มั่นคง munkonggadget

รีวิว : พระกาฬกินแหลกทั้งดีไซน์และเสียง Kinera H3 !!

 


หลังจากที่ได้สร้างความฮือฮาไปอย่างมากกับเจ้าหูฟัง  Kinera BD005  ในวันนี้เขากลับมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่อีกครั้งด้วยดีไซน์ที่สุดแสนดูดีและเสียงที่มีพลังล้นหลามมากขึ้น สวัสดีครับผู้อ่านทุก ๆ ท่าน พบกับผมนายพูน ( พอล ) จากมั่นคงเก็ดเจ็ทสยามพารากอนกันอีกแล้วนะครับ ในวันนี้ผมได้พาเพื่อนใหม่ของผมมาแนะนำให้ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกันอีกแล้วซึ่งบอกได้เลยว่าเพื่อนใหม่ของผมคู่นี้มีผู้คนเฝ้ารอและให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวครับเรียกได้ว่าไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ของเขาอย่างเจ้า BD005 กันเลยครับหูฟังเพื่อนใหม่ของผมตัวนี้คงเป็นใครไปไม่ได้ครับ นั่นก็คือเจ้าหูฟัง Kinera H3 นั่นเอง !!




เจ้า Kinera H3 เข้ามาประจำการได้ที่ร้านหูฟังมั่นคงแก็ดเจ็ทได้ไม่นานครับ แต่ก็มีผู้ให้ความสนใจและเข้ามาทดลองฟังกันอย่างล้นหลามทีเดียว ทำให้สินค้าล็อตแรกนั้นหมดอย่างรวดเร็วเลยทีเดียวครับ เกริ่นมากันเยอะขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้ากันเลยครับทุก ๆ ท่าน เรามารู้จักเจ้าพระกาฬกินแหลก Kinera H3 กันเลยดีกว่าครับ !!


 

แค่กล่องของเจ้า Kinera H3 ก็สัมผัสได้ถึงความดุของเขาแล้วล่ะครับ แพ็คเกจกล่องของเจ้า Kinera H3 มาเป็นกล่องสีดำเข้ม ฝากล่องด้านบนมีข้อความบอกชื่อแบรนด์และรุ่นที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองตัดกับตัวกล่องอย่างดีและสวยงามครับ

 




ด้านข้างกล่องมีการบอกสีของบอดี้ของเจ้า Kinera H3 ตัวใหญ่ชัดเจน รับรองว่าเห็นเด่นชัดตั้งแต่ไกล ๆ เลยทีเดียวครับ โดยที่เจ้าหูฟัง Kinera H3 จะมาพร้อมกับบอดี้ 3 สีครับ นั่นก็คือสีดำ , สีแดง และสีน้ำเงินครับ

 



 

หลังจากที่เราเปิดกล่องเจ้าหูฟัง Kinera H3 ออกมา เราจะพบกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่แถมมาให้ในกล่องทั้ง 3 อย่างก็คือ

  • เคสใส่หูฟัง ( เจ้าหูฟังของเราอยู่ในตัวเคสครับ )
  • อะแดปเตอร์สำหรับเสียบเก้าอี้เครื่องบิน
  • อะแดปเตอร์สำหรับแปลงหัวแจ็คขนาด 3.5mm เป็นขนาด 6.3mm

​เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากครับสำหรับอุปกรณ์เสริมที่อยู่ในกล่อง บอกได้เลยว่าเจ้า Kinera H3 พร้อมจะไปกับคุณในทุก ๆ ที่ ทุกเวลาเลยก็ว่าได้ครับ


 


เคสของเจ้า KInera H3 เป็นเคสหนังเทียมครับ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกำลังเหมาะมือ ด้านในของเคสมีช่องให้เราใส่อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ อีกด้วยครับ สามารถเก็บอแดปเตอร์ทั้ง 2 ชนิดไว้กับหูฟังของเราในเคสได้เลย และยังมีพื้นที่เหลือเอาไว้ใส่ SD Card ได้อีกด้วยนะครับ


หลาย ๆ คนคงสงสัยกันแล้วว่า ไม่มีจุกหูฟังแถมให้เหรอ ? มีสิครับ มันซ่อนอยู่ในเคสนี่แหละ ! ( ฮ่า ๆ ) จุกหูฟังที่แถมมาให้กับหูฟัง Kinera H3 นั้น มีด้วยกันทั้งหมด 3 ไซส์ ( S , M , L ) สามารถเลือกให้เหมาะกับใบหูของเราได้เลยครับ การถอดเปลี่ยนก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกันครับ




พูดเรื่องแพ็คเกจกันไปเยอะแล้ว เรามาดูกันที่ตัวหูฟังกันบ้างดีกว่าครับ เจ้าหูฟัง Kinera H3 เป็นหูฟังแบบ UIEM ( Universal In Ear Monitor ) ซึ่งให้ความรู้สึกในการใส่เหมือนกับ CIEM เลยก็ว่าได้ครับ บอดี้ของเจ้า Kinera H3 ได้ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา และสวมใส่พอดีหูมากขึ้นครับ ลักษณะในการสวมใส่จะเป็นการใส่ตัวบอดี้เข้าไปในใบหู แล้วนำตัวสายพาดด้านหลังใบหูครับ ช่วยให้มีความกระชับมากขึ้น ไม่หลุดร่วงระหว่างที่ใส่เดินไปไหนมาไหนง่ายอีกด้วยนะครับ 


​ด้านนอกของหูฟังจะเป็นสีดำทึบให้ความรู้สึกเข้มขรึม และถูกตัดด้วยตัวอักษรสีทองเป็นชื่อของแบรนด์ Kinera นั่นเองครับ และด้านข้างของตัวหูฟังจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ ดำ แดง น้ำเงิน และยังเป็นสีแบบ Translucent หรือก็คือสีโปรงแสงนั่นเอง ทำให้เราสามารถมองเห็นไดร์เวอร์ต่าง ๆ ในตัวของ Kinera H3 อีกด้วยครับ ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะกับความชอบของแต่ละท่านได้เลยครับ
 

เจ้า Kinera H3 มาพร้อมกับสายที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยนะครับ ซึ่งสายแบบเดิม ๆ ที่มาพร้อมกับเจ้า Kinera H3 จะเป็นสายแบบ 2 Pin ถัก 4 สีเงินครับ หากสายหูฟังมีปัญหาก็สามารถหาสายที่มีขั้ว 2 Pin มาใช้แทนกันได้ หรือจะใช้เป็นสายอัพเกรดจากแบรนด์ต่าง ๆ มาเพิ่มพลังเสียงของเจ้า Kinera H3 ก็ได้เช่นกันครับ

 




หัวแจ็คของเจ้า Kinera H3 เป็นแบบ Golden Plated ขนาด 3.5mm ครับ สามารถใช้กับอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปได้เลยครับผม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือไปจนถึง DAP เครื่องใหญ่ ๆ ก็สามารถใช้ร่วมกันได้เช่นกันครับ ขนาดหัวแจ็คมีขนาดที่ใหญ่พอสมควรครับ บอกได้เลยว่าทั้งสวยงามและโดดเด่นอย่างมากเลยครับผม


 


ตัวสายของเจ้าหูฟัง Kinera H3 มีที่สำหรับรวบสายมาให้อีกด้วยนะครับ ช่วยให้การเก็บหูฟังสะดวกสบายยิ่งขึ้น หลังจากที่เราพันสายหูฟังแล้ว เราสามารถนำที่รวบสายมามัดไว้ได้เลยครับ

 

มาถึงช่วงที่ทุก ๆ ท่านรอคอยกันแล้วครับ เรามาพูดกันถึงเรื่องเสียงของเจ้าหูฟัง Kinera H3 กันดีกว่าครับ เจ้า Kinera H3 ใช้ไดร์เวอร์แบบ Hybrid 3 ไดร์เวอร์ หรือก็คือใช้ไดร์เวอร์ Dynamic 1 ตัว ผสมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature อีก 2 ตัวครับ ซุ่มเสียงที่ออกมาเลยมีความไบรท์ กว้าง และฟังสบายอีกด้วยครับ คำพูดแรกหลังจากที่ได้ลองฟังเจ้า KInera H3 ของผมคือ “ โห! ” ซึ่ง Kinera H3 ได้สร้างความประทับใจให้ผมมากอยู่พอสมควรเลยทีเดียวครับ  โดยที่เพลงที่ผมใช้ทดสอบเสียงของเจ้า Kinera H3 นั้น เป็นเพลงที่ผมฟังในชีวิตประจำวันระหว่างการเดินทางไปไหนมาไหนครับ อย่ารอช้ากันเลยครับ เรามาดูในเรื่องเสียงของเจ้า Kinera H3 กันเลยดีกว่า !!

 

 


 

Nothin’ On You – B.o.B feat. Bruno Mars
 


เปิดมาก็เป็นเพลง Pop เน้นจังหวะกันเลยทีเดียวครับผม เพลงนี้เป็นเพลงของแรปเปอร์ชาวอเมริกัน B.o.B ที่ได้นักร้องเสียงดีระดับ 24K มาร่วมแจมด้วยครับ เขาก็คือ Bruno Mars นั่นเอง เสียงที่ออกมาจาก Kinera H3 บอกเลยว่าฟังสนุกมากครับ เสียงเบสมีความกระชับครับ อิมแพคของเบสกำลังดี แต่มีมวลให้เราได้สัมผัสด้วย ไม่จางจนเกินไป ต้องขอบคุณพลังของไดร์เวอร์ Dynamic เลยครับ ที่ทำให้เบสของเจ้า Kinera H3 มีรสชาติมากขึ้น ประกอบกับเสียงกลางที่มีความคมชัด เสียงร้องสดใส โทนเสียงออกไบรท์ ๆ สว่าง ๆ โดดเด่นขึ้นมาจากเครื่องดนตรี และยังมีเสียงแหลมที่มีเสน่ห์ เก็บรายละเอียดได้ดีอีกด้วยครับ เป็นเสียงแหลมที่แหลมกำลังดี และยังเก็บรายละเอียดได้ดีอีกด้วยนะครับ

Imagine – Bolbbalgan 4
 


แอบมาฟังเพลงอัลบัมใหม่ของวงที่ผมชอบบ้างดีกว่าครับ ฮ่า ๆ เพลงนี้เป็นเพลงแนว Acoustic Pop ใส ๆ จากนักร้องเสียงเพราะ จียองและเสียงกีตาร์เพราะๆ จากจียุน วง Bolbbalgan 4 ครับ เมื่อนำมาฟังกับเจ้า KInera H3 แล้วยิ่งทำให้เสียงร้องมีสเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีกครับ คำร้องมีความชัดเจน มีความคมชัด ปลายเสียงโรยตัวได้แบบพอดี ๆ เสียงกีตาร์มีความโดดเด่นไม่แพ้กันเลยครับ การแยกเสียงด้านซ้ายขวาทำได้อย่างชัดเจน การจับตำแหน่งของเครื่องดนตรีชิ้นเล็ก ๆ มีความละเอียดมากครับ เสียงเบสมีอิมแพคแบบพอประมาณ หัวโน้ตของเบสมีความชัด มวลของเบสมีความกระชับ เบสไม่ลูกใหญ่จนบวมเบลอ หรือกลบเสียงย่านอื่นครับ โดยรวมแล้วเสียงมีความไบรท์ โปร่ง สะอาดสดใสมาก ๆ ครับ

 


 

My Girl – The Temptations
 


ย้อนวัยไปปี 1964 กันบ้างดีกว่าครับ อีกหนึ่งเพลงแนว Soul ที่คุ้นหูกันดี เพลง My Girl นั่นเองครับ เสียงร้องนี่โดดเด่นมาเลยทีเดียวครับ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเครื่องดนตรีต่าง ๆ อย่างพอดี ๆ เสียงเครื่องสายมีความชัดเจน มีมิติดี เสียงเบสเอนไปเบื้องหลังเล็กน้อย แต่ก็ยังมีมวลให้จับต้องได้ ทำให้ไม่รู้สึกขาดอะไรไปแต่อย่างใดครับ

รอยยิ้ม – Scrubb
 


มาฟังเพลงแนว Rock Pop กันบ้างดีกว่าครับ เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่หลาย ๆ ท่านคงรู้จักกันดีครับ เพลงรอยยิ้มของวง Scrubb นั่นเอง เสียงที่ออกมาจากเจ้าหูฟัง Kinera H3 อย่างแรกที่ผมชอบคือการเก็บรายละเอียดของเสียงแหลมครับ เสียงฉาบ สแนร์มีความโดดเด่นขึ้นมา และสามารถจับตำแหน่งได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ประกอบกับซาวด์กีตาร์ที่อยู่ด้านซ้ายที่มีอิมแพคแบบกำลังพอเหมาะ ไม่จาง ไม่เบลออีกด้วย เสียงเบสอาจจะอยู่เป็นแบคกราวด์มากกว่า แต่ก็โอบล้อมเครื่องดนตรีชิ้นต่าง ๆ ได้อย่างดี มีมวลที่สัมผัสได้ ไม่บางจนแห้งด้วยครับ



สรุป

เป็นหูฟัง UIEM แบบ Hybrid Driver ( 1 Dynamic + 2 Balanced Armature ) ราคาไม่สูงมากแต่คุ้มค่าน่าเล่นมาก ๆ ครับ สำหรับผู้ที่ชอบเสียงโปร่ง สะอาด โทนเสียงสว่างสดใส เก็บรายละเอียดดี เบสกระชับ ขนาดมวลกำลังพอเหมาะ ไม่น้อยไม่มากจนเกินไป เวทีเสียงกว้างกำลังดี เสียงร้องคมชัด เก็บรายละเอียดดนตรีดี ฟังเพลงได้หลากหลายแนวตั้งแต่ Rock Hiphop Pop ไปจนถึง R&B Acoustic อย่ามองข้ามเจ้า Kinera H3 ไปเชียวนะครับ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับขั้ว 2 Pin ที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ด้วย สามารถนำสายอัพเกรดต่าง ๆ มาเพิ่มพลังให้กับเจ้า Kinera H3 ให้เป็นไปในทางที่เราชอบได้มากขึ้นด้วยครับ วัสดุมีความสวยงาม ดูดี มีเสน่ห์ น้ำหนักเบา ไม่ใหญ่เทอะทะ และยังมีให้เลือกกันถึง 3 สีอีกด้วยครับ ในตัวกล่องมีอุปกรณ์เสริมให้ครบครัน รวมถึงมีเคสสำหรับเก็บเจ้า Kinera H3 มาให้อีกด้วยครับ นับว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งตัวที่คุ้มค่ากับราคาที่ไม่สูงเกินไปอีกด้วยครับ สำหรับใครที่สนใจอยากทดลองฟังพลังเสียงของเจ้าหูฟัง Kinera H3 สามารถเข้ามาทดลองฟังได้เลยครับที่ร้านหูฟังมั่นคงแก็ดเจ็ททุกสาขาเลยครับ สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลากันไปก่อน แล้วพบกันที่ร้านหูฟังมั่นคงแก็ดเจ็ทนะครับ สวัสดีครับผม

 



 

 

 

 

บทความโดย :  พูน / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 5 ต.ค. 2560



 



สินค้าที่เกี่ยวข้อง