มั่นคง munkonggadget

บทความ : 5 วิธีต้องรู้ ทำให้เพลงที่ฟังดีขึ้น

 


วันนี้จะมานำเสนอ 5 วิธีช่วยทำให้การฟังเพลงนั้นมีคุณภาพดีขึ้น ซึ่งปัจจัยในการฟังเพลงหลัก ๆ แล้วนอกจาก Source (เครื่องเล่น หรือโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น) และตัวหูฟังที่เราได้เลือกซื้อมาใช้เองแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อเสียงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งบางอย่างอาจจะต้องอัพเกรดซื้อเพิ่ม หรือบางอย่างนั้นไม่ต้องใช้เงินก็มีครับ ทีนี้มาดูกันครับว่ามีอะไรกันบ้างซึ่งแต่ละรายการนั้น  จะไม่เรียงลำดับว่าอันไหนเห็นผลมากหรือน้อยครับ

 

 

1. ไฟล์เพลง





ไฟล์เพลงนั้น  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ชุดฟังเพลงนั้นไต่ระดับไปสู่คุณภาพสูงได้แบบเห็นผล  ซึ่งการได้ไฟล์เพลงที่มีคุณภาพสูงนั้น  จะทำให้เสียงที่ได้ยินมานั้นแตกต่างจาก mp3 ได้อย่างมหาศาล โดยไฟล์เพลงหลักๆที่นิยมกันก็จะเป็น

 

 


PCM 16 bit (PCM ย่อมาจาก Pulse-code modulation เป็นรูปแบบการแปลงสัญญาณเสียง Analog เป็นแบบ Digital ซึ่งจะขอยกไว้ขยายความในโอกาสต่อไปครับ) ไฟล์เพลงคุณภาพสูง เช่น .flac , .wav , Apple Lossless ซึ่งส่วนมากจะเป็นนามสกุลไฟล์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นไฟล์เพลงกลุ่มใหญ่ของตลาด โดยสามารถ Rip จากแผ่น CD ได้ หรือ ซื้อและดาวน์โหลดได้ครับ ซึ่งคุณภาพเสียงก็จะดีกว่า mp3 แบบสังเกตได้

PCM 24 bit จะเป็นไฟล์เพลงคุณภาพที่สูงขึ้นมาอีกระดับ โดยจะแบ่ง Sampling rate ย่อยไปอีกทั้ง 24/96 , 24/192  และมีขนาดที่ใหญ่กว่า 16 bit อีกราวๆ 3 เท่าเลยครับส่วนมากก็จะเจอเป็น .flac ครับ ไฟล์แบบนี้จะ Rip จาก CD ไม่ได้ แต่สามารถซื้อและดาวน์โหลดได้ครับ มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นแบบแตกต่างอย่างชัดเจนกับ mp3 ครับ

 

 

 

 

DSD (ย่อมาจาก Direct Stream Digital)  จะเป็นไฟล์เพลงคุณภาพสูงที่สุด ณ เวลานี้โดยเริ่มมาจาก Sony และ Philips ร่วมพัฒนาและถูกใช้ใน SACD โดยปัจจุบันนี้จะมีไฟล์ชนิดนี้ขายอยู่ในเว็บแบบถูกกฎหมายแล้ว โดยจะมีทั้ง DSD64 ,DSD128,DSD256 ก็จะมีคุณภาพและความละเอียดที่มากขึ้นตามลำดับครับ โดยจะเป็นไฟล์นามสกุล .dsf และ .dff  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสาเหตุหลักอีกหนึ่งทางของคุณภาพเสียงเลยก็ว่าได้ครับ

 

สำหรับไฟล์เพลง และสำหรับไฟล์เพลงสำหรับทดสอบนั้นใครอยากจะทดลองฟังเพลงเดียวกันแบบเทียบกันคนละขนาดทั้ง 16bit 24bit และ DSD สามารถเข้าไปโหลด sample ฟรี ได้ที่นี่เลยครับ

 

 

2.สายอัพเกรด



 

สายอัพเกรดแน่นอนครับกับบางท่านที่ชอบเสียงหูฟังตัวเดิมอยู่แล้วแต่อยากเพิ่มบางอย่างเข้าไปให้เสียงนั้นดีขึ้นและสมบูรณ์มากขึ้น การเลือกอัพเกรดสายหูฟังนั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักที่ส่งผลต่อเสียงโดยตรงถึงขนาดที่ว่าหลายๆคนเลือกสายราคาใกล้เคียงหรือแพงกว่าหูฟังก็ยังมีเลยครับ  ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบและการแม็ทชิ่งของ system ทั้งหมดอีกทีครับแต่โดยส่วนมากกับหูฟัง in ear คุณภาพสูงจะนิยมอัพเกรดเปลี่ยนสายกันมากกว่า 80% เพราะเห็นผลได้ชัดเจนและสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายครับ

 

โดยการอัพเกรดนั้นไม่มีจุดตายตัวว่าหูฟังรุ่นไหนควรเล่นกับสายค่ายไหนแบรนด์ไหนโดยเฉพาะแต่ยังพอมีวิธีเลือกคาแรคเตอร์เสียงของตัวนำสายเบื้องต้นอยู่ดังนี้ครับ

 

สายทองแดง


สายทองแดง นั้นจะเด่นในเรื่องของมวลเสียงที่หนา เสียงกลางอิ่ม แรงปะทะดี เบสทุ้มและมีปริมาณที่เยอะ  เหมาะกับหูฟังที่ให้เสียงที่สว่าง หรือเนื้อเสียงที่บางไปนิดซึ่งจะช่วยเติมเต็มได้เป็นอย่างดี
สายเงินล้วน


สายเงินล้วน จะเด่นเรื่อง เวทีเสียง การแยกชิ้นดนตรี และให้ปลายแหลมที่เป็นประกาย แต่จะให้เบสที่เก็บตัวได้รวดเร็วปริมาณไม่มากนัก   เหมาะสำหรับหูฟังที่มีเนื้อเสียงดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และจะเพิ่มเรื่องการแยกชิ้นดนตรี รวมถึงเวทีเสียงให้กว้างขึ้นครับ

 

 

 

สาย Hybrid


สาย Hybrid จะผสมกันทั้งเงินและทองแดง  จะให้เสียงที่ครบเครื่อง อยู่กึ่งกลางระหว่างสองตัวนำหรือบางรุ่นอาจจะค่อนไปทางสายเงิน หรือทองแดงมากกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับท่านที่อยากฟังเพลงหลากหลายแนว และ ให้เสียงที่ไม่จัดหรือทึบจนเกินไป
สายที่มีส่วนผสมของทอง 


สายที่มีส่วนผสมของทอง ซึ่งจะมีคุณสมบัติเสียงที่นุ่มนวล ให้เสียงร้องที่ละมุน และยังคงให้รายละเอียดที่สูง นิยมใช้ร่วมกับสายเงินซึ่งสายตัวท็อปหลายๆแบรนด์เลือกใช้ตัวนำ 2 ชนิดนี้ ให้เสียงที่ครบเครื่องแต่ราคาจะค่อนข้างสูงนิดนึงครับ

 

 

 

3.จุกหูฟัง


 
สำหรับหูฟัง in ear การเลือกจุกหูฟังนั้นส่งผลกับคาแรคเตอร์เสียงอยู่พอสมควรเลยครับและเป็นการอัพเกรดที่ใช้เงินน้อยมาก แต่ยังคงเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้อยู่เหมือนกันครับ

  
ควรเลือกจุกให้พอดีกับหูครับ ไม่ควรคับหรือว่าหลวมจนเกินไปครับ เพราะการที่ใส่จุกพอดีนั้นจะได้เรื่องการซีลเสียงและเสียงที่ส่งมาจากท่อหูฟังผ่านจุกออกไป จะไม่เกิดการสูญเสียคุณภาพเสียง โดยที่สังเกตได้ชัดเลยก็จะเป็นเสียงโทนต่ำอย่างเช่นเสียงเบสซึ่งถ้าใส่ไม่พอดีเบสก็จะบางหรือเหลือน้อยมาก ๆ ครับ
 
 

ชนิดของจุกนั้นก็มีผลต่อเสียงอยู่เช่นกันครับ
 
 
จุกซิลิโคน


โดยชนิดซิลิโคนนั้นจะให้เสียงแหลมที่เด่นกว่า เบสกระแทกกระทั้น รวมไปถึงเวทีเสียงกว้างกว่าเล็กน้อย และยังแยกย่อยหลากหลายแบรนด์ทั้งแบบที่แถมมากับหูฟังและแยกขายแบบ Spinfit ที่จะมีคาแรคเตอร์เสียงและความสบายในการสวมใส่ที่แตกต่างกันอีกทีครับ
จุกโฟม


ชนิดที่เป็นเนื้อโฟมนั้นจะให้เสียงกลางที่อิ่มกว่า โทนเสียงสมูทและให้เบสที่ทุ้ม เสียงจะทึบกว่าเล็กน้อย  แต่จะได้เรื่อง fitting ที่ดีเพราะจะโค้งและบีบตามช่องรูหูทำให้การสวมใส่นั้นแน่นหนากว่า และมีเนื้อโฟมอยู่หลายแบบซึ่งจะให้คาแรคเตอร์เสียงที่แตกต่างกันอีกทีครับ สามารถหาซื้อแยกได้จาก Comply Foam ครับ


 

จุก 2 หรือ 3 ชั้น


จุกแบบ 2 หรือ 3 ชั้นแบบซิลิโคนส่วนมากจะแถมมากับหูฟังบางรุ่น จะเด่นเรื่อง Clairity ให้เสียงที่โปร่ง สะอาด ปลายแหลมโดดเด่น แต่เสียงโทนต่ำก็จะหายไปพอสมควร  อาจจะเหมาะกับหูฟังบางรุ่นหรือเพลงบางแนวครับ



ตำแหน่งของจุกหูฟังตรงแกนท่อหลายท่านอาจจะมองข้ามตรงนี้ไปครับเพราะหูฟัง in ear บางรุ่นมีท่อนำเสียงที่ค่อนข้างยาว บางทีใส่จุกหูฟังเข้าไปลึกเกินจะทำให้โฟกัสเสียงที่ได้มานั้นอาจจะไม่สมบูรณ์ 100% ถ้าฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงแปลกๆหรือเบสหายให้ลองขยับดึงปลายจุกออกมาจากแกนหูฟังอีกเล็กน้อย จะทำให้เสียงที่ได้มานั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้กับหูฟังบางรุ่นครับ

 

 

 

4. DAC/Amp
 


การเพิ่ม DAC/Amp เข้ามาปัจจุบันนี้มี DAC/Amp หลายๆรุ่นที่สามารถพกพาได้ง่ายและมีคุณภาพเสียงที่หวังผลได้ในราคาที่ไม่สูงให้เลือกเยอะเลยครับ  โดยเฉพาะกับนักฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ควรมีเลยครับ เพราะการเพิ่ม DAC/Amp เข้ามานั้นจะให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีกและยังได้พละกำลังและแรงขับที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เนื้อเสียง มิติ และการแยกชิ้นดนตรี องค์ประกอบภาพรวมนั้นดูดีขึ้นมากครับ โดยมีตัวเลือกหลากหลายแบรนด์ทั้ง Fiio , Cozoy , Audioquest Dragonfly ตัวเลือกเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีราคาไม่สูงและให้เสียงที่ดีคุ้มราคา  หรือจะขยับไปแบบ Hi End ก็จะมีตระกูล Chord Mojo , Hugo2 ที่สามารถรองรับได้ถึงหูฟัง Full size ราคาแพงเลยทีเดียวครับ

 

 

 

5. ตัวรับสัญญาณ Bluetooth
 


ตัวรับสัญญาณ Bluetooth หลายท่านอาจจะเบือนหน้าหนี เพราะการใช้งานไร้สายยังไงก็สู้แบบต่อตรงไม่ได้  แต่ยุคนี้ด้วยเทคโนโลยีหลายๆอย่างทั้งจากต้นทาง (Source) ที่สามารถส่งสัญญาณ Bluetooth คุณภาพสูงได้แล้ว ตัวรับสัญญาณ Bluetooth ยุคนี้ยังมีภาคขยาย headphone amp ที่ build in ข้างในจึงให้แรงขับที่ดี และในหลายๆรุ่นนั้นให้เสียงที่ดีกว่าการต่อฟังกับมือถือตรงๆอีกด้วยครับ  อีกทั้งยังช่วยเรื่องความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ โดยจะมีหลายรุ่นให้เลือกตอนนี้ทั้ง  Fiio BTR1  หรือขยับไปรุ่นสูงก็จะมี Fiio Q5 และ  itech Prostereo D1 เป็นต้น


 

 

 

 

 

เขียนโดย : หลุยส์ มั่นคงแก็ดเจ็ท เขียนเมื่อ 7 มิ.ย. 2560