มั่นคง munkonggadget

รีวิวหูฟัง AKG K420 แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ !!!

 


สวัสดีครับ แฟนๆๆ ที่รักชาวไทยทุกท่าน (ฝรั่งเค้าก็อ่านเว็บเรา แต่เค้าอ่านไม่ออกหรอก) วันนี้เอารีวิวโฆษณาขายยามาให้อ่านกันเช่นเคยล่ะครับ เป็นหูฟังที่หลายๆๆ คนถามหามานาน ถามตั้งแต่มันยังไม่มี จนมันมีแล้ว แล้วก็ถามจนมันหมดไปแล้วรอบนึง.....และจนหมดไปแล้ว 2 รอบ

รีวิว ก็ยังไม่คลอดซักที หลายคนสงสัย เฮียมั่นคงไปทำซากอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่มาทำอะไรให้อ่านซักหน่อย...555 ต้องขออภัยจริงๆๆ ครับ ใจจริงผมอยากจะรีวิวมันซะวันนึง 2 รอบ เอาให้มันถี่เหมือนหวยปิงปอง ที่ออกกันตามซอยที่มีคนมากๆๆ 555 แต่เนื่องจากบางทีมันก็นึกมุขไม่ออก บางทีก็ต้องเร่งตอบในส่วนเว็บบอร์ดก่อน ก็เลยกลายเป็นว่า ไม่ได้ฤกษ์ซักที จนหลายคนเริ่มรำคาญในใจ "ไม่ซื้อก็ได้วะ กูดูรุ่นอื่นดีกว่า" 555


เอ้า มากันแล้ว วันนี้มีมาให้อ่านแล้ว พร้อมคำประกอบภาพอีกพอให้คันๆๆๆ เอ้าเริ่มเลยเด้อ........

เจ้าหูฟังวันนี้ที่จะเล่าก็คือหูฟัง AKG เจ้าเก่าจากประเทศออสเตรียนั่นแหละครับ เป็นหูฟังที่ทำออกมาแล้ว จัดได้ว่าเป็นของดีของวงการเลยก็ว่าได้ รุ่นที่ขายดีก่อนหน้าไอ้ตัวที่ผมจะรีวิวนี้ก็คือรุ่น AKG K412P ซึ่งพอรุ่นที่ว่าขายกันจนทางบริษัทแม่เริ่มเบื่อ ก็เลยยุบทิ้ง และทำออกมาใหม่ ภายใต้รัหสว่า AKG K420 ครับ

ท่านใดที่สงสัยว่า มันมาแทนตัวเดิมหรือเปล่า ผมคาดเดาเอาเองว่าไม่น่าใช่ เพราะตัวนี้น่าจะทำการอัพเกรดข้ามรุ่น โดยไม่ได้เทียบเท่ากับ 412P ในอดีต แต่น่าจะเป็นหูฟังที่อยู่ในวรรณะสูงกว่า...(ชะช้า เดาะใช้คำว่าวรรณะเลนเรอะ 55) เอ้าดูกล่องก่อนครับ เป็นกล่องสีดำ กระดาษอาร์ตมันหนาอย่างดี มีช่องหน้าต่างใสๆๆ โผล่ให้หูฟังออกมาร้องจ๊ะเอ๋กับเราได้ง่ายๆๆๆ

และทำไมผมถึงจั่วหัวว่า หูฟังแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ แจ๊คคือใคร ?? และใครคือย้กษ์ ?? แล้วฆ่ากันทำไม ?? ทำไมไม่รักกัน ?? แล้วยักลงโต๊ดแล้วจ่าย หรือเปล่า หรือว่ายักแล้วหนี แล้วถ้าเจ้ามือไฮโลล่ะ ???

เรามาติดตามอ่านกันดีกว่า......555

เปิดออกมาข้างกล่องของเจ้าแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์อย่าง 420 นั้น มีข้อมูลมาให้ยาวเหยียด ผมอ่านแล้วก็ได้แต่สะท้อนใจ ว่าทำไมบริษัทหูฟัง ถึงชอบใส่ข้อมูลติงต๊องเหล่านี้มาให้เราอ่าน เพราะข้อมูลพวกนี้ผมว่ามีแค่ให้เราอ่านแค่บางตัวก็พอแล้ว อย่างความต้นทาน 32 โอห์มก็น่าจะเพียงพอ...

แต่ทำไมต้องยัดเยียด ความไว (หลอกๆ) Frequency response (หลอกๆ) มาให้เราอ่านกันด้วย มนุษย์เราได้ยินเสียงอย่างเก่งแค่ 20-20000 เฮิร์ซ แล้วหูฟังอะไรถึงต้องทำให้ได้ที่ 13-27000 เฮิร์ซ ??? 555 บ้าไปแล้วหรือนี่ (เสียงเมียด่า รับรองก็อยู่ระหว่าง 20-20000 แน่ๆๆ)

ปู้โธ่...เครื่องเสียงชุดละ 10 ล้าน มันยังทำไม่ได้เลย แล้วนี่หูฟังตัวละไม่กี่พันบาท มันดันทำได้ไงเนี่ย....ไม่เป็นไร เราไม่ว่ากัน มันเป็นขนบธรรมเนียมของบรรดาสินค้าเกี่ยวกับเสียง ที่ต้องระบุสเปคให้มันเวอร์ๆๆ ไว้หน่อย แต่ช่างมันเถอะครับ ผมเองไม่ค่อยได้สนใจตรงนี้เลย เราฟังกันแต่เสียง...ลูกผู้ชายอย่างเราต้องฟังกันแต่เสียงเท่านั้น ฮึ่มๆๆๆๆ

555

หูฟัง AKG 420 นั้นเป็นการดีไซน์ในออสเตรีย และส่งไปผลิตในประเทศจีนครับ ซึ่งไม่ว่าอะไรๆๆ ในโลกล้วนแล้วแต่ต้องจีนทั้งนั้น แม้แต่ลูกพี่ iPod ก็ยังต้องทำในจีน...โธ่ถัง ก็คนอเมริกัน มันยอมทำกันเสียเมื่อไหร่เล่าครับ เพราะขืนจับฝรั่งตัวใหญ่ๆๆ มาทำหูฟัง ผมว่ามันจะไม่พอค่าแฮมเบอร์เกอร์เอา 555

AKG ตัวนี้มาในมาดใหม่ คือในดีไซน์เดิมๆๆ นั้น เรามักจะเห็นกันแต่ก้านสเตนเลส เงาๆๆ แต่มางวดนี้ เค้าเอาพลาสติกเกรดดี เนื้อเหนียว ไม่แตกหักง่าย ความยืดหยุ่นสูงมาก มาทำเป็นตัวโครงสร้าง และให้ผิวสัมผัสที่เนียนมือดี ให้ความรู้สึกมั่นใจที่จะใช้ และมั่นใจก่อนจะซื้อแน่ๆๆ ครับ

งานหล่อโมลล์พลาสติกทำได้ยอดเยี่ยมกระเทียมโทนดองเลยล่ะ ซึ่งตัว 420 ตัวนี้ทำได้เหนือชั้นกว่า 412P ตัวเดิมมากครับ งานที่มองจากภายนอกนั้นถือว่าเหนือกว่าเห็นๆๆ เลยจ้า....

เอ้า เกือบข้ามไป...AKG 420 มาในกล่องที่เปิดฝาออกคล้ายๆๆ กับเปิดคัมภีร์ไบเบิล เรียกว่าได้อารมณ์ฝรั่งสุดๆๆ เลยครับ เปิดกล่องไป พาลให้นึกว่าตัวเองเป็นบาทหลวงและกำลังจะทำพิธีให้คู่บ่าวสาวจูบกันประมาณนั้น 555

กล่องทำเป็นบล็อคฝังหูฟังลงอย่างแนบเนียน หากเห็นตัวดีไซน์แพ็คเกจ ต้องบอกว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งทีทำให้ต้นทุนมันสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้คุมราคาขายปลีกไม่ได้ต่ำเท่าเดิมครับ กลอ่งนั้นแข็งแรง สวย และมีข้อมูลให้มามากมาย อ้อ เค้าแถมถุงดำเอาไว้ให้ใส่หูฟังเวลาพกเดินทางด้วยครับ

ส่วนท่านที่สติเฟื่องจะเอาถุงดำดังกล่าว ใส่คลุมหัวแล้วเดินไปปล้นธนาคารก็สุดแล้วแต่ แต่ขอให้แจ้งกับทางตำรวจเวลาท่านโดนวิสามัญว่า ไม่ได้ซื้อหูฟังจากร้านมั่นคงด้วยล่ะ...

โธ่...ก็ผมไม่มีเวลาไปให้ปากคำที่โรงพักนะครับ 555

มาดูกันให้ชัดๆๆ ถึงตรงข้อต่อ และบานพับที่ใช้พับหูฟังเข้าด้วยกันนะครับ ถ้าสังเกตุให้ดีๆๆ จะพบว่าเนื้อพลาสติกพวกนี้มีแรงยืดหยุ่นสูงมาก การใช้งานปกติรับรองโอกาสที่จะแตก หรือหักยากมาก ท่านอาจจะใส่นอน แล้วเผลอตืนขึ้นมาอาจจะนอนทับมันอยู่ก็ได้ แต่รับรองว่าโอกาสจะพังค่อนข้างยาก

นอกจากท่านจะเป็นซาดิสต์ คือกระโดดก่อนขึ้นเตียง หรือหกคะเมนตีลังกาใส่หูฟังก่อนนอน อันนั้นช่วยไม่ได้แล้ว (โว้ย) แบบนั้นสิทธิการิยะท่านว่าให้ซื้อหูฟังอันใหม่สถานเดียวเท่านั้น 555

ใครที่มีความประหวั่นพรั่นพนึงว่า พลาสติกนั้นจะกระชับพอดี หรือว่าบีบศีรษะไปหรือเปล่า เท่าที่ผมลองใส่ดู แรงกดทับถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอดี ไม่เหมือนหูฟังบางรุ่น ที่ออกแบบมาแล้ว มันหนีบศีรษะมากๆๆ คล้ายกับเครื่องประหารหัวสุนัขก็มิปาน 555


แล้วคราวนี้ก็มาดูถึงภาพตัวเกือบเต็มๆๆ ของมันครับ ตัวหูฟังนั้น เป็นแบบเซมิโอเพ่น คือกึ่งเปิด และกึ่งปิด ข้อดีของพวกหูฟังเปิดก็คือเบสจะลอยเป็นลูก แต่บางครั้งจะขาดแรงปะทะ หรือที่เรียกว่าขาดอิมแพ็คของเบส แต่หูฟัง 420 ตัวนี้ดีไซน์ในลักษณะแบบเซมิ-โอเพ่น คือได้แรงปะทะที่ดี และก็ได้แหลมที่ยังดีและชัดเจนเหมือนหูฟังระบบ Closed ครับ

ผมลองจับเจ้า AKG K420 ฟังกับแอมป์ที่อยู่ที่บ้าน และฟังกับหูฟังอ้างอิงระดับพระกาฬหน้าเก่า ซึ่งก็คือ Grado HF-1 นั่นเอง 555 หลายท่านอย่าได้แปลกใจว่า ผมนั่งฟังเทียบกับหูฟังขี้เรื้อนตัวเดิมๆๆ อีกแล้วหรือนี่ จริงๆๆ แล้ว เวลาจะทดสอบหูฟังตัวไหน ผมจะต้องใช้ชุดอ้างอิงของผมก่อน 

หลังจากนั้น ถึงจะวนเวียนเปลี่ยนไปเปรียบเทียบกับหูฟังตัวอื่นที่อยู่ในร้านครับ ซึ่งการทดสอบทุกครั้ง ผมจะจับมันกัดกับหูฟังที่ผมใช้ในห้องนอนก่อน แล้วถึงจะให้มันออกไปแรดกัดกับหูฟังตัวอื่นข้างนอกครับ ซึ่งที่ผ่านมา ผมจับประกบกับหูฟังระดับพิกัดตั้งแต่ 3000 บาท จนถึงหูฟัง fullsize อีกหลายๆๆ ตัวที่ราคาเกินหมื่น.......

 

ผมจับทำการเบิร์นเจ้า AKG K420 มานานเกินกว่า 50 ชั่วโมง อ้าวทำไมเฮีย ไม่เบิรืนให้มันถึงๆ ก่อนแล้วค่อยมาเล่าล่ะครับ....ตอนนี้เวลามันมีประมาณนี้ล่ะครับ และอีกอย่าง หากท่านสังเกตุให้ดีๆๆ สุ้มเสียงของ AKG K420 ตอนออกจากกล่องนั้น เสียงค่อนข้างทำความถูกใจให้แล้วนะครับ

เรียกว่า สะใจตั้งแต่ออกจากกล่อง ซึ่งทำให้คนฟังต้องกลับไปจินตนาการเอาเองว่า หากเบิร์นต่อไป อะไรจะเกิดขึ้น มันจะดีขึ้นไปอีก หรือห่วยลงประการใด...555 พลาดยากครับ เพราะหูฟังนั้น ถ้าแว่บแรกมันใช่ซะแล้ว แว่บสองแว่บสาม มันก็ยังจะใช่อยู่นั่นเองล่ะครับ 

ผมต่อ AKG K420 ผ่านกับ iPod Photo แบบไม่มีแอมป์ ปรากฏว่าหูฟังระดับ 32 โอห์มตัวนี้ขับได้ไม่ยากเเย็น ใครที่เป็นคนฟังดัง ไม่ต้องกลัวว่าจะเร่งได้ไม่ดังพอ นอกจากท่านจะบ้า และเสียสติ ใส่มันเข้าไปฟังในดิสโก้เธค หรือเข้าไปฟังอยู่ใต้ท้องรถเมล์นั่นแหละ อาจจะไม่ได้ยินถนัดนัก


ถ้าฟังในสถานที่ปกติ รับรองว่าเกินพอ........
 
คราวนี้จะทะยอยเล่าถึงเรื่องเสียงแล้วล่ะครับ

หลังจากฟังแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจ...ปรากฏว่า ต่อให้คนที่ฟังไม่เป็น หรือฟังไม่เก่ง ก็ต้องบอกว่าเสียงมันดีเกินตัว ทำไมเป็นงั้นล่ะ เพราะว่าเสียงที่เค้าบรรจงวางไว้ ผมว่าไม่มีสัดส่วนใดที่เป็นส่วนเกินหรือส่วนขาดครับ

เบส - เสียงเบสของ 420 นั้น ออกเป็นมวลและขนาดที่ชัด คือมีอาณาเขตและขอบเขตของเบส และอยุ่ในที่ทางของมันจริงๆๆ ไม่มีการเติมเบสหรือบูสจนบวม ใครที่เกลียดหูฟังที่เบสบาง ผมบอกได้เลยว่า 420 ไม่ใช่แบบนั้นแน่ๆๆๆ เบสของ 420 นั้นคล้ายๆๆ กับ 412 อยู่หลายส่วน คือ punchy และมีลูกกระทุ้งให้เราฟังสนุก และเบสที่มาใน 420 ไม่ใช่เบสที่แกว่ง หรือวูบหายไปดื้อๆๆ เรียกว่าคุมจังหวะ ในสัดส่วนที่พอดีสุดๆๆ 

กลาง - เสียงร้องที่เรามักจะนิยมเอามาตัดสินหูฟังกันนั้น รวมถึงเสียงกลองสแนร์ต่างๆๆ ใน 420 ทำได้ดีกว่า 412 ยิ่งขึ้นไปอีก คือในเสียงกลางนั้น ติดจะออกไปทางสะอาด เปิดเผย แต่ไม่กร้านเท่า 412 และไม่คมจนขึ้นขอบเท่า 412 ในอดีต ตัว 420 นั้นเหมือนกับเค้าบรรจงจูนให้เสียงกลางมันอยู่ในระดับพอดี คือไม่ forward มากนัก ในขณะเดียวกันก็ไม่แต่งให้เสียงกลางมันถอยหลังจน จนเราฟังแล้วมันมืด หรือติดโทน dark

แหลม - เจ้า 420 นั้นให้แหลมในระดับโรงแรม 5 ดาว คือมีทั้งบริการดี มีทั้งฟิตเนส นวด คาราโอเกะ ครบครันไปเลย ใครที่ฟัง 412 แล้วรุ้สึกว่าสดไปหน่อย หรือฟังแล้วมีเสียงปลายแหลมติดสากเสี้ยนไปนิดๆๆ อาการนี้หายเป็นปลิดทิ้งไปแล้วใน 412 ครับ คือแหลมนั้นเปิดเผย และคงความชัด โฟกัสและการแยกแยะแจกแจงทำได้ดีกว่าเดิมมาก แหลมสะอาด และทอดไกลไปตามชายหาดที่มีทรายสีขาว......เจี๊ยกกกก บ้าไปแล้ว 555


ไดนามิค - ผมว่าไม่ต้องแปลกใจครับ หูฟังที่ไดรเวอร์เล็ก มักจะมีไดนามิคที่ดีกว่าหูฟัง fullsize ที่มีไดรเวอร์ใหญ่ เปรียบไปเหมือนรถสปอร์คครับ สไตล์ของเจ้า 420 คือคึกคัก ฟังสนุก ติดออกแนวสะอาดสะอ้าน และเวลาฟังเพลงร็อคหรือเพลงที่ฉับไว ผมว่ามันเอาอยู่ ท่านที่ชอบความไว ความตอบสนองที่ดีของหูฟัง ไม่ชอบฟังหูฟังที่ฟังแล้วจืดๆๆ หรือฟังแล้วเศร้า อยากฆ่าตัวตาย เจ้า 420 มาทำให้ท่านสมหวังได้ในบั้นปลายแห่งชีวิต.....

ซาวด์สเตจ - เป้นขนาดวงระดับกลางครับ คือถ้าไปเปรียบกับรุ่นพ่อมันอย่าว AKG 701 นั้น ย่อมถือว่าขนาดซาวด์นั้นเล็กกว่า กระทัดรัดกว่า แต่ผมบอกได้ว่า หูฟังพกพาตัวเล็ก ที่ให้ซาวด์เสตทและความกว้างในระดับนี้ ในโลกนี้แทบจะนับรุ่นได้ครับ คือถ้าในพิกัดหูฟังระดับ Earpad ผมว่าชั่วโมงนี้ ตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็คือ AKG 420 นั่นเอง แม้แต่รุ่นพี่ในไลน์เดียวกันก็ยังคิดหนักว่างั้นเหอะ.....

ราคาค่าตัว - ข้อนี้คือข้อถกเถียงกันอีก เพราะว่า หูฟังรุ่น K412P ทำราคาขายปลีกหน้าท่าข้าวกำนันทรงไว้ดีมาก คือระดับพันกลางๆๆๆ แต่พอมาถึงตัวนี้ คนเล่นส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่ามันคือตัวที่มาแทน 412 ก็เลยคาดวหวังกันว่าราคาไม่น่าจะหนีห่างกันมากนัก ซึ่งพอ 420 เปิดตัวในราคา 2 พันกลางๆๆ ทำให้แฟนเพลงบ่นงึมงำและจิ๊กจั๊กกันเล้กน้อย แต่ผมอยากจะแนะว่า อย่าไปเทียบกับใคร แต่ขอให้เอาคุณภาพเสียงของมันเป็นตัวเทียบเพียนงอย่างเดียว....แล้วท่านจะสาบานกับตัวเองว่า ไม่แพง ไม่แพง 555

 

อ้าว แล้วใครเป็นแจ๊ค ใครเป็นแหม่ม แล้วใครเป็นคิง แล้วใครเป็นยักษ์ 555

ผมเปรียบเปรยและอุปมาอย่างเด็ดเดียวเลยวง่า เจ้า AKG K420 คือหูฟังที่เป็นหูฟังเล็ก แต่ถ้าฟังเสียงเพียงอย่างเดียว ผมว่าหูฟังดาวค้างฟ้าหลายๆๆรุ่น ซึ่งเป็นยักษ์ๆๆ มีหวังได้น้ำตาร่วง หรือร้องห้โฮ เหมือนกัน เพราะอะไรหรือ.... หูฟังรุ่นใหญ่ๆๆ รุ่นยักษ์ๆๆ นั้น บางทีให้สัดส่วนความกลมกลืนของเสียงมาได้ไม่ลงตัวนัก 

คือบางตัวก็ทุ้มไป บางตัวก็แหลมไป บางตัวก็จืดๆๆ บางตัวก็หนัก บางตัวก็แพง ซึ่งหูฟังระดับยักษ์ๆๆ พวกนี้มักจะมีข้อดี และข้อเสียในเวลาเดียวกันทุกแบรนด์ไป

แต่ผมว่าเจ้า AKG K420 นั้น เป็นความฟลุ๊คที่ลงตัว.....อะจ๊ากกก เฮียมั่นคง เรียกใช้คำว่า ฟลุ๊ค หยั่งงั้นเลยเหรอ 555 ใช้แล้วครับ เพราะผมว่า ถ้าตั้งใจทำจริงๆๆ บางทีอาจจะไม่ได้ลงตัวได้ขนาดนี้ และหูฟังในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่ฟลุ๊คด้วยกันทั้งสิ้น เพราะถ้าฝีมือล้วนๆๆ ป่านนี้มันก็ขายดีกันทุกรุ่นหมดน่ะซิ จริงไม๊เอ่ย.....555

เปรียบไปแล้ว หูฟัง 420 นั้น ผมว่าดีไซน์เสียงได้ถูกหูคนไทยมากกว่า คนไทยชอบกินอะไร ชอบน้ำตกส้มตำ คนไทยชอบร้องคาราโอเกะ คนไทยชอบนวดสปา คนไทยชอบแทงหวย คนไทยชอบเมาแล้วขับ...เรียกว่า AKG รู้ใจคนไทยขนาดนั้นเลยล่ะครับท่าน........และได้วิจิตรบรรจงออกมาเป็น AKG420 อย่างที่ได้เห็น ได้ฟังกัน

และที่ว่า แจ๊คมันฆ่ายักษ์ นั้น เป็นเพราะหลังจากผมเอามันกัดกับหูฟัง Grado HF-1 ของผม ซึ้งต้องถือว่าเป็นยักษ์ระดับตัวไม่ใหญ่ตัวหนึงแล้วล่ะ เพราะปรากฏว่าเจ้ายักษ์ Grado ของผมนั้นเกิดอาการ เคี้ยวไม่เข้า เขมือบไม่ลงคอ ว่างั้นเหอะ......

ซึ่งตอนนี้ผมเองไม่รีรอที่จะเอา AKG K420 มาใช้เป็นอาวุธประจำตัวอีกรุ่นหนึ่งสืบไป..........



ขอได้รับความขอบคุณครับ


นายมั่นคง