มั่นคง munkonggadget

บทความ : 3 หูฟังจากแบรนด์ In Ear ผู้สะสมประสบการณ์กว่า 25 ปี จากประเทศเยอรมัน

 
 

In Ear นั้นเป็นแบรนด์คัสต้อมอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำตลาดมานานหลายปี โดยใช้ประสบการณ์มากกว่า 25 ปีที่อยู่ในวงการ Hearing products หรือเครื่องช่วยฟังแบบครบวงจรซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเยอรมัน และนอกจากทำหูฟังคัสต้อมแล้ว ช่วงหลังก็หันมาทำหูฟังแบบ Universal in ear หรือ In ear monitor แบบปกติอีกเช่นกันครับซึ่งก็ยังคงมาตรฐานและแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ
 
 
 
โดยร้านจะนำเข้ามาจำหน่าย 3 รุ่นแบ่งเป็น Stage Driver Series 2 รุ่น และ Prophile Series  โดยจะมีคุณสมบัติและสเป็คที่แตกต่างกันตามรุ่นย่อยอีกทีครับ โดย Stage Driver Series นั้นจะเป็นหูฟังสเป็คเดียวกันกับหูฟังคัสต้อมที่ทางแบรนด์นั้นจำหน่ายอยู่ครับ ซึ่งจะมอบประสบการณ์เสียงในแบบหูฟังสำหรับนักดนตรีมืออาชีพ โดยมีรูปทรงของหูฟังที่คล้ายกับหูฟังคัสต้อมมากๆ และสวมใส่ได้สบายอย่างน่าเหลือเชื่อสมกับคำจำกัดความของแบรนด์ German high end engineering  และยังมีน้ำหนักเบาจึงทำให้สามารถใช้งานจริงได้อย่างคล่องตัวทีเดียวครับ

 

 

 
 
หูฟัง In Ear Stage Driver 1
 
 
 

โดยรุ่นแรกนั้นจะเป็น Stage Driver 1 ที่มาพร้อมกับสเป็ค 1 Balanced Amature Driver  ต่อข้างที่มาพร้อมกับรูปทรงเหมือนคัสต้อมให้การสวมใส่ที่สบายและให้คุณภาพเสียงระดับ Professional in-ear monitoring  เหมาะสำหรับใช้งานทั้งในแง่ของนักดนตรีมืออาชีพ  และนักฟังที่ชอบเสียงแนวปรุงแต่งน้อย ให้เสียงที่กระจ่าง หัวโน้ตชัด เสียงไม่ถูกอัดแน่นจนมากเกินไป สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงต้นฉบับได้อย่างเที่ยงตรง  โดยเฉพาะเสียงร้องนั้นจะไม่ถูกเสียงย่านอื่นกลบเลยแม้แต่น้อยครับ  
 
 
 
 

รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับใช้ทำงานด้านเสียง หรือใช้ฟังเสียงสนทนาแบบเน้นเสียง Vocal ที่เคลียร์และจะแจ้ง รวมไปถึงการฟังเพลงที่ชอบเสียงแบบปรุงแต่งน้อยที่สุด ในแง่ของเพลงนั้นโดดเด่นทั้ง Vocal และ Acoustic รวมไปถึง Poprock ทั่วไปก็ทำได้ดีเลยครับ นอกจากเสียงร้องที่กระจ่างแล้วยังให้แรงปะทะของโน้ตแรกที่ดีมากรวมไปถึงแรงปะทะที่ทำให้สามารถฟังเพลงจังหวะสนุกๆได้แบบสบาย ๆ ครับ กับราคาเพียง 12,900 ก็สามารถเป้นเจ้าของหูฟังที่มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้แล้วครับ และในแพ็คเกจก็ยังมาพร้อมกับ  Travel Box  กันกระแทกอย่างดีมาให้แบบครบ ๆ อีกด้วยครับ 

สเป็คอื่นๆเพิ่มเติมดังนี้

​- Technical data
- System 1-way system
- Transmission range  approx. 40 Hz–17000 Hz
- Output sound pressure  122 dB
- Impedance  45 ohms

 

 

 

 
หูฟัง In Ear Stage Driver 2

 
 

ส่วนรุ่นที่ Stage Driver 2 จะขยับสเป็คจากรุ่น 1 ขึ้นมาอีกหนึ่งระดับครับ โดยจะเพิ่มเป็น 2 Balanced Amature Driver  ต่อข้าง  และจัดว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงอีกหนึ่งรุ่นของค่ายโดยเฉพาะกับ นักร้อง และ มือกีตาร์ที่จะชอบรุ่นนี้เป็นพิเศษ ด้วยการตอบสนองช่วงเสียงกลางและสูงที่ทำได้อย่างโดดเด่น ให้โทนเสียงที่กระจ่าง  และแยกเลเยอร์ชิ้นดนตรีได้แบบเด็ดขาดมากกว่ารุ่นแรก
 
 
 
 

 

 

ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น Stage Driver 2  นั้นทำให้เสียงมีความครบเครื่องมากขึ้น ฟังเพลงได้กว้างหลากหลายขึ้น รวมไปถึงการลงลึกไปถึง Micro detail  ที่ทำได้ดีขึ้น โทนเสียงโดยรวมนั้นยังคงกระจ่างและมีโทนัลบาลานซ์ที่ดี มิติและเวทีเสียงนั้นกว้างขึ้น  ซึ่งนอกจากการใช้งาน onstage ได้ดีเยี่ยมแล้วการนำมาใช้ฟังเพลงสำหรับ Stage Driver 2 นั้นถือว่าทำได้ดีมากอีกเช่นกันครับ  เพราะตอบสนองย่านเสียงได้ครบ ให้หัวโน้ตชัด และเบสมีแรงปะทะที่ดีเก็บตัวได้รวดเร็ว สามารถฟังเพลงจังหวะเร็วได้อย่างดีเยี่ยม และยังคงฟังเพลง Acoustic /Vocal  ได้ยอดเยี่ยมอีกเช่นกันครับ
 
 
 
 
 
ด้วยราคาเพียง 16,900 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของหูฟัง in ear made in Germany แท้ๆพร้อมกับคุณสมบัติเสียงที่เป็นกลาง ตอบสนองช่วงเสียงได้ครบ ให้เสียงที่ครบเครื่อง และมีชิ้นงานที่สวยงามสวมใส่สบายอันดับต้น ๆ อีกด้วยครับ 
สเป็คเพิ่มเติมดังนี้ครับ
 
- System 2-way-system
- Transmission range approx. 20–18000 Hz
- Output sound pressure 119 dB
- Impedance  40 ohms

 

 


 

หูฟัง In Ear Prophile 8 
 
 
 

Prophile 8  Studio Reference Signature นั้นเป็นรุ่นท็อปสุดของแบรนด์  In Ear ในเวอร์ชั่น universal โดยจะมาพร้อมกับสเป็คสุดโหด 8 Balanced Amature Driver  ต่อข้างพร้อมกับ 4-way crossover  และมาพร้อมกับ Feature พิเศษกับสวิทช์ด้านข้างหูฟังที่สามารถปรับได้ 2 ตัวอิสระจะแบ่งเป็น  boost low frequencies by +3dB  และ high frequencies  starting at 8 kHz by +2dB  ซึ่งจะสามารถเลือกปรับคาเรคเตอร์เสียงย่อยให้เพิ่มเสียงแหลมและเบสได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพเสียงโดยรวมนั้นแย่ลงอีกด้วยครับ 
 
 
 

ซึ่งสามารถปรับแตกต่างกันได้ถึง 4 แบบเลยทีเดียวครับ  และมาพร้อมกับ matt housing สีด้านที่ได้รับรางวัล Design Awards การันตีผลงานการออกแบบอีกด้วยครับ

สำหรับเสียงของ Prophile 8  นั้นบอกได้เลยครับว่ายกระดับจากสองรุ่นแรกขึ้นมาอีกหลายขั้นเลยครับ เบื้องต้นนั้นทาง In Ear นั้นตั้งใจทำให้รุ่นนี้นั้นเป็นหูฟังเอาไว้สำหรับ reference tuning  สำหรับ  professional  mixing และ mastering และนอกจากนี้ยังสามารถฟังเพลง Audiophile ได้อีกด้วย

 

 

 

Prophile 8    นั้นให้โทนเสียงที่กระจ่างสะอาด เปิดเผยให้เห็นทุกรายละเอียดของเพลงได้อย่างจะแจ้ง ให้หัวโน้ตที่คมชัด โฟกัสตำแหน่งรายละเอียดชิ้นดนตรีได้อย่างแม่นยำ และให้ Dynamic ที่ยอดเยี่ยมเป็นหูฟังที่ให้เสียงที่เป็นกลางแต่ไม่จืดชืดเลยแม้แต่น้อยครับ
 
 
 
เสียงร้องของ Prophile 8  นั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทีเดียวครับถึงแม้จะไม่พุ่งหรือลอยเด่นออกมามากนัก แต่ให้เสียงที่เที่ยงตรงถ่ายทอดออกมาจากนักร้องต้นฉบับได้อย่างถูกต้องและสมจริง ทั้งเนื้อเสียงและ image ที่แทบไม่ถูกลดทอนหรือเปลี่ยนแปลงไปเลยครับเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่สำคัญยังเก็บรายละเอียดได้ทุกจุดของเสียงร้องจริงๆครับตั้งแต่เสียงลูกคอจนไปถึงลมหายใจเลยทีเดียวครับ  อีกทั้งยังแยกเสียงคอรัสออกมาได้แบบเด็ดขาด ใครที่ชอบแนวเสียงร้องแบบจริงจังและสมจริงถือว่าตอบโจทย์ได้เลยครับ


 

 
เวทีเสียงของ Prophile 8  นั้นอยู่ในระดับกว้างขวางเลยครับ มีระยะห่างระหว่างเสียงข้างซ้ายและขวาที่เหลือเฟือ อีกทั้งยังให้มิติและเลเยอร์เสียงที่แยกออกมาเป็นชั้นๆได้อย่างชัดเจน  รวมไปถึงมีความลึกของเวทีเสียงที่สัมผัสได้ง่ายซึ่งจะแตกต่างจากหูฟังแนว Monitor ค่ายอื่นๆ ที่จะราบเรียบแต่เสียงนั้นก็จะค่อนข้างเป็นระนาบเดียวกันหมด Prophile 8   นั้นตอบสนองต่อเสียงสูงได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ปลายแหลมที่สะอาดและมีประกายที่โดดเด่น ไม่ห้วนแบบหู Monitor ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องสาย จนไปถึงกีตาร์ไฟฟ้า Prophile 8  นั้นสามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรงมากๆครับ
 
 
เบสของ Prophile 8  ใน standard mode นั้นจะให้น้ำหนักและแรงปะทะที่ดีเยี่ยม กระแทกแรงในช่วงจังหวะแรกและลงได้ลึกมากโดยที่เก็บตัวได้อย่างรวดเร็ว เป็นคาแรคเตอร์เบสที่จัดว่าแตกต่างจากรุ่นอื่นอยู่พอสมควรเลยครับ  อักทั้งแรงปะทะของรุ่นนี้ถือว่ามาแบบหนักแน่นทีเดียวครับ  
 
 
 

โดยในส่วนของ Bass Boost (สวิทช์ตัวล่าง) นั้นจะปรับเพิ่มเบสขึ้นมาอีก  3dB ซึ่งดูอาจจะน้อยแต่พอมาฟังจริงถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงปะทะ ปริมาณ และให้เบสที่ทุ้มขึ้น  เรียกได้ว่าช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายของบางแนวเพลงได้เป็นอย่างดีเลยครับ หรือสำหรับ Bass head นั้นตอบโจทย์ได้เลยครับ ฟังได้ทั้ง Rock Metal และ EDM แบบเข้าถึงอารมณ์เพลงได้ดีเลยครับ

ส่วน Treble Boost (สวิทช์ตัวบน) นั้นจะปรับเพิ่มเสียงแหลมขึ้นมาอีก  2dB  ซึ่งจะให้เสียงที่สว่างขึ้นเล็กน้อย เสียงกลางจนไปถึงเสียงสูงนั้นเด่นขึ้นมาอีกเล็กน้อย ซึ่งจะเหมาะกับสใตล์ Vocal เด่นๆ หรือสำหรับคนที่ชอบแนว instrument ที่ให้รายละเอียดเสียงชิ้นดนตรีแบบเด่นๆ ก็จะทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดช่วงเสียงปลายแหลมได้อย่างโดดเด่นขึ้นครับ

 

 

 
 

กับราคา 52,900 ถือว่าสูงอยู่เหมือนกันแต่ถ้าเทียบเรื่องดีไซน์ คุณภาพการผลิตชิ้นงานที่ Made in Germany  แท้ๆ แต่มาพร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มเบสและแหลม บวกกับสเป็ค 8BA Driver ต่อข้างที่ให้เสียงครบเครื่องถือว่าคุ้มราคาทีเดียวครับสามารถใช้งานเป็นตัวจบทั้งในแง่ของการฟังเพลงและใช้เป็นหูฟัง monitor อ้างอิงเวลาใช้ทำงานได้แบบสบายๆเลยครับ
 
 
สเป็คอื่นๆเพิ่มเติมดังนี้
 
- System 4-way crossover with 8 drivers per side / 2 switches for sound tuning
- Output sound pressure 120 dB;
- Impedance 34 ohms
- Transmission range approx. 10 Hz–20000 Hz. Cable length 4‘7.5“
 
 

 
 
 
 

โดยทั้ง 3 รุ่นนั้นจะมีจำหน่ายและทดลองฟังที่สาขาเรือธงและพาราก้อน ครบๆทั้ง 2 สาขาเช่นเคยครับใครที่กำลังมองหาหูฟังสใตล์ Monitor แท้ๆสามารถใช้งานได้ระดับมืออาชีพ และให้เสียงที่เป็นกลางและมีชิ้นงานผลิตที่หนาแน่นคุณภาพดีไม่ควรพลาดแบรนด์นี้เลยครับกับราคารุ่นเริ่มต้นเพียงหมื่นต้นๆก็ตอบโจทร์ในการใช่งานทั่วไปได้สบายๆ เลยครับ
 
 

 

 

 

 

         

 

เขียนโดย : หลุยส์ มั่นคงแก็ดเจ็ท เขียนเมื่อ 23 พ.ค. 2562

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง