มั่นคง munkonggadget

บทความ : 6 ลำโพงสายปาร์ตี้ ต้องมีติดบ้าน

 

 

กลับมาพบเจอกันอีกครั้งนะครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้กระผม ภู พารากอน จะมาแนะนำลำโพงที่เหมาะกับสายปาร์ตี้ในลักษณะ Private Party หรือเรียกง่ายๆเป็นภาษาชาวบ้านว่า ปาร์ตี้บ้านเพื่อน ห้องเพื่อน ห้องพี่ ห้องน้อง ห้องเราเอง สวนหลังบ้าน สระส่วนตัว อะไรก็ว่าไปนะครับ แต่เอาเป็นว่า เป็นปาร์ตี้ที่ไม่ได้ไปนั่งกินกันตามผับ ตามบาร์ สบายใจทั้งพ่อบ้าน แม่บ้านล่ะนะครับผม เมื่อบุคลากรพร้อมแล้ว เสียงเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงก็ต้องพร้อมเช่นกัน

 

JBL CHARGE 3 ราคา 6,590 บาท



นับเป็นตัวเลือกสุดคุ้มตัวนึงก็ว่าได้ครับ ทั้งขนาดที่พกพาได้ง่าย แบตสามารถใช้งานได้ 18-20 ชั่วโมง เชื่อมต่อไร้สายด้วยระบบ Bluetooth  รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2 

 

หรือถ้าไม่สะดวกจะใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ตัว CHARGE 3  ยังมีช่องเสียบ AUX ขนาด 3.5 มาให้อีกด้วยครับผม การใช้งานในด้านอื่นๆก็ยังเป็นPowerbank ในตัว กันน้ำได้ และยังสามารถใช้ JBL Connect ที่สามารถเชื่อมต่อลำโพง JBL หลายๆตัวเข้าด้วยกัน เพื่อพลังเสียงที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย เรียกว่าแทบจะครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นสำหรับงานปาร์ตี้เลยก็ว่าได้ครับผม

 

 


ในส่วนของเสียงนั้น JBL CHARGE 3 จะให้เสียงโทนที่ฟังเบสเด่นมาเป็นลูกใหญ่แต่เก็บตัวได้ค่อนข้างดีครับ เสียงกลางและเสียงย่านสูง นั้นเด่นล้ำมาด้านหน้าชัดเจน เป็นเสียงร้องที่ติดคัลเลอร์นิดๆฟังสนุก

 

แนวเพลงที่เหมาะกับ JBL CHARGE 3 นั้นถือว่าฟังได้ค่อนข้างหลากหลายแนวครับ แต่ที่ดูจะเด่นที่สุด ก็จะเป็นแนว EDM ,เพลงที่ใช้เสียงสังเคราะห์ต่างๆ , POP ,POP ROCK ครับผม
 


 

JBL BOOMBOX ราคา 17,900 บาท



 

เป็นตัวพี่ใหญ่สุด และ เป็นลำโพงพกพาที่ถือว่ามีขนาดที่ใหญ่มากตัวนึงครับ แต่เสียงนั้นก็ใหญ่ตามไปด้วย  JBL Boombox  นั้นเป็นลำโพงแบบพกพา เชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 4.2 หรือสำหรับท่านที่ไม่สะดวกเชื่อมต่อแบบไร้สายก็มีช่อง AUX ขนาด 3.5mm มาให้ใช้เช่นเดียวกับตัว CHARGE 3 ครับ และมาพร้อมกับ กำลังขับ 60 Watt เมื่อใช้พลังงานจากปลั๊กไฟในครัวเรือน และ 40 Watt เมื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ครับ ซึ่งหมายความว่าถ้าเสียบไฟบ้าน ก็จะได้เสียงที่มีคุณภาพสูงกว่าใช้งาน แบตเตอรี่นั่นเองครับผม ในส่วนของความจุแบตเตอรี่ในตัว Boombox นั้นจะมีแบตเตอรี่ขนาด 20,000mAh ครับ ซึ่งสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง แถมกันน้ำได้ในระดับ IPX7 อีกด้วยครับผม

 

 

 

ในส่วนของฟังก์ชั่นที่เสริมเข้ามาก็จะมี Port USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ  2 Port  สามารถจับคู่อุปกรณ์ได้ 2 เครื่องพร้อมกันในการเชื่อมต่อแบบBluetooth นอกจากนี้ยังสามารถเลือกโหมด indoor และ outdoor ครับ โดยวิธีการเปลี่ยนนั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่กดปุ่มด้านหลังของตัวลำโพง  และยังมาพร้อมกับระบบการเชื่อมต่อพร้อมกันหลายๆตัวเพื่อนเพิ่มพลังเสียงอย่าง JBL Connect + ติดมาด้วยล่ะครับผม

 


สำหรับโทนเสียงนั้น ตัว Boombox เรียกได้ว่าเบสนำมาเลยครับ ให้เบสขนาดใหญ่ มีมวลหนาแน่น แรงปะทะหนักหน่วง และลงได้ลึกมากๆ

 

เสียงร้องนั้นมีมวลหนา มีน้ำหนัก และเขยิบไปด้านหลังเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับจมหายไปครับ ยังพอมีความจัดจ้านฟังสนุกให้สัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

เสียงย่านสูงถึงจะเป็นลำโพงที่ให้เบสลูกใหญ่ แต่เสียงย่านสูงนั้นแทบไม่มีอาการขุ่นมัวหรือด้วนกุดเลยครับ ปลายแหลมนั้นคมชัดจะแจ้ง ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงย่านสูงได้ดี

 

พูดถึง Outdoor Mode การสลับจาก Indoor มาเป็น Outdoor Mode นั้นไม่ได้มีผลกับการเปลี่ยนแนวเสียงครับ ตัวลำโพงยังคงถ่ายทอดเสียงออกมาในลักษณะเดิมเพียงแต่ว่า สเกลของเสียงนั้นใหญ่ขึ้นจากเดิม เวทีเสียงนั้นขยายขนาดขึ้น อิมเมจของเสียงร้องและเครื่องดนตรีต่างๆก็ขยายสเกลขึ้นเช่นกันครับ ซึ่งจะทำให้การฟังเพลงในพื้นที่เปิดที่มีเสียงรบกวนเยอะๆนั้นดีขึ้นและได้อรรถรสมากขึ้นนั่นเองครับผม

 


แนวเพลงที่เหมาะกับ JBL Boombox ตัวนี้นั้นจะเหมาะกับแนวเพลงที่ต้องการมวลเบสขนาดใหญ่ และหนา หรือเหมาะกับเหล่า Bass Lover เป็นอย่างยิ่งครับผม
 


 

MARSHALL KILBURN 11,990 บาท





มาถึงรุ่นยอดนิยม หรือลำโพงพกพาขวัญใจคนไทยก็ว่าได้ครับผม ตัวที่กล่าวถึงอยู่นี่ก็คือลำโพง พกพา Marshall Kilburn นั่นเองครับผม โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยคลาสสิค มีสายหิ้วและบอดี้ด้านนอกหุ้มด้วยหนัง เรียบหรูไม่เหมือนใคร และ ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยด้านบนของตัวลำโพงนั้นมี ปุ่มหมุนเพื่อปรับ Bass & Treble เพื่อปรับแนวเสียงให้เข้ากับแนวเพลงที่เราฟังนั่นเองครับ

 

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นสามารถเลือกได้ทั้งแบบไร้สาย โดยการเชื่อมต่อผ่าน Bruetooth หรือจะเลือกต่อผ่าน AUX 3.5 ก็ได้ตามแต่ผู้ใช้สะดวกเลยครับ

 




โดยแนวเสียงของตัว Kilburn นั้นจะให้แนวเสียงที่ค่อนข้างรุกเร้า เน้นจังหวะจะโคน


เสียงเบสนั้นเป็นเบสที่กระแทกกระทั้นเก็บตัวเร็วปานกลาง ถึงแม้จะปรับปุ่ม BASS แบบเลื่อนไปจนสุดระดับมวลเบสจะหนาขึ้น แต่ก็ไม่มีอาการบวมจนไปท่วมทับรายละเอียดอื่นๆแต่อย่างใดครับผม 


เสียงย่านกลางนั้นพุ่งเด่นมาด้านหน้าชัดเจนเป็นเสียงกลางที่คมชัดจะแจ้ง และถ่ายทอดเสียงร้องออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ในเสียงกีตาร์หรือเครื่องสายนี่เรียกได้ว่าทีเด็ดเลยก็ว่าได้ครับผม เสียงกรีด เสียงสี เสียงดีด นี่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง และได้อารมณ์เครื่องสายมากๆครับผม


เสียงย่านสูงนั้นนับว่ามีประกายอยู่ครับ แต่ไม่ได้ออกไปทางพริ้วไหวดุจสายน้ำ แต่ออกไปในทางความคม ความชัด แบบดิบๆตามสไตล์ Marshall เลยครับผม
 



FENDER NEWPORT ราคา 9,990 บาท
 


มาต่อกันที่ลำโพงสายปาร์ตี้ต้องมีติดบ้านไว้ Fender Newport เป็นลำโพงขนาดเล็กที่เสียงไม่เล็กเลยครับผม ด้วยกำลังขนาด 30w 

 

ด้านบนของตัวลำโพงจะมีปุ่มหมุน สามปุ่ม ซึ่งจะแบ่งเป็น Master Volume ,Treble ,Bass และปุ่มกดสองปุ่ม โดยจะเป็น ปุ่ม Pair เอาไว้ Pairing Bluetooth และปุ่ม Talk เอาไว้รับสายเวลามีสายเข้านั่นเองครับผม

 

 

 

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้น ก็จะมีทั้งการเชื่อมต่อไร้สายโดยระบบการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth และเชื่อมต่อโดยช่องAux ขนาด 3.5mm อยู่บริเวณด้านหลังลำโพง

 

 

สำหรับตัว Fender Newport นั้นจะให้เสียงร้องหรือเสียงกลางที่เด่นล้ำกว่าย่านอื่นครับผม เรียกได้ว่า โทนโดยรวมนั้นให้บรรยากาศของเสียงที่ใสสะอาด และมีความคมชัด แยกชิ้นดนตรี แบ่งตื้นลึกหน้าหลังได้ดีมากๆ


เสียงเบส ของตัว Newport นั้นจะให้เบสที่ฟังสนุกมีมวลแน่น ออกมาเป็นลูกเก็บตัวค่อนข้างเร็ว แรงปะทะนั้นรุนแรงถึงพริกถึงขิง


เสียงกลางนั้นให้เนื้อเสียงร้องที่ใสสะอาด ถ่ายทอดคำร้องออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ เสียงเครื่องสายก็นับว่าถ่ายทอดออกมาได้ดีพอตัวอยู่ครับ อาจจะเด่นไม่เท่าเสียงร้อง แต่ก็นับว่าเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างครบล่ะครับผม


เสียงย่านสูงนั้นทอดตัวได้ไกลถึงปลายเสียง มีประกายระยิบระยับ สามารถแจกแจงดีเทลของปลายแหลมได้ดีเยี่ยมครับ
 


 

 

JBL Pulse 3 ราคา 8,990 บาท


 

 


สำหรับตัว JBL Pulse3 นั้น เป็นตัวล่าสุดจากซีรีย์ Pulse นั่นเองครับผม ซึ่งก็อัพเกรดขึ้นทั้งสเตปแสงสี และ เสียงที่ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้ามาพอสมควรครับผม 

 


 


โดยตัวลำโพงจะมีบอดี้รูปร่างทรงกระบอกขนาดพอดีมือครับ ในส่วนด้านล่างนั้นจะเป็นลำโพง ด้านบนเป็นส่วนของไฟที่สามารถขยับเล่นแสงสีได้ตามจังหวะเพลง และสามารถ เลือก Pattern ของไฟได้โดยกดปุ่มที่ตัวเครื่อง หรือ ใช้ แอพลิเคชั่น แอพ JBL Connect ผ่านสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นเดียวกันครับ โดยสามารถเลือกรูปแบบไฟได้ถึง 8 แบบด้วยกันครับผม จุดขายอีกอย่างนึงก็คือ ตัว JBL Pulse นั้นสามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX7 เรียกได้ว่าถ้าเปื้อนฝุ่น ทำเครื่องดื่มหกใส่ก็สามารถล้างได้เลยล่ะครับผม

 

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้น สามารถเลือกเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth หรือ โดยการเชื่อมต่อผ่านBluetooth นั้น สามารถเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 ตัวโดยให้เสียงเป็น Stereo หรือถ้าไม่สะดวกเชื่อมต่อแบบไร้สาย ก็สามารถเลือกการเชื่อมต่อผ่านสาย Audio ก็จะมีช่องเสียบแจ๊ค AUX ขนาด 3.5 ไว้รองรับอยู่ครับผม

 

 

ในส่วนของการเสียบชาร์จไฟก็สามารถชาร์จไฟผ่าน USB ได้เลยครับผม
 

ในส่วนของเสียงนั้น ตัวJBL Pluse 3 นั้นจะให้เสียงกลาง หรือเสียงร้องที่ลอยเด่นมาด้านหน้า เสียงร้องนั้นอิ่มมีมวลปานกลางไม่หนามาก เป็นเสียงร้องที่ให้บุคลิคที่กระฉับเฉงครับ คือมีความรุกเร้าพอประมาณ และมีความคัลเลอร์เล็กน้อย ทำให้ฟังสนุกมากขึ้นครับ

 


 

ย่านแหลมนั้นจัดจ้านมีความคัลเลอร์ปรุงแต่งพอสมควรครับ แต่ที่ดีคือไม่จัดจ้านจนรู้สึกคมจัดบาดหูล่ะครับผม ปลายเสียงแหลมนั้นทอดตัวได้ไกลไม่ด้วนกุดหายไปแบบเฉยๆ

เบสนั้นเป็นเบสลูกกำลังดี เก็บตัวค่อนข้างเร็ว เป็นเบสที่ให้จังหวะค่อนข้างเร็ว แรงปะทะปานกลางไม่หนักหน่วงจนเกินไปครับ

 

 


สรุปสำหรับตัว JBL Pluse 3 นั้นก็นับเป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจครับผม ทั้งฟังก์ชั่นแบบครบๆทั้งลูกเล่นแสงสี และเสียงที่สามารถฟังเพลงได้หลากหลาย รวมถึงความสามารถในการกันน้ำระดับ IPX7 อีกด้วยครับผม 
 


 

SONY SRS XB-40 ราคา 5,990 บาครับ

 


สำหรับตัว XB-40 ก็นับเป็นอีกตัวครับที่มีลูกเล่นในเรื่องของแสงสี งานประกอบภายนอกดูแข็งแรงบึกบึน  สามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX5  แบตเตอรี่ใช้งานติดต่อกันได้ถึง 21-24 ชม. เปิดได้แบบ All Day All Night กันเลยครับผม ฮ่าๆ

 

การเชื่อมต่อก็สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หรือ แบบใช้สาย Audio ที่ด้านหลังลำโพงครับ ในส่วนของ Bluetooth นั้นจะเป็น Bluetooth 4.2 ที่มีระบบ LDAC รองรับจึงทำให้เสียงที่ได้นั้นออกมามีคุณภาพที่ดีเยี่ยม และ ยังมีระบบ Party Chain ที่จะทำให้สมารถเชื่อมต่อลำโพงเข้าด้วยกันถึง 10  ตัวด้วยกัน

 

 

ด้านบนของตัวลำโพงมีเครื่องหมายNFCและจะมีปุ่มกดทั้งหมด 7 ปุ่มครับ โดยเรียงจากซ้ายไปขวาดังนี้ครับ

 


ปุ่ม EXTRA BASS ปุ่มนี้จะทำสองหน้าที่ครับ โดยหนาที่หลักคือการเปลี่ยนโหมดจากค่า Default  เป็นโหมด EXTRA BASS ซึ่งพอเปลี่ยนโหมดเป็น EXTRA BASS จะทำให้เบสนั้นมีมวลหนาขึ้น ทำให้เสียงย่างกลางดูมีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อยครับ และอีกหน้าที่นึงคือ กดค้างเพื่อเปิดหรือปิด ระบบไฟที่หน้าลำโพงอีกด้วยครับผม

 


ปุ่มถัดมาจะเป็นปุ่ม Speakerphone ครับซึ่งตัวปุ่มจะมีเครื่องหมายโทรศัพท์กำกับอยู่ ซึ่งมีหน้าที่รับสายโทรเข้านั่นเองครับผม และ เมื่อกดค้างตัวลำโพงจะบอกปริมาณคงเหลือของแบตเตอรี่ครับ โดยจะบอกเป็นเสียงภาษาอังกฤษครับผม ปุ่มถัดมาเป็นปุ่ม Play / Pause เพลงครับ ตามมาด้วยปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่มที่อยู่ขวาสุดคือปุ่ม Power ซึ่งถ้ากดค้างจะเป็นการ Pairing Bluetooth นั่นเองครับผม


 


ปุ่มพาวเวอร์คืออันนี้จ้า
 

ในส่วนของเสียงนั้น ตัว XB-40 นั้นเป็นลำโพงที่โดดเด่นในเรื่องการให้เนื้อเสียงที่ค่อนข้างหนาครับ เบสนั้นลูกใหญ่มีมวลหนา และ มีแรงปะทะที่หนักหน่วง เสียงกลางแหลมนั้นมีความหวานละมุนละมัย ฟังง่ายไม่รุกเร้าจนเกินไป และ เมื่อปรับ เป็นโหมด EXTRA BASS แล้วจะเบสมี่หนาขึ้นชัดเจน ในขณะที่เสียงย่านอื่นๆนั้นจะหนาขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ


โดยสรุปแล้วตัว SONY SRS-XB40 เป็นลำโพงที่เหมาะกับแนวเพลง Hiphop, Pop, R&B ซึ่งเป็นแนวเพลงกระแสหลักในขณะนี้ครับ และเรียกเสียงว้าวให้กับผู้ฟังที่เสพเบสเป็นอาหารหลักได้อย่างแน่นอนครับ

 

 

สำหรับลำโพงที่ผู้เขียนหยิบมานำเสนอในบทความนี้ ผู้เขียนเลือกตามทัศนะของผู้เขียนเองครับ โดยเน้นที่ลำโพงที่พกพาง่าย และมีแบตในตัวเป็นหลัก เพราะผู้เขียน เชื่อว่า ปาร์ตี้นั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาจึงเลือกลำโพงที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และ ฟังเพลงได้หลากหลายไว้ก่อนครับผม

 

ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่อ่านจนจบนะครับ สำหรับวันนี้ กระผมผู้เขียน ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

  

 

 



เขียนโดย : ภู สยามพารากอน เขียนเมื่อ : 3 เม.ย. 2561

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง