มั่นคง munkonggadget

กลยุทธ์พิชิตยอดหูฟัง บทที่3

 


มาถึงบทที่3 กันแล้วครับกับยอดวิชาสยบหูฟังขนานแท้จากนิกายมั่นก่า ที่ผมได้รับการสืบทอดมารุ่นต่อรุ่น จากปรมาจารย์มั่นจื่อ และศิษย์พี่มากฝีมืออีกหลายๆท่าน ซึ่งในส่วนของบทความต่อเนื่องนี้นั้นถือเป็นศาสตร์ความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการหาหูฟังดีๆ คุ้มค่า คุ้มราคา มาใช้งานสักตัวครับ ดั่งคำปราชญ์ท่านว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา" ถ้าเรามาทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆของหูฟังกันก่อนสักนิด การเดินเข้ามั่นคงร้อยครั้ง ก็จะได้หูฟังกลับไปร้อยคราแน่นอนนน!


 
สำหรับบทนี้นั้น จะเป็นเรื่องของช่วงราคาที่แตกต่าง ซึ่งบางท่านอาจสงสัยว่าทำไมถึงมักจะมีคนถามตลอด เวลาเดินเลือกซื้อหูฟังว่า "ดูช่วงราคาไว้มั้ยครับ?" หรือ "ได้ตั้งงบไว้ไม่เกินเท่าไรดีครับ?" เรามาดูกันดีกว่าว่าในช่วงราคาต่างๆนั้นมีอะไรให้เราเรียนรู้กันบ้าง
 
 
ช่วงราคาของหูฟัง
 
การตัดสินใจจะซื้อของสักอย่าง สิ่งที่เรามักคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆนอกจากความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้านั้นๆแล้ว ยังมีเรื่องของงบประมาณที่เหมาะสมกับตัวเราและตัวสินค้านั้นๆด้วยครับ ตัวหูฟังเองก็เช่นกันครับ ด้วยความที่หูฟังนั้นมีความหลากหลายมากๆ การกำหนดช่วงราคาจึงเหมือนเป็นตัวช่วยในการคัดกรองตัวเลือกที่ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุดออกมานั่นเอง โดยนอกจากเสียงที่แตกต่างแล้ว ยังมีวัสดุที่ใช้ผลิต รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆที่บรรจุอยู่ในตัวหูฟังด้วยที่เป็นตัวกำหนดราคาของสินค้า ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหูฟังที่มีราคาสูงกว่าคุณภาพย่อมสูงกว่า แต่นั่นไม่ใช่ตัวกำหนดว่ามันจะเป็นของที่ดีที่สุดครับ สิ่งหนึ่งที่เราต้องจำให้ขึ้นใจเลยคือไม่มีหูฟังตัวไหนที่ดีที่สุดหรือดีกว่ากัน มีแต่หูฟังที่เหมาะกว่าหรือคุ้มค่าที่สุดกับตัวเรานั่นเองครับ ด้วยความที่คนเราแต่ละคนมีความชื่นชอบในเสียงเพลงที่แตกต่างกัน บางคนชอบเบสหนาๆนุ่มๆ บางคนชอบเสียงร้องหวานๆคมๆ บางคนชอบอิมแพคหนักๆแน่นๆ อีกทั้งการตัดสินใจว่าจะซื้อหูฟังตัวหนึ่งแล้วนั้นคนทุกคนย่อมมีช่วงงบราคาของหูฟังที่ตั้งไว้ว่าจะไม่เกินเท่านั้น เท่านี้อยู่ในใจอยู่แล้ว ดังนั้นการแจ้งช่วงงบราคาที่ตั้งไว้กับพนักงานขายหน้าร้าน ควบคู่ไปกับประเภทหูฟัง ชนิดหูฟัง ไดรเวอร์หูฟัง และลักษณะการใช้งานหูฟัง ที่ผมเคยอธิบายไว้ในบทก่อนๆนั้น ก็เหมือนกับการที่เราเข้าไปหาสินค้าจาก https://www.munkonggadget.com โดยเลือกใช้งานฟิวเตอร์ต่างๆเพื่อกรองสินค้าร้อยแปดพันเก้าให้เหลือเพียงของที่ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุดออกมานั่นเอง โดยผมจะยกตัวอย่างช่วงราคาที่หลายๆท่านมักจะถามถึงบวก-ลบนิดหน่อยคู่ไปกับหูฟังยอดนิยมต่างๆมาให้แบบคร่าวๆกันก่อนละกันครับ

 

ช่วง 1,000-2,000 บาท มีพระกาฬมหาชนอยู่หลากหลายตัวมากๆครับในช่วงนี้ เพราะถือเป็นช่วงราคาที่ไม่สูงจนเกินไป หูฟังส่วนมากในช่วงนี้จะเป็นในกลุ่มของเอียร์บัดและอินเอียร์ซะส่วนใหญ่ครับ ยกตัวอย่างเช่น Yuin PK2, Sennheiser MX375, Visang R02, Kinera BD005 V.2, JBL T110, i.Tech Musicband 6300 และ Hifiman RE400 เป็นต้น

 


 

ช่วง 2,000-3,000 บาท ยังคงเป็นหูฟังแบบอินเอียร์ซะส่วนใหญ่ครับ โดยมักจะเป็นอินเอียร์ที่เพิ่มเติมในส่วนของ Controltalk เข้ามาซึ่งจะมีประโยชน์มากเวลาที่เราใช้งานหูฟังกับโทรศัพท์มือถือเพราะจะสามารถใช้ควบคุมระดับความดังรวมถึงการเลื่อน การเล่น การหยุดเพลง และใช้สำหรับรับสายโทรศัพท์ที่เข้ามาได้ด้วย ซึ่งก็มีหูฟังบางรุ่นครับที่เป็นแบบไม่มี Mic และเพิ่มราคาอีกนิดหนึ่งจะได้หูฟังแบบมี Mic เข้ามาซึ่งคุณภาพเสียงนั้นก็เหมือนกันนั่นละครับแตกต่างแค่ความสะดวกในการใช้ที่มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้แล้วก็ยังเริ่มมีหูฟังพวก Full-Size ทั้ง On-Ear และ Around-Ear ให้เลือกบ้างแล้วเช่นกันครับ เช่น Sennheiser CX2.00i และ CX2.00g, Sony IER-H500A, Final Audio E3000c, Ostry KC06a, Kinera H3, Shure SRH 145M+ และ Audio Technica M30x 



 

โดย 2 ช่วงราคาข้างต้นนี้นั้นถือเป็นช่วงเริ่มต้น ที่มีคนถามถึงมากที่สุด และยังสามารถพลิกแพลงบวก-ลบเพิ่มเติมงบได้อยู่ เนื่องด้วยเป็นช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน และในบางครั้งบวกงบเพิ่มอีกนิดหน่อยก็มักจะเจอกับหูฟังที่ถูกใจเอาง่ายๆเลยก็มีครับ
 


ช่วง 3,000-6,000 บาท เป็นช่วงที่เริ่มมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นครับเพราะเริ่มมีฟูลไซส์หลายๆตัวเข้ามาให้เลือกมากขึ้นแล้ว รวมถึงหูฟังในแบบเฉพาะทางตามลักษณะการใช้งานต่างๆก็เริ่มมีมาให้เลือกกันเยอะขึ้นแล้วเช่นกัน ทั้ง Shure SE215 , Westone UM Pro10, Marshall Mode EQ, Audio Technica M50x, Beats EP, Sennheiser GSP350, Jaybird Freedom และ JBL Under Armour Wireless เป็นต้น


ช่วง 6,000-15,000 บาท ช่วงนี้มีตัวเลือกหูฟังที่หลากหลายมากๆครับ ถือเป็นช่วงราคาที่คุณภาพของเสียงในหูฟังแต่ละตัวเริ่มมีความเฉพาะเจาะจง และมีจุดเด่นที่ต่างกันเข้ามาให้เห็นมากขึ้น เรียกง่ายๆว่าเป็นช่วงของหูฟังรุ่นต่อยอดมากจากรุ่นของหูฟังในช่วงราคาก่อนหน้านี้นั่นเองครับ ยกตัวอย่างเช่น Shure SE425, Westone AM Pro10 รวมถึง Sennheiser G4me Zero เป็นต้น

 

 

2 ช่วงราคานี้นับเป็นช่วงระดับกลางขึ้นมาแล้วครับ และถือเป็นช่วงที่มีหูฟังให้เลือกหลายประเภท หลากชนิด ทั้งอินเอียร์ ฟูลไซส์ แบบเปิด-ปิด และยังมีหูฟัง

 

มาถึงช่วงราคา 15,000 บาท ขึ้นไปจนถึงระดับ 1 แสนบาท ช่วงราคานี้ถือเป็นช่วงราคาระดับ High-end แล้วครับ ทั้งหูฟังฟูลไซส์ขนาดใหญ่ที่ต้องการกำลังขับสูงๆผ่านตัวแอมป์หูฟัง รวมถึงฟังคัสตอมมอนิเตอร์ทั้งหลาย ถือเป็นช่วงที่น่าสนใจอีกช่วงราคาหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็น Stax SR-009, Hifiman HE1000, UE18 Pro, Noble Kaiser Encore เป็นต้น

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ช่วงราคาเป็นแค่ตัวกรองและแยกสินค้าออกให้ตรงตามความต้องการของแต่ละคนเท่านั้นครับ แน่นอนราคาที่สูงย่อมได้หูฟังที่มีคุณภาพเสียงเยี่ยม แต่นั่นไม่ใช่ตัวกำหนดว่ามันจะดีกว่าตัวอื่นๆและถูกใจคนทุกคนครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าหูฟังนั้นไม่มีดีที่สุด มีเพียงแค่เหมาะและถูกหูกับเรามากที่สุดเท่านั้นเองครับ การเลือกหูฟังจึงควรเลือกโดยดูจากการใช้งาน ความชอบส่วนตัว และความพอเหมาะพอดีกับเรา โดยต้องไม่กระทบถึงสภาพคล่องทางการเงิน และสภาพอารมณ์ของคุณแฟนเราด้วยนะครับ นั่นแหละครับเราจึงจะพิชิตใต้หล้า และได้ยอดหูฟังที่ดีที่สุดของเรามานั่นเอง


 
สำหรับท่านที่ได้อ่านบทความของผมมาครบทั้ง 3 บทข้างต้นจนมีความรู้พื้นฐานในเรื่องของหูฟังมากขึ้นแล้วนั้น หลังจากนี้การเลือกซื้อหูฟังต่างๆก็จะง่ายดายมากแล้วละครับ และหลังจากเจนจบในยอดวิชาและสามารถควบคุมลมปราณ และสั่งสมกำลังภายในขึ้นมาได้แล้วนั้น ในบทต่อไปจะเข้าสู่ช่วงของกระบวนท่าแห่งยอดฝีมือที่แท้จริงแล้วละครับ โดยจะเริ่มที่ส่วนไหน เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ก็ขอให้รอติดตามกันไว้ได้เลยครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนนน!
 


 

 

 

 

 

 

บทความโดย :  ปาล์ม / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 28 พ.ย. 2560

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง