มั่นคง munkonggadget

รีวิวเปรียบเทียบ : Effect Audio Freyja กับ Labkable Titan

 

 

สวัสดีครับ ในหลายบทความที่ผ่านมากระผมได้เขียนถึงหูฟังแบบ Custom in Ear มาโดยตลอด คราวนี้ขอเปลี่ยนแนวมาเขียน เรื่องสายอัพเกรดบ้างครับ  เพราะจริง ๆ เริ่มหมดมุขเรื่อง  Ciem  แล้วล่ะครับผม  ฮ่าๆๆ  วันนี้สายที่กระผมจะกล่าวถึงเป็นสายระดับ  Hi-End  ทั้งสองเส้นที่มีตัวนำทองคำ เป็นส่วนประกอบครับผม ซึ่งก็มีสาย Freyja จาก Effect Audio ที่เป็นตัวต่อยอดจาก  Heracles  และ สาย Titan จาก Labkable ที่เป็นตัวต่อยอดจาก Pandora ล่ะครับผม จะเป็นยังไงมาอ่านกันเลยครับ 

 
 

Effect Audio Freyja ราคา 79,900 บาท


 

สำหรับสาย Freyja นั้นเป็นสายตัว Top สุดจากแบรนด์ Effect Audio  เวลานี้เลยครับซ้ำยังเป็นรุ่น Limited มีจำหน่ายและสั่งจองได้เพียง20 เส้นเท่านั้น และพิเศษยิ่งไปกว่านั้นคือสาย อัพเกรด รุนพิเศษนี้ มีจำหน่ายแค่ในประเทศไทยเท่านั้นด้วยครับผม โดยเป็นความตั้งใจจากทาง Effect Audioเองที่ตั้งใจให้สายรุ่นพิเศษ "FREYJA" เส้นนี้เป็นรุ่นพิเศษ Limited Thailand อย่างที่เคยทำมาแล้วในหลายประเทศนั่นเองครับผม

 



โดยแพคเกจนั้นจะเป็นกล่องไม้ แกะสลักโลโก้ของรุ่นไว้อย่างสวยงาม ดูพรีเมี่ยมมากๆครับผม




 

พอเปิดเข้ามาภายในจะเห็นการ์ดสลักตัวเลข S/N  อย่างที่เห็นในภาพนี่เป็นหมายเลข 13 นั่นเองครับผม 





 

โดยตัวสายจะอยู่ข้างในกล่องสีขาวที่มีโลโก้ของแบรนด์ Effect Audio ติดอยู่ครับ

 

มาต่อด้วยเรื่องของเสียงกันเลยครับ
 
จุดเด่นที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกฟังเลยคือ ความแม่นยำและความนิ่งในการโฟกัสตำแหน่งของชิ้นดนตรีต่างๆ และยังโดดเด่นในเรื่องเวทีเสียงที่กว้างขวางโอ่อ่า ทำให้บรรยากาศในการฟังไม่อุดอู้อึดอัด จะเป็นความรู้สึกที่โปร่ง โล่งสบาย สามารถมองเห็นช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีต่างๆได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่งแม้แต่นิดเดียวครับผม

 
เสียงย่านสูงคงต้องบอกเลยว่าน่าจะเป็น Signature ของแบรนด์ล่ะครับ สำหรับสายที่ใช้ทองเป็นส่วนผสมของตัวนำหลัก ปลายแหลมจะชัดขึ้นขอบ มีประกาย ไร้สากเสี้ยน แต่สิ่งที่ดูจะโดดเด่นที่ผมได้กล่าวไว้ว่า เป็นหมัดเด็ดหรือ Signature ของแบรนด์นั้นก็คือ เสียงปลายแหลมไม่มีความบาดหูเลยแม้แต่น้อยครับผม กลับให้บุคลิคที่สุขุมนุ่มลึก สมู้ทและให้เนื้อเสียงที่ต่อเนื่องแบบไม่มีขาดตอนเนียนสนิทไร้รอยต่อ แต่ไม่ได้เนียนจนขาดรายละเอียดสาย Freyja ยังสามารถถ่ายทอดรายละเอียดของปลายเสียงต่างๆออกมาได้ครบถ้วนไปถึงระดับ Micro Detail ก็มิอาจหลบซ่อนได้ครับผม ซึ่งสายทั่วไปที่มห้รายละเอียดระดับนี้อาจจะมีอาการจิกหูบ้างเล็กน้อย แต่สำหรับ Freyja ไม่มีอาการแบบนั้นเกิดขึ้นเลยครับผม

 

 

 


เสียงกลางหรือเสียงร้องนั้น มาพูดถึงเรื่องตำแหน่งของเสียงร้องก่อนครับ ขอกล่าวถึงหูฟังที่ผู้เขียนใช้เป็นประจำก่อนครับ ผู้เขียนใช้หูฟังแบบคัสต้อมรุ่น Cosmic Ears CE6P ซึ่งเป็นตัวที่ปกติให้ตำแหน่งของเสียงร้องที่ดีอยู่แล้ว กล่าวคือ เขยิบมาข้างหน้าวงเล็กน้อย ไม่มีอาการกวนกับชิ้นดนตรี แต่พอใส่สาย Freyja เข้าไปแล้วกลับให้มิติที่แตกต่างออกไปชัดเจนครับ ตำแหน่งของเสียงร้องนั้น เรียกได้เลยส่าหลุดออกมาจากวงค่อนข้างชัด เรียกได้ว่าดึงความเด่นของเสียงร้องออกมามากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ไปบดบังชิ้นดนตรีอื่นๆครับ บุคลิคของเสียงร้องจะละม้ายคล้ายคลึงกับเสียงย่านสูงเลยครับ คือสามารถถ่ายทอดเสียงร้องออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำแต่ไม่คมบาดจิกหู เนื้อเสียงมีความต่อเนื่อง มีน้ำหนัก และมีหางเสียงทอดยาวไปจนสุด เสียงเอื้อน 



ในส่วนของเสียงเบสนั้น Freyja จะให้เบสลูกขนาดกลาง เก็บตัวเร็ว แรงปะทะปานกลางครับถือว่าไม่ได้หนักมาก แต่ก็ไม่ได้เบาจนขาดอรรถรสของอิมแพคเบสไปครับ ข้อที่ดูจะเด่นจริงๆในย่านเบสคื เรื่องของตำแหน่งของเสียงเบสครั เบสที่สายเส้นนี้ถ่ายทอดออกมานั้นอยู่ในตำแหน่งที่ลึกมาก และมีขอบเขตุที่ชัดเจนมากๆรับรองได้ส่าไม่ไปกวนย่านอื่นแน่นอนครับผม



โดยภาพรวมแล้วสาย Freyja จาก Effect Audio เส้นนี้จะมีบุคลิคที่เอนเอียงไปทางสว่างครับ คือให้บรรยากาศของการฟังที่สะอาดเคลียร์ใส แต่ไม่ขาดมวลของเนื้อเสียง เนื้อเสียงนั้นมีน้ำหนักในตัวเอง ไม่ได้บางกรอบเบาหวิวจนจับต้องไม่ได้ล่ะครับผม 

 


 

อย่างที่กล่าวไว้ในย่อหน้าแรกนะครับว่า สาย Freyja นั้นเป็นสาย Limited มีเพียง 20 เส้นในโลกเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้  (13 / 08 / 2017)  เหลือเพียง  9  เส้นแล้วนะครับ โดยหมายเลขที่ยังเลือกซื้อจับจองได้นั้นจะมีหมายเลข 4 , 5 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 18 , 20  นั่นเองครับผม และสามารถออเดอร์แบบ Be spoke ได้ คือสามารถเลือกขั้ว และ ขนาดของแจ๊คได้นั่นเองครับผม


 

สำหรับราคาของFreyja นั้นจะอยู่ 79,900 บาท สำหรับขั้ว 2 pin  /  81,900 บาท สำหรับ ขั้ว 4pin ของ JH ครับผม

 


 

Labkable Titan ราคา 92,000 บาท


สาย Titan จากแบรนด์ Labkable นั่นเองครับผม โดยลักษณะภายนอกของสายเส้นนี้  ต้องบอกเลยว่าดูโดดเด่นเหลืองอร่ามสวยงามมากโดยภายในจะใช้ตัวนำเป็นเงินชุบทองที่ความบริสุทธิ  7NOCC  ถัก 10 เส้นครับ ตรงบริเวณ Cabel Stopper  ทำด้วยอลูมีเนียมแกะสลักชื่อแบรนด์ด้วยกรรมวิธี  CNC  ประดับด้วย คริสตัล  Swarovski ซึ่งขับความหรูเลอค่าขึ้นไปอีกครับผม 

 



สำหรับแพคเกจนั้นเป็นกล่องลายเคฟลาห์ ดูเรียบหรูครับ



ภายในบุด้วยกำมะหยี่ มีซองผ้าที่ทำด้วยกำมะหยี่ อยู่ในแพคเกจ



จุดเด่น จุดแรกที่สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่แรกฟังเลยคือ  อิมเมจหรือขนาดของชิ้นดนตรีครับ จะสัมผัสได้ว่าเมื่อใส่สาย  Titan เข้าไป อิมเมจนั้นใหญ่ขึ้นจนจับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน  แต่ไม่ได้ใหญ่หนาจนรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดหรืออึดอัดแต่ประการใดครับ กลับให้บรรยากาศของเสียงที่โปร่ เคลียร์สะอาด เพราะนอกจากขนาดของชิ้นดนตรีจะใหญ่ขึ้นแล้ว เวทีเสียงยังขยับขยายทั้งด้านกว้างและด้านลึกออกไปอีกด้วยซึ่งจะช่วยขับในส่วนของมิติให้โอบล้อมตัวผู้ฟังอย่างเห็นได้ชัด   และยังโดดเด่นในเรื่องของโฟกัส เจ้าสาย Titan นั้นให้โฟกัสที่นิ่งมากๆ พื้นหลังสงัดเงียบดำสนิท ชิ้นดนตรีต่างๆสามารถแสดงตัวออกมาได้อย่างชัดเจน สามารถแยกแยะแจกแจงตำแหน่งของชิ้นดนตรีได้อย่างเฉียบขาดไม่มีอาการรวน หรือ ซ้อนทับกันแม้แต่น้อย



ในส่วนของเสียงร้องนั้นจะขยับเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อยครับ เป็นเสียงร้องที่หนานุ่ม ติดหวาน และมีความกังวาน มีพลังแต่ไม่ได้เป็นเสียงร้องที่รุกเร้ามากนักครับ แต่เป็นเสียงร้องที่อยู่ในวอร์มโทน ฟังได้สบายนุ่มหู และลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ในส่วนของเสียงย่านสูงนั้นมีประกายแต่พองาม เป็นเสียงแหลมที่สมู้ทลื่นไหล ไม่มีการบู้ทให้คมจัดจนจิกหู ปลายเสียงนั้นพริ้วไหวทอดตัวได้สุดเสียงไม่มีอาการด้วนกุดหายไป

 

ในส่วนของย่านเบสนั้นก็จะละเลยไม่พูดถึงไม่ได้เลยครับ เบสนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่และมีมวลแน่นขึ้นและเก็บตัวได้ดีมีขอบเขตุชัดเจนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่ได้อวบขึ้นจนท่วมทับลายละเอียดเสียงในย่านอื่นๆล่ะครับผม

 

 

สำหรับแบรนด์ Labkable ก็สามารถสั่งขั้วที่ใช้ต่อกับหูฟัง และขนาดแจ๊คได้เช่นเดียวกันกับ Effect Audio ครับผม
 


 

เปรียบเทียบ 

 

ผู้เขียนต้องขออกตัวก่อนเลยครับว่า จริงๆแล้วสายทั้งสองเส้นนับเป็นสายอัพเกรดระดับ Hi-End ทั้งคู่ ซึ่งสามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้ยอดเยี่ยม และยังให้มิติที่โอบล้อม เวทีเสียงกว้างขวางไม่มีอาการอุดอู้ แต่มีจุดต่างที่บุคลิคบางจุดของเสียงนั่นเองครับผม


 

จุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ เรื่องของเสียงร้อง นั่นเองครับผม 

 

Freyja จะให้เสียงร้องที่มีความกระจ่าง คมชัดกว่าและแสดงตำแหน่งของเสียงร้องได้ชัดเจนกว่า ในขณะที่ Titan จะให้เสียงร้องที่อิ่มฉ่ำ สมู้ทและ หวานกว่าสาย Freyja เล็กน้อยครับ
 

 

และอีกจุดนึงคือเสียงย่านเบสครั เบสของ Titan จะเป็นเบสลูกใหญ่มีมวลหนาและมีสปีดที่ช้ากว่า Freyja ในขณะที่ Freyja เบสจะลูกเล็กกว่า มีแรงปะทะที่แรงกว่า เก็บตัวเร็วกว่าและมีขอบที่ชัดกว่าครับผม
 

 

ในส่วนของเสียงย่านสูง ลักษณะความแตกต่างจะคล้ายๆกับเสียงร้องครับ กล่าวคือตัว Freyja จะให้บรรยากาศของเสียงแหลมที่เคลียร์ และถ่ายทอดประกายเสียงได้ชัดกว่ Titan ในขณะที่ Titan จะให้เสียงแหลมที่มีบุคลิคค่อนข้างสุขุมนุ่มลึก เน้นไปทางลื่นไหลมากกว่าครับผม

 

 

กล่าวทิ้งท้ายสักนิดครับว่า สายอัพเกรดแต่ละเส้นมีบุคลิคเสียงเป็นของตัวเองเช่นเดียวกับหูฟังและลำโพง และแต่ละตัวมีดีแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลครั ในช่วงระดับราคาใกล้เคียงกันผู้เขียนคิดว่าไม่มีสายอัพเกรดไหนด้อยกว่าสายไหนเลยครับเพียงแต่มันให้เสียงที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อล่ะครับ ว่าชอบแนวเสียงแบบไหนล่ะครับผม

 

 

 

 

 

 



เขียนโดย : ภู สยามพารากอน เขียนเมื่อ : 7 ก.ย. 2560

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง