มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟัง COMET หูฟังเสียงหวาน สุกสว่างดั่งดาวหาง

 

 

Comet  เป็นหูฟังอินเอียร์รุ่นล่าสุดที่ทาง Campfire Audio ได้เปิดตัวในปี 2018 นี้ครับ ซึ่งหลังจากที่ผมได้เห็นสเปคกับราคาเปิดตัวแล้วก็รอที่จะได้ฟังถึงน้ำเสียงของหูฟังรุ่นนี้ว่าจะทำได้ขนาดไหน จนเมื่อได้ฟังครั้งแรกหลังจากที่เดโมมาถึงสาขาพารากอนไม่นาน ก็เลยขอพี่เปาว่า บทความของเจ้า Comet นี้ผมขอเอาไปทำแล้วกัน ด้วยความตื่นเต้นกับคุณภาพเสียงระดับคับแก้ว พอเลิกงานปุ๊บก็รีบคว้าเจ้าตัวนี้กลับไปฟังทันทีครับ
 
 
 
ดีไซน์ของ Comet นั้นดูแปลกตาไปพอสมควรครับหลังจากที่ได้เห็นครั้งแรก เนื่องจากว่ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมดจากรูปทรงเดิมที่เราคุ้นตาจากหูฟังรุ่นพี่ อย่างในรุ่น Andromeda หรือ Polaris ซึ่งดีไซน์แบบใหม่นี้เป็นการออกแบบเพื่อให้ใส่ได้เหมือนหูฟังอินเอียร์ทั่วไปที่สามารถใส่หรือถอดออกได้ง่าย ไม่ต้องคล้องหูแบบหูฟังในกลุ่มอินเอียร์มอนิเตอร์ครับ ตัวบอดี้ของหูฟังทำมาจาก stainless steel ที่ผ่านเครื่อง CNC และเก็บงานมาอย่างเรียบร้อย ดูเงางามและคงมาตรฐานความเนี้ยบในระดับ Campfire Audio ได้เหมือนเดิมอย่างดีทีเดียวครั

 

 


 

Campfire Audio เลือกใช้ connector แบบ MMCX เสมอมา เช่นเดียวกันกับในรุ่น Comet ครับ โดยสายที่ใช้ เป็นรุ่น Copper Litz ที่เพิ่มปุ่มคอนโทรลและไมโครโฟนในการรับสายโทรศัพท์ ซึ่งตัวนำที่ใช้ในสายรุ่นนี้จะเป็น Copper กับ Beryllium ร่วมกัน ซึ่งให้ย่านเสียงออกมาได้ครบทุกย่านและมีบาลานซ์เสียงที่ดีครับ
 
 
 
 
ส่วนสเป็คตัวหูฟัง ทาง Campfire ได้ใส่ไดรเวอร์แบบ Balanced Armature แบบ Full Range มาให้หนึ่งตัว ที่ออกแบบท่อนำเสียงมาเพื่อเจ้า Comet มาโดยเฉพาะครับ ทำให้มีเบสที่มีความชัดและมีอิมแพคที่ดี ซึ่งจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยี T.A.E.C.(Tuned Acoustic Expansion Chamber) ที่จะทำให้ย่านเสียงสูงถูกขับออกมาได้อย่างหมดจด มีความกังวาลใสและทอดตัวได้ไกล ซึ่งเมื่อทั้งสองอย่างนี้ทำงานร่วมกันแล้ว ข้อกังขาในคุณภาพเสียงของไดรเวอร์เพียง1ตัวจะหายไปทันทีครับ

ย้อนกลับไปในตอนแรกที่ผมตกตะลึงในน้ำเสียงของ Comet นั้น ด้วยแนวเสียงที่กว้างและเหมาะกับหลายแนวเพลง ทำให้การรีวิวเสียงในครั้งนี้ผมแบ่งการเทสเป็นการฟังจากเพลง 3 อัลบั้มและการใช้งานทั่วไปกับ Spotify ครับ โดยจะเจาะจงถึงความโดดเด่นในด้านต่างๆและการใช้งานแบบ overall ครับ

 

 

 

ซึ่งเพลงอัลบั้มแรกที่ผมใช้เทสนั้นเป็นของศิลปินหญิงคนโปรดที่ผมฟังอยู่บ่อยๆอย่าง Feist(Leslie Feist) อัลบั้ม Let It Die ซึ่งเป็นชุดที่ผมเอาไว้เป็นแนวทางในการเทสเสียงร้อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือความเพลินครับ(555) อิมเมจของเสียงร้องที่ได้ยินนั้นมีความโดดเด่น มีความกระจ่างและถ่ายทอดการออกเสียงมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำครับ เสียงอย่างการถอนลมหายใจหรือแบ่งสามารถได้ยินโดยแทบจะไม่ต้องเพ่งแต่อย่างใดครับ ส่วนอีกเหตุผลนึงที่เลือกอัลบั้มนี้คือ ด้วยความที่มีส่วนผสมของดนตรีอย่างแจ็สและบอสซ่าโนวา ความนุ่มนวลของการเดินเบสในเพลงชุดนี้ผมยังสามารถได้ยินอย่างครบถ้วน และมีความเป็น Solid Bass ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องถึงแม้ว่าจะเป็นหูฟังที่มีเพียงไดรเวอร์เดียวก็ตามครับ


 


อัลบั้มถัดมาที่ผมใช้เทสเป็นชุด Something To Tell You ของสามศรีพี่น้องวง HAIM ครับ ด้วยสไตล์การร้องแบบเพลงป็อปที่มีการคอรัสและประสานเสียงของทั้งสามคน อีกทั้งรายละเอียดของดนตรีที่มีทั้งกีตาร์และซินธ์มาเสริมรสชาติ จังหวะของเพลงที่กระฉับกระเฉงมากขึ้น ทำให้เหมาะที่จะทดสอบความเฉียบขาดในการแยกชิ้นดนตรีของ Comet ครับ ซึ่งทาง Campfire Audio ก็รักษามาตรฐานได้เป็นอย่างดี ด้วยเบสที่กระชับแต่หนักแน่น มีหัวโน็ตที่ชัดอันมาจากไดรเวอร์ที่ทาง Campfire ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะครับ และซึ่งในอัลบั้มนี้จะมีการร้องโต้ตอบไปมาและมีการ Mixing และ Panning เสียงร้องได้อย่างน่าสน เจ้า Comet ก็ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและรีดเค้นความสามารถออกมาได้ถึงขีดสุด เสียงร้องของทั้งสามคนที่คอยประสานกันถูกจัดวางได้อย่างชัดเจนและลงตัว รายละเอียดชิ้นดนตรีและภาคริธึมมีความสมจริงและมี Resonance ที่พอเหมาะพอดีครับ
 


 

ในอัลบั้มต่อมาผมเลือกชุด OK Computer ของ Radiohead มาทดสอบในส่วนของ Detail เสียงและ Sound Stage ครับ ซึ่งการมีระบบ T.A.E.C. มาช่วยถือว่าส่งผลอย่างมากครับ เพราะ Comet เป็นหูฟังที่ Sound Stage อยู่ในระดับปานกลาง แต่ให้ความรู้สึกมีความเป็นสามมิติโอบล้อมและไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด กลับกันแล้วถือว่าเป็นอินเอียร์ที่ฟังสบายอีกตัวนึงครับ อย่างในเพลง Paranoid Android ที่มีทั้งท่อนริฟจากกีตาร์อคูสติกและการโซโล่กีตาร์ไฟฟ้าอย่างดุเดือดและสุดปั่นป่วนของ Johnny Greenwood ในตอนท้ายนั้นยังสามารถได้ยินอย่างชัดเจน และความเป็น Lo-Fi อันถือว่า Easter Egg แห่งการฟังเพลงของวงที่ซุกซ่อนอยู่ภายในอัลบั้มนี้อย่างเช่นเพลง Karma Police ทำให้ดื่มด่ำกับการเก็บรายละเอียด Micro-detail อย่างได้อรรถรสมากๆเช่

 

 

 

 

สุดท้ายแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไปอย่างเช่น App อย่าง Spotify หรือ JOOX ก็สามารถฟังได้เพราะบนพื้นฐานของความสะดวกและไม่ได้ขี้ฟ้องจนน่าหน่ายใจครับ โดยใน DNA ของแบรนด์นี้ต้องถือว่ามีความเป็น Musical สูงและกลมกล่อมในแบบของตัวเองเป็นอย่างมาก กับสเป็คค่า Impedance ที่อาจตกใจเล็กน้อยกับ 48 โอห์ม แต่ก็ยังเหลือ Headroom มากพอให้ iPhone SE ของผมขับความดังได้อีกเหลือเฟือจนหูลั่นล่ะครับ กับชุดที่ชอบฟังบ่อยๆใน Spotify อย่าง Unplugged ของ Eric Clapton หรือเพลงลูกทุ่งอย่างยอดรัก สลักใจ ไล่เป็นจนวงอย่างเมทัล Mastodon ก็ฟังได้สนุกและช่วยลดหน่วยความจำจากไฟล์ Lossless ที่ต้องเก็บไว้ในเครื่องไปได้อีกโขครับ

 

 

 


สรุปแล้วต้องถือว่ารุ่น Comet เป็นหูฟังโทน Bright ที่ใช้งานง่าย ฟังได้หลากหลายและให้รายละเอียดได้ดีเยี่ยมในช่วงไม่เกินหมื่นกับราคา 7,990 บาทครับ สำหรับใครที่ยังไม่กล้าเอื้อมไปแตะในกลุ่มไฮเอนด์หรือกลัว Damage ระลอกสองจากการอัพเกรดเพลเยอร์อีกรอบนึง มาเริ่มต้นกับ Comet ก็ถือว่าเข้าท่าไม่น้อยก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการไฮเรสอย่างเต็มตัว สำหรับหูฟังที่ใช้งานประจำวันแล้วต้องยกให้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมากๆในตอนนี้ครับ แล้วเจอกันในบทความหน้าครับ สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

    บทความโดย :  ต่าย / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 24 พ.ค. 2561

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง