นชื่อขึ้นต้นเลขรหัสด้วย "XB" แบบนี้หลายท่านก็พอจะทราบแล้วว่ามันคือหูฟังในซีรีย์ "Extra Bass" นั่นเองครับ ซึ่งสำหรับในซีรีย์นี้ก็จะถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงไหลในเสียงเบส แบบฟังเพลงที่เน้นจังหวะสนุก ๆ และ สำหรับรุ่น WH-XB700 นั้นจะมาในราคาที่ทุกท่านเอื้อมถึงเพียง "4,990 บาท" เท่านั้น ซึ่งในราคา 4,990 บาทนี้ทาง SONY ได้ใส่สเปคแบบไหนมาให้เราใช้งานกันบ้างนั้นไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับผม

 

 

 

:::  Specifications  :::

 

การตอบสนองความถี่ (การสื่อสาร BLUETOOTH®)
: 20 Hz - 20,000 Hz (Sampling 44.1kHz)

น้ำหนัก : ประมาณ 195 กรัม

WEARING STYLE : ออนเอียร์

DSEE :ได้

เวลาการชาร์จแบตเตอรี่ : ประมาณ 4 ชั่วโมง (ชาร์จเต็ม)

ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ (เวลาการสื่อสารต่อเนื่อง)
: สูงสุด 30 ชั่วโมง

เวอร์ชัน BLUETOOTH® : เวอร์ชัน 4.2

โปรไฟล์ : A2DP, AVRCP, HFP, HSP

รูปแบบเสียงที่สนับสนุน : SBC, AAC, aptX

NFC :ได้

อิมพีแดนซ์ (โอห์ม) : 37 โอห์ม

ไดรเวอร์ยูนิต : 30 มม. (ทรงโดม)

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับสเปคของเจ้า WH-XB700 ที่ทาง SONY ใส่เข้ามาให้ เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าหูฟังรุ่นอื่น ๆ เลย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันมีค่าของทุกท่านนั้นผมขอนำทุกท่านเข้าสู่รีวิวของ SONY WH-XB700 กันเลยครับผม

 

 

 


ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ของเจ้า XB700 นั้นยังคงมาในทรงสี่เหลี่มผืนผ้าที่มีพื้นหลังสีขาวที่ชูให้ตัวหูฟังนั้นโดดเด่น และ บริเวณรอบ ๆ กล่องนั้นก็จะมีข้อมูลของตัวหูฟังมาให้อ่านกันแบบคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อครับ 

 

 

 


ที่มุมด้านล่างนั้นจะมีระบุเอาไว้เลยครับว่ารองรับ "Google Assistant" และ "Alexa Built-In" ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับรองรับคำสั่งเสียงเพื่อให้สะดวกกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้เราจะเห็นได้ว่าบริษัทชื่อดังทั้งหลายกำลังพัฒนาระบบรับคำสั่งเสียงให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น เพราะอีกหน่อยคงไม่ค่อยมีใครใช้ปุ่มกดแบบแอนะล็อกกันอีกต่อไปแล้วครับ นอกจากนี้ยังระบุเอาไว้อีกว่าสามารถเล่นต่อเนื่องได้นานถึง "30 ชั่วโมง" กันเลยทีเดียวครับ เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องมาคอยเสียบชาร์จไฟบ่อย ๆ ให้รู้สึกขัดอารมณ์แต่อย่างใด 

 

 

 

ย้ายมาดูกันต่อที่ด้านบนของตัวแพคเกจกันครับ ที่ด้านบนนี้ก็จะมีโลโก้ของทาง iOS และ Android เด่นหราอยู่ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าสามารถใช้งานได้กับทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการแบบไม่เกี่ยงงอนล่ะครับ 

 

 

 

 


ด้านหลังของตัวกล่องนั้นยังมีข้อมูลระบุเอาไว้มากมายทีเดียวครับ เรามาเริ่มกันที่ส่วนนี้ก่อนเลยครับ เจ้า XB700 นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบ NFC ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเชื่อมต่อแบบปกติลงไปได้อีกเล็กน้อยครับ ทำให้ไม่ต้องคอยไปค้นหาชื่อเพื่อเชื่อมต่อกันให้ยุ่งยากครับ โดยระบบ NFC นี้จะรองรับการเชื่อมต่อเฉพาะใน Android เท่านั้นครับ ส่วนฝั่ง iOS นั้นก็ต้องเชื่อมต่อด้วยการค้นหาชื่อ Bluetooth กันไปตามปกติจ้า เนื่องจากทาง iOS นั้น Apple ยังไม่ปล่อยให้ NFC ไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ยกเว้น Apple Pay เท่านั้นครับ นอกจากนี้ตัวหูฟังนั้นยังรองรับการเชื่อมต่อ และ ปรับตั้งค่าผ่าน Application ของทาง SONY ที่ชื่อว่า "SONY Headphones Connect" ครับ สามารถโหลดมาใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android เลยครับผม (ในส่วนของการใช้งาน Application นั้นผมจะแนะนำในช่วงท้ายของรีวิวครับ)

 

 

 


ตัวหูฟังนั้นยังรองรับการพูดคุยโทรศัพท์อีกด้วยครับ ทำให้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ ๆ ครับ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมกับระะบบ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง "10 นาที" ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง "90 นาที" เลยทีเดียวครับ โดยช่องชาร์จไฟนั้นจะใช้หัวชาร์จไฟแบบ USB Type-C นั่นเองครับ 

ตัวหูฟังรุ่น WH-XB700 นั้นสามารถควบคุมการใช้งานต่าง ๆ เช่น รับ / วางสาย, เล่น / หยุดเพลง หรือ เพิ่ม / ลดเสียง ได้อย่างครบครันครับ ทำให้ไม่ต้องคอยยกมือถือขึ้นมากดบ่อย ๆ เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุด ๆ ไปเลยล่ะครับ 

 

 

 

 


และเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่หูฟังก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง SONY WH-XB700 นั้นนอกจากจะมีสี Black แล้ว ก็ยังมีสี Blue ที่ดูเป็น Denim ด้วยนะครับ เท่และสวยงามดีทีเดียวครับ 

เรามาเริ่มต้นแกะกล่องหูฟังกันเลยดีกว่าครับ อยากเห็นด้านในใจจะขาดแล้วครับ ฮ่า ๆ ๆ 

 

 

 

 

 


เมื่อแกะตัวแพคเกจด้านนอกออกแล้วเราก็จะพบกับกล่องกระดาษสีดำด้านในอีกชั้นหนึ่งครับ 

และหลังจากที่เราแกะเปิดกล่องกระดาษออกนั้นก็จะเจอกับหูฟัง WH-XB700 พระเอกสุดหล่อของเรากันเสียทีครับ 

 

 

 

 

 


เมื่อหยิบขึ้นมาสิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยก็คือ น้ำหนักที่เบามาก ๆ เพียง "195 กรัม" เนื่องจากทาง SONY นั้นเลือกใช้วัสดุแบบพลาสติกเนื้อแน่นที่ให้น้ำหนักเบา และตัวผิวสัมผัสนั้นให้ความรู้สึกที่จับได้อย่างถนัดมือ ไม่เหนียวไม่ลื่นแม้แต่น้อย ซึ่งลักษณะของตัวหูฟังนั้นจะมาในทรงของ On-Ear ขนาดกลางครับ 

 

 

 

พอลองสวมปุ๊บก็ต้องร้องว้าวทันทีเลยครับ เพราะมันเบามาก ๆ จนแทบไม่รู้สึกหนักหัวแม้แต่น้อยครับ อันนี้ต้องยกเครดิตให้กับทีมงานที่ออกแบบของทาง SONY เลยครับ เยี่ยมจริง ๆ จ้าๆๆ

 

 

 

 

 

ใต้ฝากล่องกระดาษสีดำนั้นก็จะมีการย้ำเตือนในเรื่องของ Application ให้ได้ทราบกันอีกครั้งครับ เพราะทาง SONY นั้นได้ออกแบบตัว Application ออกมาดีจริง ๆ เพื่อให้รองรับกับหูฟังในหลาย ๆ รุ่นซึ่งภายในนั้นสามารถปรับแต่งตั้งค่าได้อย่างมากมาย ช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการใช้งานหูฟังของทาง SONY ได้อีกมากเลยทีเดียวครับ 

 

 

 


นอกจากนี้ภายในกล่องนั้นก็จะมีอุปกรณ์ที่แถมมาให้ใช้งานอีกเล็กน้อยครับ จากรูปจะเห็นว่ามีสาย AUX ติดมาให้ด้วย และ คู่มือคำแนะนำการใช้งานเล่มสีฟ้าครับ 

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สายชาร์จไฟนั่นเองครับ โดยทาง SONY เลือกใช้สายชาร์จไฟแบบ USB Type-C ที่ช่วยให้ชาร์จไฟได้รวดเร็วกว่า USB Micro B แบบทั่ว ๆ ไปครับ 

 

 

 

 

จากนี้ผมจะพาทุกท่านไปดูในส่วนต่าง ๆ ของตัวหูฟังกันครับ ว่าตำแหน่งไหนมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยครับผม 

 


ผมจะขอเริ่มต้นที่ตัวแพดของหูฟังกันก่อนเลยก็แล้วกันครับ ด้วยความที่มันให้ผิวสัมผัสที่ยอดเยี่ยม มีความหนานุ่ม ทำให้การสวมใส่นั้นรู้สึกสบายกว่าหูฟังประเภท On-Ear ทั่ว ๆ ไปมากทีเดียวครับ ขนาดของตัวแพดนั้นถือว่าเป็นไซส์ขนาดกลาง ที่สามารถวางบนใบหูได้อย่างพอดี ไม่เล็ก หรือ ใหญ่จนเกินไปนักครับ

 

 

 


ลองเอามือมาบีบ ๆ ดูแล้วตัวแพดนั้นมีความนุ่มมือสุด ๆ แถมยังมีการคืนตัวที่รวดเร็วอีกด้วยครับ 

ที่ตัวก้านนั้นสามารถดึงออกเพื่อปรับระดับการสวมใส่ได้ตามลักษณะศีรษะของผู้สวมใส่ได้อีกด้วยครับ ซึ่งพอกางออกอย่างเต็มที่แล้วก็ถือว่ากว้างทีเดียวครับ ทำให้ไม่ว่าจะมีศีรษะที่ใหญ่โตก็จะสามารถสวมใส่ได้อย่างง่ายดายครับ 

 

 

 

 


ด้านในข้อพับของตัวหูฟังนั้นจะมีสัญลักษณ์บอกตำแหน่งของข้าง R และ L เอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมใส่ที่ผิดข้างครับ 

ที่ตัว Faceplate ข้างซ้ายนั้นจะมีตำแหน่งสำหรับเชื่อมต่อผ่านระบบ NFC ครับ สำหรับมือถือระบบ Android ที่รองรับการเชื่อมต่อ NFC นั้นก็สามาระนำมาแตะกันได้เลยครับผม

 

 

 

 

 

พลิกลงมาดูที่ด้านล่างกันบ้างครับ หูฟังข้างซ้ายนั้นจะมีปุ่มเล็ก ๆ อยู่ 2 ปุ่มด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Power และ Custom ครับ ปุ่ม Power นั้นจะทำหน้าที่สำหรับ เปิด - ปิดหูฟัง ส่วนปุ่ม Custom นั้นจะทำหน้าที่รับคำสั่งเสียงโดยถ้าใช้กับ iOS นั้นจะเป็นการเรียกใช้งาน Siri ครับ ส่วนใน Android นั้นจะเป็น "Google Assistant" หรือ "Amazon Alexa" นั่นเองครับ ซึ่งหากถามว่าทำไมถึงใช้ชื่อปุ่มนี้ว่า Custom ล่ะ ? นั่นก็เพราะว่าเราสามารถเข้าไปเลือกใน Application ได้เลยครับว่าจะใช้ปุ่มนี้เพื่อเรียกใช้งาน Google Assistant หรือ Amazon Alexa ก็ได้ครับ แล้วแต่ว่าเราชอบใช้งานของค่ายไหนมากกว่ากันนั่นเองครับ

 

 

 


จากรูปนี้จะเห็นได้ว่ามีไฟแสดงสถานะซ่อนอยู่ เมื่อเราเปิดใช้งานแล้วไฟก็จะติดเป็นสีน้ำเงินขึ้นมาแบบนี้ครับ สำหรับการเปิดเพื่อเชื่อมต่อนั้นให้กดที่ปุ่ม Power ค้างไว้ 7 วินาที เพื่อให้ไฟสีฟ้ากระพริบติดต่อกัน 2 ครั้ง เพื่อเข้าสู่ Pairing Mode ครับผม

และเมื่อทำการชาร์จไฟนั้น สถานะของไฟจะเปลี่ยนเป็นสีแดงครับ โดยจะใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100 อยู่ที่ "4 ชั่วโมง" และ เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้วไฟสีแดงจะดับลงครับ

 

 

 

 


ถัดมาจากช่องชาร์จไฟอีกเล็กน้อยทุกท่านก็จะพบกับช่อง AUX-IN ที่เราสามารถนำสาย AUX มาต่อเพื่อใช้งานได้ในกรณีที่เราต้องการใช้งานกับเครื่องเล่นเพลงที่ไม่มี Bluetooth อย่าง iPod รุ่นเก่า ๆ นั่นเองครับ 

 

 

 


มาดูที่ตัวหูฟังข้างขวากันต่อเลยครับ ที่ข้างขวานี้จะมีปุ่มอยู่ทั้ง 3 ปุ่มด้วยกัน โดยจะเป็นปุ่มสำหรับควบคุมเพลงทั้งหมดครับ โดยจะสามารถกด เพิ่มเสียงได้ที่ปุ่มบนสุด และ ลดเสียงได้ที่ปุ่มล่างสุด ส่วนปุ่มกลางนั้นจะเป็นแบบ Multi-Function คือกด 1 ครั้งจะเป็นการ เล่น และ หยุดเพลง หรือ กด 1 ครั้งเพื่อ รับสาย และ วางสายครับ ส่วนการข้ามเพลงนั้นให้กด 2 ครั้งติดกันแบบ Double Click และ กด 3 ครั้งติดกันแบบ Triple Click เพื่อย้อนเพลงครับผม 
 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากที่เราได้ดูในส่วนของทั้งสเปคและฟีเจอร์ที่ทาง SONY จัดมาให้ และดีไซน์ของตัวหูฟังแบบทุกซอกทุกมุมกันไปแล้วก็น่าจะเต็มอื่มกันพอสมควรแล้วนะครับ ลำดับต่อมาเราไปดูในส่วนของโทนเสียงกันบ้างดีกว่าครับ 
 

แนวเสียงของเจ้า WH-XB700 นั้นจัดได้ว่าเป็นหูฟังที่ฟังเพลง EDM ได้อย่างถึงใจมาก ๆ รุ่นนึงในท้องตลาดเวลานี้เลยก็ว่าได้ครับ โทนเสียงที่ทาง SONY ปรับจูนมาให้นั้นจะให้ย่านต่ำที่มีอิมแพคที่แน่น ชัด ตัวเบสนั้นลอยมาเป็นลูกใหญ่ ๆ กระแทกมาแบบจัดเต็มโดยที่ยังคงเก็บตัวได้ดีไม่ยืดยาน แถมยังมีขอบเขตของย่านต่ำที่ดี ไม่ลอยล้นไปปะปนกับย่านเสียงอื่นให้เสียงนั้นรู้สึกอับทึบ ตัวเบสนั้นยังโดดเด่นด้วยย่าน Upper ทำให้เวลาฟังแล้วรู้สึกว่าเบสนั้นดิ้นสู้ดีจริง ๆ ครับ ฮ่า ๆ ๆ นอกจากนี้เวลาฟังเพลงที่เบสนั้นลากเสียงลงไปลึก ๆ อย่างเพลง Bad Guy ของ Billie Eilish นั้นตัวหูฟัง WH-XB700 สามารถลากเสียงเบสลงไปได้ลึกตามสไตล์เพลงได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียวครับ 
 

ย่านเสียงกลางนั้นให้เนื้อเสียงที่คมชัดมากกว่าที่คิดไว้อีกครับ ด้วยความที่หูฟังนั้นจะโดดเด่นในย่านต่ำ ปกติแล้วหูฟังทั่ว ๆ ไปจะให้เสียงกลางที่จะออกไปทางเทา ๆ ทึม ๆ สักหน่อย แต่พอฟังรุ่นนี้แล้วก็ทำให้รู้สึกว้าวได้เหมือนกันครับ เนื้อเสียงกลางที่มีความคมชัด ไม่มีอาการบางจนแห้ง บวกกับการแยกแยะตำแหน่งของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างแม่นยำ ทำให้การฟังเพลงที่มีสปีดเร็ว ๆ นั้นยังคงได้ยินรายละเอียดของเสียงเพลงอยู่แบบครบถ้วนแบบไม่เสียอรรถรสแม้แต่น้อยครับ นอกจากนี้ยังให้น้ำเสียงของนักร้องที่ฟังดูมีเรี่ยวมีแรง โดยตำแหน่งของเสียงนั้นจะก้าวขยับมาด้านหลังเล็กน้อย เปิดทางให้กับเสียงดนตรีมีความเด่นชัดขึ้นอย่างที่สัมผัสได้ไม่ยากเย็นครับ

 

ย่านเสียงกลางแหลมนั้นเป็นอีกจุดนึงที่น่าชื่นชมทาง SONY มาก ๆ ครับที่ปรับแต่งมาได้อย่างลงตัวที่สุดสำหรับแนวเพลง EDM คือย่านเสียงสูงนั้นมีความใส ชัดเจน สามารถดึงเสียงสังเคราะห์ไปได้จนสุด และ ผ่อนลงมาเก็บได้อย่างลื่นไหลตามแบบฉบับของ SONY ครับ 

 

เอาล่ะครับสำหรับในช่วงต่อจากนี้ไปผมจะพาทุกท่านไปดูในส่วนของตัว Appplication ของทาง SONY ที่ชื่อว่า SONY Headphones Connect กันครับว่าในตัว Application นั้นเราสามารถปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง

 

 

 


เริ่มแรกเราก็ต้องทำการดาวน์โหลดกันก่อนครับ โดยเข้าไปที่ "App Store" หรือ "Google Playstore" แล้วพิมคำว่า Sony Headphones จากนั้นก็จะเจอกับหน้าตาของแอพแบบนี้ และ ทำการดาวน์โหลดได้เลยครับ 

หลังจากที่เราดาวน์โหลดมาลงมือถือเราแล้ว ก็ทำการเชื่อมต่อ Bluetooth กับตัวหูฟังให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นกดเข้าไปที่แอพที่เพิ่งดาวน์โหลดมา และ กดตามคำแนะนำของแอพไปเรื่อย ๆ จนเราเข้ามาสู่หน้าจอ Dashboard ดังในรูปครับ 

 

 

 

 

 

สำหรับหน้าจอ Dashboard นี้ทาง SONY ก็จะแบ่งเป็นช่อง ๆ สำหรับการปรับแต่ง หรือ บอกสถานะต่าง ๆ ให้เราทราบครับ ดูง่ายมาก ๆ ไม่งงแน่นอนครับ จากในรูปนี้ช่องแรกก็จะเป็นการบอกว่าเราเชื่อมต่อกับหูฟังรุ่นไหนอยู่ ซึ่งในที่นี้ก็คือรุ่น WH-XB700 และ ด้านล่างก็จะมีบอกว่าเราเชื่อมต่อด้วย Codec ไหนอยู่ ในกรณีนี้ผมใช้งานร่วมกับ iPhone ก็จะแสดงสถานะเป็น AAC แต่ถ้าท่านใดใช้กับมือถือ Android ที่รองรับระบบ APT-X ระบบก็จะแสดงขึ้นมาให้ครับ ส่วน Android บางรุ่นอาจจะยังไม่รองรับ APT-X ก็จะเชื่อมต่อแบบ SBC ครับผม และ ถัดลงมาอีกบรรทัดนึงก็จะมีการโชว์เปอร์เซ็นต์ของแบตให้เราได้เห็นกันครับ 

 

 

 


ต่อมาก็จะเป็นในส่วนของการปรับ  Surround ครับ ในโหมดนี้เราสามารถจำลองเสียงได้หลายแบบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Concert Hall, Club, Outdoor Stage, Arena และ Off ครับ 

เลื่อนลงมาอีกนิดก็จะเป็นการปรับเบสครับโดยโหมดที่มีชื่อว่า Clear Bass ซึ่งเราสามารถเลือกปรับได้ตั้งแต่ -10 ไปจนถึง +10 เลยทีเดียวครับ ใครที่คิดว่าเสียงเบสแบบมาตรฐานที่ทาง SONY ปรับมาให้นั้นน้อย หรือ มากเกินไปนั้นก็สามารถปรับเลือกเองได้เลยครับผม 

 

 

 

 


มาต่อกันที่ Sound Position Control ครับ ในส่วนนี้จะเป็นการกำหนดตำแหน่งของเวทีเสียงว่าเราอยากให้ตำแหน่งของเวทีนั้นไปอยู่ที่จุดไหน แต่จากที่ลองแล้วผมว่าโหมดนี้อย่าไปปรับอะไรจะดีที่สุดครับ ฮ่า ๆ ๆ 

ลำดับต่อมาก็จะเป็นการแสดงสถานะของเพลงที่เรากำลังเล่นอยู่ในขณะนั้น หรือ Now Playing นั่นเองครับ โดยเราสามารถกด เล่น / หยุด, ข้าม / ย้อนเพลง หรือ ปรับเพิ่ม-ลดเสียงได้อีกด้วยครับ 

 

 

 

 

Sound Quality Mode ในโหมดนี้จะมีให้เราเลือกปรับได้ 2 อันครับ ได้แก่ Priority On Sound Quality คือเน้นคุณภาพเสียงให้ดีที่สุดไว้ก่อน หรือ Priority On Stable Connection ซึ่งก็คือหากกดเลือกที่ตัวเลือกนี้ระบบจะทำการเชื่อมต่อด้วยคุณภาพเสียงที่แย่ลงด้วย Codec SBC ทำให้ความเสถียรของสัญญาณเพิ่มมากขึ้น แต่ผมแนะนำให้เลือก Sound Quality จะดีที่สุดครับ เพราะหากเปลี่ยนไปเชื่อมต่อด้วย SBC นั้นคุณภาพเสียงนั้นจะถูกดร็อปลงไปเยอะสุด ๆ ครับ 

 

 

 

 


ลำดับถัดมาจะมีให้เลือกแค่ On / Off เท่านั้นครับซึ่งก็คือโหมด DSEE หรือ Digital Sound Enhancement Engine ซึ่งการทำงานของโหมดนี้ก็คือเมื่อเราฟังไฟล์เพลงประเภท MP3 หรือ AAC ที่จัดอยู่ในประเภทของ "Lossy" ตัว Software ของทาง SONY นั้นก็จะทำการชดเชยเสียงในช่วงที่ขาดหายไปให้ เพื่อเสริมให้คุณภาพเสียงนั้นมีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุดครับ โดยในโหมดนี้ถือว่าทาง SONY นั้นออกแบบมาได้อย่างงยอดเยี่ยมทีเดียวครับ และ โหมดนี้ยังถูกใช้อยู่ในเครื่องเล่นเพลงของ SONY ทุกรุ่นอีกด้วย

 

 

 

ในส่วนนี้จะเป็นการ CUSTOM ปุ่มกดที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น นั่นก็คือสามารถเลือกใช้บริการของทาง Google Assistant หรือ Amazon Alexa ก็ได้นั่นเองครับ 

 

 

เป็นอันจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับสำหรับการรีวิวหูฟัง SONY รุ่น WH-XB700 ที่ผมเขียนไว้ให้กับทุกท่านได้อ่านเป็นแนวทางก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมกับสอนการใช้งานตัว Application อย่าง SONY Headphones Connect ครับ ซึ่งถือว่าเป็นหูฟังแบบ On-Ear จากทาง SONY ในซีรีย์ Extra Bass ที่ฟังสนุก มีราคาเอื้อมถึง หวังว่าทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้จะได้ประโยชน์จากรีวิวชิ้นนี้นะครับ สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวลาทุกท่านไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับรีวิวหูฟังชิ้นต่อไปนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความโดย :  Pao / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 13 มิ.ย. 2562

 

 



 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง