มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟัง "Billie Jean" รุ่นใหม่ล่าสุดจาก JH และ Astell&Kern ครับ

 


Billie  Jean  นั้นเป็นหูฟัง in ear รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทาง Astell&Kern ร่วมมือผลิตกับทาง JH Audio ซึ่งต่อยอดความสำเร็จอย่างถล่มทลายมาจาก Michelle และ Michelle Limited ตามลำดับครับ  

 


ซึ่งโดยธรรมเนียมของ JH Audio ที่เป็น Siren Series นั้นจะตั้งชื่อรุ่นหูฟังตามชื่อเพลงที่เป็นชื่อของหญิงสาวจากศิลปินร็อคระดับแนวหน้าไม่ว่าจะ  Roxanne จาก The Police , รุ่นท็อปอย่าง Layla จาก Eric Clapton  หรือ Michelle จาก Guns N’ Roses เป็นต้นครับ และ Billie  Jean  ก็เป็นหนึ่งในเพลงเอกของ Micheal Jackson ราชาเพลงป็อบขวัญใจมหาชน ดังนั้นหูฟังรุ่นนี้ต้องมีความพิเศษแน่นอนครับ

 


 


 

Billie Jean นั้นยังคงเป็นผลงานการดีไซน์ของ Jerry Harvey จาก JH Audio ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอีกหนึ่งท่านในวงการหูฟังผู้บุกเบิกวงการหูฟังคัสต้อมคนแรก และเป็นผู้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆนำมาใช้กับหูฟังซึ่งได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้กับ Billie  Jean  ด้วยเช่นกันครับ

 


 



 

 




 

THE SIREN SERIES  

 
JH Audio นั้นได้ทำการพัฒนา Balanced Armature Driver สำหรับใช้งานในหูฟังระดับสูงสำหรับงาน mastering และ mixing  ที่สามารถตอบสนองเสียงย่านสูงโดยมี Distortion ต่ำที่สุด , mid driver นั้นให้เสียงที่ flat และ เสียงย่านต่ำนั้นตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยปราศจาก Distortion อีกเช่นกันครับ ซึ่งถูกนำมาใช้กับ  Billie Jean เช่นกันครับ
 
 

 
 
Freqphase™ Time | Phase Waveguide
 

เราจะเห็นเทคโนโลยีนี้ อยู่ในหูฟังระดับท็อปของ JH Audio กันมาบ้างครับซึ่งเทคโนโลยีชิ้นนี้ก็ถูกนำมาใช้กับ Billie Jean อีกเช่นกันครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะกับของ JH Audio เท่านั้นโดยถูกนำมาใช้สำหรับหูฟัง Multi driver (มากกว่า 1 driver) ที่เวลาตัว Driver นั้นทำงานในย่านเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละตัวและเสียงนั้นจะถูกส่งผ่านท่อนำเสียงมาเข้ารูหูผู้ใช้งานนั้นจะมีการเหลื่อมล้ำกันเรื่อง Timing ของแต่ละย่านเสียงที่ทาง JH Audio นั้นพบว่า เสียงย่านต่ำนั้นจะส่งผ่านได้ช้ากว่าเสียงย่านสูง ถึงแม้ระยะทางจากท่อไปสู่รูหูนั้นสั้นมากๆแต่ก็อาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อคุณภาพเสียงภาพรวมได้ ทาง JH Audio จึงแก้ปัญหาด้วยการดีไซน์ท่อนำเสียงให้เหมาะกับตัว Driver ที่ตอบสนองเสียงเสียงย่านต่างๆให้สามารถถ่ายทอดเสียงผ่านท่อนำเสียงให้มาถึงผู้ฟังได้แบบครบถ้วนในระยะเวลาที่พอดีกันของแต่ละย่านเสียงครับคลิป VDO อธิบายครับ


 
 
 
 

 
 
Billie Jean นั้นมาพร้อมกับสเป็ค 2 Balanced Armature Driver ต่อข้างประกอบไปด้วย 1 High และ 1 Full range (Mid and Low) เพื่อลดขนาดของตัวหูฟังแต่ยังคงให้คุณภาพเสียงในระดับสูงด้วยเทคโนโลยีพิเศษจากทาง JH Audio พร้อมกับ Acoustic Chamber sound bore design แบบใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ

 

 


 


โดยในด้านงานดีไซน์ของตัวหูฟังนั้นยังคงต่อยอดมาจาก Michelle Limited ที่ใส่สบายและสวยโดดเด่นด้วยลาย Carbon Kevlar ตรง Faceplate แต่ Billie Jean นั้นเหนือชั้นด้วยขนาดที่เล็กลงอีกถึง 30% ซึ่งถือว่าเล็กลงกว่าเดิมแบบสังเกตุได้ ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกและให้ fitting ในการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้นพร้อมกับตัว Body สีแดงที่ตัดกับลาย Carbon Kevlar ที่สวยและโดดเด่นมาแต่ใกลครับและขั้วหูฟังยังคงเป็นแบบ 2 pin เช่นเคยครับ




 


และ Billie Jean ยังมาพร้อมกับสายหูฟังคุณภาพสูง “Silver Tinsel Cable”  ซึ่งจะใช้ตัวนำเป็น Silver plate Copper หรือทองแดงเคลือบด้วยเงินนั่นเองครับ โดยตัวนำนั้นจะพันอยู่รอบแกน Kevlar ที่ให้คุณสมบัติเรื่องน้ำหนักที่เบา แต่ให้ความทนทานที่สุดยอดมากๆครับ ( แข็งแรงกว่า Steel 5 เท่า )



 


มาถึงเรื่องเสียงกันบ้างครับสำหรับ Billie Jean นั้นถูกออกแบบเสียงมาให้สามารถฟังได้ง่ายและน้ำเสียงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหลายจุดทีเดียวครับ สิ่งแรกที่จะเห็นได้เลยครับคือเสียงร้องนั้นจะให้ image ที่ใหญ่มากครับ เป็นเสียงร้องที่เปิด กระจ่างและมีเนื้อเสียงที่ดีมากๆ  ให้บาลานซ์ที่ยอดเยี่ยมตำแหน่งนั้นอยู่ตรงกลางพอดีเลยครับ สมกับที่บอกในสเป็คเลยครับว่า  “ ultimate mid driver offers perfect, flat sound from 10Hz to 5kHz.” ที่ตอนแรกอ่านแล้วยังงงๆแต่พอได้ฟังแล้วก็ตามที่เขียนไว้เลยครับ เป็นหูฟังที่ใช้เพียง 2 BA Driver ที่ให้เสียงร้องโดดเด่นไม่เป็นรองใครจริง ๆ ครับในช่วงราคาต่ำกว่า 20K ครับ
 
 
Billie Jean นั้นยังคงให้คาแรคเตอร์เสียงแบบ JH Audio ที่ฟังสนุก ฟังแล้วมีอารมณ์ร่วมกับเพลง ด้วย Dynamic ที่ยอดเยี่ยมให้แรงปะทะที่สุดยอด การลงน้ำหนักเสียงของชิ้นดนตรีต่างๆนั้นมีพลังฟังแล้วไม่จืดชืด โดยเฉพาะกับเสียงกลองนั้นยังคงทำได้ตามมาตรฐานที่สูงของ JH Audio ให้เสียง Snare ที่หนักแน่นสมจริง และเสียงกระเดื่องนี่ต้องยกนิ้วให้เพราะจุดนี้ทำได้ดีกว่า Michelle เสียอีกเพราะให้เสียงที่ทุ้มและลึกกว่าลงน้ำหนักได้ดีกว่า
 
 
เวทีเสียงของ Billie Jean นั้นไม่กว้างมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดครับ การแยกชิ้นดนตรีของ Billie Jean นั้นทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ ด้วยบาลานซ์เสียงที่ดีเยี่ยม โทนเสียงสว่างนิดๆ เสียงแหลมไม่จัดเกินไปน้ำเสียงจึงมีความลงตัวมากๆ ฟังแล้วได้กลิ่นอายของหูฟังสุดคลาสสิคอย่าง JH 5 Pro เลยครับที่ให้หัวโน้ตแรกชัดและมีพลัง
 
 
เบสนั้นเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของ Billie Jean ซึ่งยังคงให้ปริมาณที่มากไม่ต่างจาก Michelle แต่โทนต่ำของ Billie Jean นั้นจะลงไปได้อีกนิดจึงให้ deep bass ที่ดีกว่า ให้เบสที่ทุ้มกว่าซึ่งตอนฟังเสียงกระเดื่องนั้นจะเห็นได้ถึงความแตกต่างของสองรุ่นนี้ที่ Billie Jean นั้นจะได้หนาและลึกกว่า แต่ Michelle นั้นจะกระแทกแรงกว่าเล็กน้อยเช่นกันครับ ซึ่งภาพรวมแล้วเป็นเบสที่มีคุณภาพดีขึ้น เสียงทุ้มนั้นไม่ไปเบียดย่านอื่นและมีความลงตัวกว่าเดิมครับ
 


 
 

ภาพรวมแล้ว Billie Jean นั้นเป็นหูฟังที่ถูกออกแบบมาให้ฟังเพลงได้หลากหลายแนว โดยเฉพาะแนว Pop ที่ให้เสียงร้องโดดเด่นและให้เบสที่ยอดเยี่ยม โดยที่ยังคงให้รายละเอียดระดับสูงซึ่งเพลงแนวนี้เป็นเพลงกลุ่มใหญ่ของตลาด นอกจากนี้เพลงที่เน้นจังหวะๆอย่าง EDM , Electronic ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน  หรือจะเป็น Rock ที่อาจจะจัดจ้านน้อยกว่า Michelle อยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังคงฟังสนุกและให้บาลานซ์เสียงที่ดีขึ้น หรือจะเป็น Pure Vocal ก็เด่นมากๆอีกเช่นดันด้วยเสียงร้องที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ที่ถ่ายทอดเสียงร้องออกมาได้อย่างสมจริงมาก ๆ ครับ


 
 
ถือว่าเป็นหูฟังในระดับราคาต่ำกว่า 20K อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างสีสันให้ตลาดมากๆ และจะเป็นอีกรุ่นที่โดดเด่นในท้องตลาดแน่นอนครับ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย งานดีไซน์ที่สวยโดดเด่น และการสวมใส่ที่ง่าย ขับง่าย จึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานและ life style แบบปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดย Billie Jean นั้นราคาอยู่ที่ 13,900 บาท และมีโปรโมชั่นพิเศษแถมฟรี AK XB10 ตัว Bluetooth receiver คุณภาพสูงที่มีภาค DAC ในตัวและยังมีช่องหูฟังทั้ง 3.5 และ 2.5 Balanced อีกด้วยครับ มูลค่า 7,190 บาท เรียกได้ว่าคุ้มสองต่อเพราะของแถมราคาครึ่งนึงของหูฟังเลยครับ และเป็น Bluetooth receiver ที่เสียงดีมากๆด้วยครับ

 

 

สามารถลงชื่อจอง Billie Jean ได้ที่กระทู้ด้านล่างนี้เลยครับเพราะสินค้าล็อตแรกอาจจะมาจำกัดจำนวนครับ
 

 
 
 


 
มีสเป็คเพิ่มเติมดังนี้ครับ
 
Billie Jean
Type  Universal fit IEM
Driver Unit   2way 2Drivers (High, Full Range(Mid & Low)) / 2BA per side
Impedance   18 ohm
Noise Isolation   -26dB
Sound Technology   Freqphase™ Time | Phase Waveguide / New Sound Bore
Components    3.5mm Unbalanced Cable, 3Sizes of Silicon Ear tips (S,M,L), Carrying Case

 

 


 


 

" อันนี้เป็นรีวิวสั้นๆของ XB10 ครับ "

 

สำหรับใครที่ใช้ Smartphone ฟังเพลงและอยากได้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น แต่ไม่อยากซื้อ Dap เพื่อพกพาสองเครื่องล่ะก็ใช้ AK XB10 ตัวนี้แทนได้เลยครับ โดยตัว XB10 นั้นจะเป็นตัวรับสัญญาณ Bluetooth จาก Smartphone ที่มาในเวอร์ชั่น 4.1 รองรับ apt-X HD ที่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังรองรับการเล่นไฟล์เพลง "24Bit / 48kHz" อีกด้วยครับ โดยตัว Battery นั้นสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ "5 ชั่วโมง" โดยที่สามารถใช้งานในการรับสายโทรศัพท์ได้อีกด้วย ซึ่งคุณภาพของไมค์นั้นจัดว่าดีทีเดียว นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟังมาให้เลือกใช้ทั้งแบบ 3.5mm และ แบบ 2.5mm อีกด้วยครับ ในส่วนของตัว XB10 นั้นมีขนาดที่เล็กโดยจะมีคลิปหนีบที่ช่วยยึดเกาะตามกระเป๋าเสื้อ หรือ กระเป๋าสะพายช่วยให้พกพาได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ

 
 
AK XB10 นั้นจะเข้ามาช่วยเติมเต็มเนื้อเสียง และ กำลังให้กับหูฟัง และ Smartphone ที่แห้งบางให้กลับมามีเรี่ยวมีแรงได้อีกครั้งครับ XB10 นั้นจะให้เนื้อเสียงที่เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้นสามารถแยกแยะเสียงเครื่องดนตรีได้ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังมีโฟกัสเสียงที่แม่นยำ และ ทำให้การฟังเพลงนั้นมีมิติที่ดีไม่แบนระนาบ ย่านต่ำนั้นให้อิมแพคที่ชัดเจนเนื้อเบสนั้นมาแบบพอดีคำไม่บวมล้นจนไปกวนเสียงในย่านอื่น ๆ ครับ เสียงนักร้องนั้นมีสเกลเสียงที่ใหญ่ขึ้น ชัดเจนขึ้น เติมเต็มถ้อยคำร้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังให้เสียงย่านกลางแหลมที่สะอาดสะอ้านอย่างที่ควรจะเป็นอีกด้วยครับ


 
สำหรับ AK XB10 นั้นถือว่าเป็น Bluetooth Headphone Amp ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มทั้งพละกำลัง และ รายละเอียดของเสียงดนตรีให้ดียิ่งขึ้นสำหรับใครที่ต้องการใช้งานกับ Smartphone เป็นหลักนั้นสามารถเลือกใช้งาน XB10 เพื่อช่วยเรื่องเสียงได้ครับ 
 
 

 


        

 

 

 

 

เขียนโดย : หลุยส์ มั่นคงแก็ดเจ็ท เขียนเมื่อ 3 พ.ค. 2561
 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง