มั่นคง munkonggadget

รีวิวจากลูกค้า : หูฟัง B&W PX โดยคุณ Rabhiman

 

 

ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าให้ฟังกันคร่าวๆกับหูฟังยี่ห้อนี้ 

 

B&W นั้นย่อมาจาก Bowers & Wilkins เป็นแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1966 รวมแล้วอยู่ในวงการเครื่องเสียงมา 52 ปี กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเก๋าเกมส์แบบถึงไส้กันเลย สินค้าของ B&W จะเน้นลำโพงบ้านระดับ hi-end เป็นหลัก เป็นแบรนด์ที่เน้นการออกแบบที่หรูหรา เลือกใช้วัสดุที่พรีเมี่ยมและผลิตนวัตกรรมทางด้านอคูสติกออกมาสู่ตลาดเรื่อยๆ อย่างเช่นลำโพงรุ่น Nautilus ที่ออกมาเมื่อปี 1993 ก็กลายเป็นตำนานของลำโพงบ้านไปกันเลยทีเดียว หรือแม้แต่ลำโพงรุ่นท็อป 800 Series Diamond ของ B&W ก็ได้ถูกเลือกไปไว้ใน Abbey Road Studios สำหรับเป็นลำโพง monitor สำหรับห้องอัดระดับโลก เรียกได้ว่า เรื่องความถูกต้องแม่นยำของเสียงนั้น ไม่เป็นที่สองรองใครแน่นอนครับ


 

แต่ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดด้านบนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนเล่นหูฟังแบบเรากันเลยหนิ... ถูกต้องครับ ไม่เกี่ยวครับ แต่ไม่ทั้งหมดครับ เพราะในปี 2010 ทางบริษัทได้เริ่มเข้าสู่วงการหูฟังโดยออกหูฟัง on ear ตัวแรกที่ชื่อรุ่น P5 มาสู่ตลาด เพื่อตอบสนอง lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการฟังเพลงด้วยสำเนียงเสียงของ B&W แต่เอาออกมาฟังนอกบ้านได้ด้วย และแน่นอนครับ ผมก็เป็นคนนึงแหละที่จัดไปหนึ่งคู่อย่างไม่ลังเล และใช้เป็นหูฟังประจำตัวมาตลอด 1 ปีที่เรียนอยู่ที่อังกฤษ

 

 

หลังจากนั้นก็มีหูฟังใหม่ๆออกมาสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อย P7, P5 serie II, P3, P9 Signature และก็เจ้า PX ตัวล่าสุดที่ผมจะมานั่งรีวิวให้พวกท่านฟังนี่เองครับ

 

 

The PX serie

 

 


ผมมีหูฟังของยี่ห้อนี่ถึง 3 รุ่นด้วยกัน P5, P9 และ PX แต่ผมเลือกที่จะมานั่งเขียนรีวิวให้กับเจ้า PX รุ่นนี้ ทำไมหรือครับ เพราะว่ามันเป็นรุ่นที่ “ลงตัว” และ “คุ้มค่า” ที่สุดเท่าที่ B&W เคยผลิตหูฟังออกมานะครับ หรือจะเรียกสั้นๆตามภาษาชาวเราว่าเป็น “ตัวจบ” ก็ว่าได้ครับ 


 

 


คืองี้ครับ... เจ้า P5 ตัวแรก เสียงมันก็ดีนะครับ แต่ย่านสูงมันจะออกบาดหูนิดๆ พอฟังเพลงที่เป็นเครื่องเป่าทองเหลืองจะจี๊ดๆหน่อย งานร้องที่เป็นโอเปร่าก็จะแสบๆคันๆฟังดังมากไม่ได้ 

เคยได้มีโอกาศลอง P7 หู full size ตัวนี้เบสจะมาตรึม สำหรับผมแล้วออกล้นนิดๆไปหน่อยแต่ impact ความโปร่ง และ รายละเอียด ดีกว่า P5 อย่างรู้สึกได้ โทนเสียงของ P7 จะถูกจูนให้เข้ากับเพลงตลาดมากขึ้น

 

 

 

 


ส่วน P9 semi-open full size ตัวท๊อปนั้น มันดีจริงครับ คือ เสียงดีมากกกกกกก ความสมจริง รายละเอียด มิติ ตำแหน่ง อิมแพค และเบสที่ถูกจูนมาแบบพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และยังใช้วัสดุระดับท๊อปทั้งหมด แต่มันใหญ่หนักเกะกะพกพาไม่สะดวก และ ราคาที่ค่อนข้างสูงเลยมีคู่แข่งหูฟังในระดับราคานี้ให้เลือกอีกเยอะครับ เลยกลับมาที่พระเอกของวันนี้กันดีกว่าครับ 

 

B&W PX

 

Design


สำหรับเรื่องการออกแบบนั้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ P3 ถึง P7 จะมีความคล้ายกันทั้งหมด ทั้งในเรื่องของวัสดุที่เลือกใช้หนังแกะและโครงสร้างลวดสปริงสแตนเลส ส่วน P9 จะเป็นตัวที่มีการปรับโฉมยกระดับขึ้นไปอีกเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ของ B&W เรียกได้ว่าเป็น concept car ของ B&W ก็ว่าได้ครับ หลังจากนั้นก็มาถึงรุ่น PX หูฟังตระกูลใหม่ที่ออกแบบได้ลงตัวมากที่สุดเท่าที่ B&W เคยทำมา เจ้า PX นั้นเป็นการรวมกันของวัสดุระดับพรีเมี่ยมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้อย่างดี  เพื่อความสบายในการสวมใส่ Nylon สานด้านนอกเพื่อความทนทานและยืดอายุการใช้งาน โครงสร้างแบบใหม่เพื่อการสวมใส่ที่สบายขึ้น (รุ่นก่อนหน้านี้จะบีบหัวนิดนึง) หูยังสามารถที่จะพับเก็บได้ (fold-flat) เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา น้ำหนักตัวก็กำลังดี 335 กรัม ก็ไม่ถือว่าหนักมากสำหรับหูแบบ full-size ส่วนตัวเวลาเอาออกไปข้างนอกผมชอบห้อยคอไว้ครับ มันสวยดี เหมือนเป็นเครื่องประดับไปในตัว 

 


 

ความสบายในการสวมใส่
 

 

ถ้าอ่านรีวิวหรือเคยใช้รุ่นก่อนหน้านี้ หลายๆคนจะบ่นว่าใส่นานๆแล้วเจ็บ มันบีบหัว รุ่นนี้ทาง B&W ได้แก้จุดนี้ให้ดีขึ้นแล้วครับ ผมสามารถใส่ดูหนังจบเรื่องโดยไม่ปวดหัวครับ 555 หรือใส่ขึ้นเครื่องบินยาวๆ 4 ชม ได้โดยที่ไม่ต้องนวดขมับครับ แต่สำหรับคนใส่แว่นอาจจะรู้สึกบีบๆที่ขาแว่นบ้างครับ

 

 

 

จุดเด่นของเจ้า  B&W PX

เรื่องนี้นี่ต้องคุยกันยาวครับ... คือมันทำมาแบบดีมากอะ ใส่มาไม่ยั้งไม่มีกั๊กกันเลย นี่ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ารุ่นสองเค้าจะทำอะไรออกมาขาย เล่นจัดเต็มกันมาขนาดนี้ 

 

Bluetooth 4.1 with aptX-HD รองรับการถอดรหัสแบบจะทุกแบบของระบบไร้สาย AAC, SBC,หรือแม้แต่ aptX-HDที่เทียบเท่าฟังจาก CD ต้นทางดีๆนี่เอง เอาสาย mini to mini 3.5 เก็บไว้ที่บ้านเลยครับ 22 hrs Battery โดยการฟังแบบ Bluetooth และเปิดระบบตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่าฟังกันได้ทั้งวันแบบ non-stop กันเลยทีเดียวเท่าที่ผมใช้ก็เป็นนี้จริง ๆ ครับอาทิตย์นึงชาร์จไฟแค่ครั้งเดียวครับนอกนั้นใช้ลืมครับแบตอึดมาก ๆ จริง ๆ

Wear Sensor คือเจ้า PX เขาจะมีเซ็นเชอร์อยู่ที่หูครับพอเราง้างหูออกข้างนึงเพื่อจะฟังคนอื่นพูดเพลงจะหยุดให้อัตโนมัติครับแล้วพอวางหูกลับเข้าที่เดิมเพลงก็จะเล่นต่อให้เองครับหรือแม้แต่ถ้าเราถอดหูห้อยคอไว้สักพักนึง PX จะเข้าโหมดประหยัดพลังงานครับเพื่อทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ พอเราสวมหัวใหม่ก็จะกลับมาต่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้อัตโนมัติครับ ซึ่งเราสามารถปรับความไวของเซ็นเซอร์ได้จาก mobile app ได้ถึง 3 ระดับครับ Firmware Update ตัวที่ผมใช้อยู่จะเป็น v1.103 นะครับซึ่งทาง B&W ก็จะออกตัวใหม่มาเรื่อยๆสามารถ updateได้จาก mobile app เลยครับ Tactile Controls ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องใช้ app จากมือถือในการควบคุมนะครับ

 

 

B&W ได้ออกแบบมาเพื่อให้ท่านสามารถเก็บมือถือ

ไว้ในกระเป๋าได้เลยครับโดยที่หูข้างขวาจะมีปุ่มด้วยกันถึง 5 ปุ่ม

 

ปุ่มที่ 1 เพื่อเพิ่มเสียง

ปุ่มที่ 2 สำหรับเล่นหรือหยุดเพลงและข้ามเพลงหรือย้อนเพลง

ปุ่มที่ 3 เพื่อลดเสียง

ปุ่มที่ 4 ที่แยกออกมาด้านล่างจะเอาไว้เปิดระบบ ANC ครับ

ปุ่มที่ 5 ล่างสุดเอาไว้เปิดปิดหูฟังและสลับเปลี่ยนการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต้นทางครับ 

 

 

Wireless Adaptive Noise Canceling

 

 

มาถึงระบบตัดเสียงรบกวนที่ทาง B&W ใช้คำว่า Environment Filter ซึ่งสำหรับผมแล้วเป็นไฮไลต์ของ PX เลยครับ เชื่อไหมครับว่าทาง B&W เขาใส่ไมโครโฟนมาให้ถึง 6 ตัว !!! โดย 4 ตัวแรกจะใช้สำหรับระบบตัดเสียงครับแบ่งเป็น 2 ตัวเพื่อจับเสียงด้านหน้าอีก 2 ตัวเพื่อจับเสียงสะท้อนกลับโดยทำงานร่วมกันเพื่อ  ตัดเสียงภายนอกออกให้สมบูรณ์ที่สุดส่วนไมค์อีก 2 ตัวนั้นจะใช้เพื่อจับเสียงเราสำหรับการคุยโทรศัพท์ครับซึ่ง hardware ทั้งหมดที่ใส่เข้าไปเพื่อทำให้เกิด feature Environment Filter ครับ คือ...การตัดเสียงรบกวนของ B&W PX จะแตกต่างจากระบบทั่วไปครับ software จะทำงานร่วมกับ hardware เพื่อปรับระดับความดัง / ประเภทของเสียง / และความถี่เสียงเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของการใช้งานครับโดยจะมีให้เลือกใน app 3 แบบด้วยกันครับคือแบบ Office, City,และ Flight ครับ

แบบ Office กรองเสียงภายนอกโดยจะอนุญาตให้เสียงภายนอกเข้ามาได้  เพื่อให้ยังคุยกับคนอื่นเค้ารู้เรื่องครับสำหรับผมแล้วความรู้สึกจะคล้ายๆกับใช้หูฟังแบบ semi-open โดยที่ sound signature จะยังไม่เปลี่ยนครับ

 

 

 

 

ฟิลเตอร์อันถัดไป City นี่จะเป็นอันที่ผมใช้บ่อยสุดเวลาอยู่ข้างนอกครับซึ่งจะตัดเสียงรบกวนออกเยอะกว่าแบบแรกแต่จะยังได้ยินเสียงแตรรถหรือเสียงประกาศทางลำโพงครับ คือเรียกได้ว่าคล้ายกับหู ANC ทั่วๆไปแต่จะไม่รู้สึกอึดอัดเพราะยังรู้สึกว่าเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอยู่ ซึ่งเวลาเราใช้ฟิลเตอร์นี้ sound signature จะถูกปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมโดยจะมีการบูสย่านความถี่ต่ำขึ้นมาจะรู้สึกได้เลยว่าเบสเพิ่มขึ้นกลางหนาขึ้นทั้งนี่เพื่อสู้กับสภาพเสียงในเมืองซึ่งมักจะทำให้เรารับรู้เบสได้น้อยลง เคยเป็นไหมครับ...หูฟังที่ฟังนอกบ้านดีแต่กลับมาฟังที่บ้านแล้วรู้สึกว่าเบสเยอะไปฟังแล้วอึดอัด ส่วนหูบางตัวฟังที่เงียบๆ ดี แต่พอฟังนอกบ้านเบสหายหมดต้องเร่งเสียง แล้วพอเร่งเสียงย่านแหลมก็จะเยอะเกินอีกปัญหาของท่านจะหมดไปครับ ผมบอกแล้วครับ...เจ้า PX ตัวนี้เขาคิดมาเยอะมากครับ ไม่ใช่แค่ตัดเสียงรบกวน แต่ปรับเสียงเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

ส่วนฟิลเตอร์สุดท้าย Flight ก็ตามชื่อเลยครับใช้บนเครื่องบินซึ่งผมเคยพาไปฮ่องกงทีนึงปรากฏว่าหลับสนิทครับ 5555 ไม่ได้ยินไรทั้งนั้นครับ อดถั่วฟรีเลยครับ...

Analog input ลืมบอกครับว่าสำหรับท่านที่นิยมต่อแบบมีสายหรือสำหรับใชักับอุปกรณ์ที่ไม่มีบลูทูธทาง B&W เขามีสาย mini 3.5แถมมาให้ด้วยครับท่านสามารถต่อตรงใช้กับ iPod Classic หรือ AMP หลอดของท่านได้เลยครับแต่ต้องมีแบตและจะต้องเปิดหูฟังไว้นะครับช่อง 3.5 จะเล่นไม่ได้ถ้าแบตหมดครับ 

 

 

ว่าด้วยเรื่องเสียง

 


มาถึงคำถามโลกแตกครับ เสียงดีไหม? เสียงเป็นไง? ผมก็อยากจะตอบสั้นๆนะครับว่า “ดีมากสำหรับราคานี้” แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นสิครับ เพราะเค้าดันปรับจูน sound signature ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้นลักษณะเสียงจะไม่เหมือนกันในการฟังแต่ละที่ครับ 

 

คือพอฟังที่บ้านเงียบๆ ผมก็จะต้องการฟังรายละเอียดและต้องการความถูกต้องสมจริงของเสียง ซึ่งผมจะปิดโหมดตัดเสียงภายนอก เพื่อความถูกต้องของเสียงครับ พอปิดโหมดตัดเสียง PX จะกลายเป็นหูแบบ audiophile ครับ คือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมาหมด ต้นทางมายังไงก็ออกมาอย่างนั้น ความโปร่งของ sound stage ความใสของเสียงร้อง คุณภาพและปริมาณของเบส ตรงไปตรงมา จะออกแนวฟังสบายๆเบาๆ คือเรียกได้ว่าเสียงแบบ B&W Sound Signature เลยครับ

 

 

 

ส่วนถ้าฟังนอกบ้าน ผมจะต้องการ impact ความแน่นของเนื้อเสียง และความเงียบ ก็เลยจะเปิดโหมด ANC โดยใช้ City Filter ครับ เบสจะเยอะขึ้นอย่างที่บอกไปข้างต้น เสียงกลางจะหนาขึ้น ฟังแล้วสะใจดีครับ คือประมาณว่าข้างนอกจะเป็นไงช่างหัวมันผมจะฟังเพลง 555

 

ถามว่าแบบนี้เสียงมันก็ไม่ flat สิ ไม่เป็นธรรมชาติสิ ผมก็ขอตอบตรงๆว่า ถ้าท่านฟังนอกบ้านในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้คงยากนะครับถ้าจะต้องการเสียงที่เป็นธรรมชาติ เปรียบเทียบก็คงเหมือนกับมันคงเป็นไปไม่ได้ถ้าท่านจะยกห้องอัดเสียงติดตัวออกไปข้างนอกกับท่านทุกวันเพื่อให้ทุกครั้งที่ฟังเพลงแล้วเหมือนฟังอยู่ในห้องอัด สำหรับผมแล้วทาง B&W PX เค้าปรับจูนเสียงมาเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการใช้งานได้ลงตัวที่สุดแล้วครับ 

 

แต่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจผมจะขอบรรยายลักษณะเสียงโดยปิดโหมด ANC ซึ่งทาง B&W ก็บอกว่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดครับ

 

 

Treble

ย่านสูงของ PX นั้นทำได้ดีครับ คือมีการปรับจูนจากรุ่นก่อนๆเพื่อให้ฟังสบายขึ้นด้วยการลดปลายแหลมลงครับ ฟังได้นานไม่ล้าหูแต่รายละเอียดยังมาครบ เสียงร้องสูงๆหรือเครื่องเป่าฟังแล้วไม่แสบหูครับ เครื่องสายพวกไวโอลินหรือวงออเครสตร้าก็ทำออกมาได้ดีครับ มีความต่อเนื่องของเสียงดีและเป็นธรรมชาติครับ
Mid

เสียงกลางโดยเฉพาะงานร้องนั้นทำได้ประทับใจครับ โดยนักร้องจะเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อย ฟังแล้วไม่อึดอัด ลูกเอื้อนลูกคอมากันครบ เนื้อเสียงมีมวลฟังแล้วสัมผัสถึงอารมณ์เพลงได้ไม่ยากครับ หลับตาฟังนี่มีเคลิ้มกันแน่นวลครับ

 

 

 

 

Bass

PX เป็นรุ่นที่ผมว่าทำเบสออกมาได้ลงตัวมากครับ คือได้ทั้ง impact และ sub-bass โดยรวมไม่ล้นและไม่ไปปนกับย่านกลางครับ ฟังๆอยู่มีงงว่าเบสลึกขนาดนี้มาได้ไง แต่ต้องอยู่ในสภาพที่เงียบจริงๆนะครับ และครอบหูแบบสนิทจริงๆ คือคนที่ใส่แว่นแล้วขาแว่นหนาๆพอสวมหูลงไปขาแว่นจะทำให้หูฟังครอบหูเราได้ไม่สนิท จะทำให้เสียงเบสโดยเฉพาะ sub-bass หายไปอย่างรู้สึกได้ แต่ใส่ไปสักพักพอฟองน้ำมันนุ่มขึ้นก็จะดีขึ้นนะครับ เบสมีอาการพร่าบ้างเล็กน้อยเวลาเปิดโหมด ANC และเร่งเสียงดังเพราะจะเป็นการบูสเบสขึ้นมาอีก แต่ไม่ได้เกิดกับทุกเพลง โดยรวมแล้วทำได้ดีมากครับ ใครชอบเบสเยอะก็เปิดโหมด ANC แล้วปรับระดับ Voice Pass-through ใน app เอาละกันนะครับ 
Sound stage

ถ้าปิดโหมด ANC แล้ว B&W PX ถือเป็นหูแบบปิด ที่ให้เวทีเสียงที่คล้ายกับหูแบบเปิด คือฟังสบายๆโปร่งๆ อาจจะด้วยการออกแบบ driver ที่ทำมุมเอียงเข้ามาที่ใบหูเพื่อจำลองเสียงที่มาจากลำโพง เลยทำให้เรารู้สึกเหมือนเสียงมาจากด้านหน้าแบบฟังลำโพงบ้านมากกว่าเสียงที่มาจากด้านข้างแบบหูฟังทั่วไป แต่พอเปิด ANC ทุกอย่างจะแคบลงหน่อยนะครับ แต่ท่านจะได้อยู่ในโลกของท่านแบบไม่มีเสียงอื่นมากวนใจ ชอบแบบไหนก็เลือกเอาเลยครับ 

 

 

 

 

 

สรุป


โดยรวมแล้วเจ้าน้องใหม่ของค่ายนี้ทำออกมาได้เกินความคาดหมายครับ

คือเขาคิดถึงการใช้งานมาละเอียดจริงๆ ละใส่มาให้แบบเกินคุ้มครับ

ถ้าท่านอยากได้หูฟังไร้สายคู่นึงที่ตอบสนองความต้องการของแต่ละสภาพแวดล้อมที่ต่างกันไม่ว่า จะฟังที่บ้านเนียนๆก็ดี หรือ ฟังนอกบ้านมันส์ๆก็ได้ 

ผมอยากบอกว่าท่านหาเจอนะครับ ตัวเดียวจบ audiophile ยัน pop-rock ครบเครื่องครับ

ในระดับราคานี้... B&W PX กินขาดครับ !

 

 

 

 


        

 

 

 

เขียนโดย :   Rabhiman   เขียนเมื่อ 26 มิ.ย. 2561

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง