มั่นคง munkonggadget

รีวิว Hifiman RE2000 แบบบ้านๆ (พระกาฬทอง 24K)

 

สวัสดีพี่ๆน้องๆ Music Lover ทุกท่าน
วันนี้นายแชมป์ขอมารีวิว Hifiman RE2000 แบบบ้านๆครับ
 

เริ่ม

เรื่องด้วยอาจารย์ของผม ท่านเล็ง RE2000 มานานแล้วตั้งแต่เปิดตัว แต่ยังจดๆจ้องๆว่ายังไงดีๆ ผมจึงทำหน้าที่ แม่สื่อแชทถามแนวเสียงกับคุณหลุยส์เป็นระยะ ถามส่วนลดบ้างอะไรบ้าง ถามแล้วยังไม่เอา......แต่พอจะเอา ก็ไม่ถามซักคำ โอนเลย 555555

และโอกาศดีของผมก็มาถึง เมื่ออาจารย์โอนเงินแล้วบอกว่า แชมป์ลง กทม. ก็ไปหิ้วมาทีนะ แล้วแกะฟังได้เลย เขียนรีวิวด้วย เลยก็ดี เพราะยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง

ทั้งนี้รีวิวนี้ก็ยังบ้านๆเหมือนเดิมนะครับ อาจจะบ้านกว่าเดิมเพราะผมเป็นแฟน Full Size มากกว่า ส่วน IEM นั้นเคยลองฟัง ตัวเทพๆมาบ้าง แต่ลองที่เรือธง คราวละหลายๆตัว แบบหูลายตาลาย มึนงง เบลอๆ ลองเยอะ จำอะไรไม่ค่อยได้ จึงไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่อง IEM เท่าไหร่ อาจจะไม่ได้เทียบกับสินค้าในระดับเดียวกัน (เพราะตอนลองเพื่อรีวิว ในมือมีแค่ W4R) คงจะเป็นเพียงเล่าความประทับใจ และแนวเสียงคร่าวๆเท่านั้น ผู้ที่คร่ำหวอดกับ IEM มามากมายหลายรุ่นอาจไม่ได้ประโยชน์กับรีวิวนี้เท่าไหร่

 

ที่กล่องชั้นนอกก็มี Spec บอกไว้ด้วย
    Impedance     : 60 Ohm
    Sensitivity     : 103 dB

ตอนนี้ของอยู่ในมือผมแล้ว เริ่มด้วยรูปกล่องชั้นนอกครับหน้าตาเรียบๆ ทำหน้าที่ปกป้องกล่องชั้นในซึ่งหน้าตาสวยงามทีเดียว


Impedance ผมไม่ค่อยห่วง 60 Ohm ปกติ DAP ทั่วๆไปขับได้สบาย แต่ Sensitivity 103 DB นี่ ถือว่าต่ำอยู่พอสมควร...... แบบนี้มันจะขับยากไหมนะ? รอดูกันต่อไป อิๆ
 

เริ่ม Unbox กันเลย........บรรจงกรีดคัทเตอร์อย่างเบามือและเปิดกล่องชั้นนอกออก ก็เจอกล่องด้านในครับ พร้อมซองกันชื้น ที่เหมือนบอกเป็นนัยว่า หลังจากซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้ว ท่านจะได้แกะซองหน้าตาและขนาดใกล้เคียงแบบนี้บ่อยๆ...... ซองเครื่องปรุงมาม่านั่นเอง 55555555

 

หน้าตากล่องด้านในครับ สวยงามทีเดียว
 

 

สไลด์ตัวกล่องกระดาษออก ก็จะเจอกับกล่องบุหนัง หน้าตาสวยงาม สไตล์คล้ายๆกับกล่อง HE1000 ครับ แต่คนละทรงและเล็กกว่า

 

 

 


“Innovating the Art of Listening.”
 

^เปิดกล่อง ก็จะเจอหูฟังอยู่ในเคสกลมสีดำด้านซ้าย กล่องใส่สาย ซึ่งเป็นสายแบบ 2 Pin ด้านขวาเป็น กล่องใส่จุกยาง
 
^อุปกรณ์ทั้งหมด ที่ให้มาครับ
 

 

^มี Ear Hook กับ Comply Foam 2 คู่ครับ

 
^จุกยางขอติว่าให้น้อยไปนิดครับสำหรับสินค้าระดับนี้ ราคาแบบนี้ (79,900 บาท) แทนที่จะมีจุกแบบต่างๆทุกขนาด S, M, L ปรากฏว่ามี M เพียงอย่างเดียว ยกเว้นจุก 3 ชั้น จะมี M กับ L

 

 

 

จุกยางประกอบไปด้วย

- จุก 2 ชั้น รูเล็ก สีเทา Size M (ที่ใส่อยู่กับหูฟัง)
- จุก 2 ชั้น รูใหญ่ สีดำ
- จุกชั้นเดียว สีดำ Size M
- จุก 3 ชั้น Size M
- จุก 3 ชั้น Size L

ผมลองแล้วทั้งหมด สำหรับตัวผมเองพบว่า จุก 3 ชั้น ใส่ยาก ลำบาก จึงไม่ได้ลองฟัง, จุก 2 ชั้นสีเทา นั้นเบสน้อยครับ ส่วน 2 ชั้นสีดำรูใหญ่นั่นเบสหายไปเลย จุกที่ใช้งานได้ดีคือ "จุกชั้นเดียว สีดำ Size M" แต่หากมี Spin Fit น่าจะดีที่สุด

 

 

 

เสียดายที่บ้านมีแต่ Spin Fit รูเล็ก ใส่ไม่ได้ เลยไม่ได้ลอง 555 ......ส่วน Comply Foam เปลี่ยนโทนเสียงไปทาง Warm หนา เสียงทึบขึ้นเล็กน้อย และลดประกายแหลม ซึ่งปกติผมไม่ชอบเท่าไหร่ (แต่ใช้จูนเสียงได้ดีสำหรับท่านที่ชอบโทนเสียง Warm หรือมี DAP ที่เสียงสดสว่างอยู่แล้วอยากลดความจัดจ้านของประกายแหลม)

 

 

 

 

 

"ตัวหูฟังอยู่ในเคสกลม หน้าตาดีมาก Housing เป็น ทองเหลือง เคลือบด้วยทอง 24K ครับ"

 

 

 

 

 

 

สายเป็น ทองแดงเคลือบเงินครับ (Silver Coated, Crystalline Copper) แจ๊คงอขนาด 3.5 และขั้วเป็นแบบ 2 pin ขนาดสายค่อนข้างใหญ่ ตัวสายหน้าตาดูธรรมดา ไม่ไฮโซ อะไรแต่ใช้งานได้ดี น้ำหนักไม่มากจนเกินไป สายนิ่มดี ไม่แข็ง ไม่เด้ง ไม่มีอาการ Euhonic หรือเสียงกรอบแกรบ รบกวน เวลาเดินไปฟังไปแล้วสายแกว่งไปแกว่งมากระทบ เสื้อครับ

 

จุด Split สาย มีตัวล็อคสีทองเขียนว่า Hifiman สวยงามดี ครับ และมีวงแหวนเลื่อนสำหรับปลับล็อคเพิ่มความกระชับ สำหรับท่านที่ชอบล็อคสายไว้กับคาง (กรณีสายอยู่ด้านหน้า ตามปกติ) หรือล็อคกับท้ายทอย (กรณีคล้องสายผ่าน ด้านหลัง)

 

 

 

ขั้ว 2 pin ครับ แปลว่าท่านที่อยากอัพสาย ก็สามารถทำได้โดยง่าย อิๆ

 

แจ๊คงอรูปตัว L ขนาด 3.5 แบบชัดๆ ใช้งานสะดวกดีครับ สำหรับการพกพาใส่กางเกง ไม่ต้องกลัวสายหักในบริเวณขั้ว แบบแจ๊คตรง

 

 

 



มีอะไหล่ขั้ว 2 pin มาให้ด้วยครับ 1 คู่

สัญลักษณ์ R, L แต่ที่ตัวหูฟังไม่มีสัญลักษณ์อะไรนะครับ ผมพลิกไปพลิกมาหลายรอบหาไม่เจอ

แต่ด้วยความคุ้มเคยกับ In Ear ดูหน้าตาก็พอรู้ว่าด้านไหนขวา ด้านไหนซ้าย

 

 

 

 

 


 

มาดูสาแหรก IEM ของ Hifiman ในคู่มือครับ เยอะทีเดียว ผมไม่รู้ว่าเยอะขนาดนี้เพราะปกติ ตามแต่ Full Size

เริ่มต้นที่ตัวแรกสุด คือ RE2 แต่ตัวที่สร้างชื่อ ที่สุดของ Dr. Fang Bian คงเป็น RE400 ทั้งเรื่องเสียงและเรื่องสายห่วย 555555

 


 

 

 

 

 

Hifiman RE2000 นั้น ทาง Dr. Fang Bian แจ้งว่าได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่คิดค้นขึ้นเอง เรียกว่า Topology Driver

ซึ่งเป็น Single Dynamic Driver ขนาด 9.2 mm. เคลือบด้วยสาร (นาโนเทคโนโลยี) หลายชนิด ที่มีคุณสมับัติต่างกัน ด้วยรูปทรงต่างกัน ดังภาพเห็นว่าน่าจะมี Nano Particle ทั้งหมด 6 ชนิด เคลือบอยู่บน Diaphragm ด้วยรูปทรงไม่เหมือนกันทั้ง 6 แบบ เพื่อให้มีการควบคุมการขยับของ Diaphragm ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด หวังผลทาง Acoustic ที่ดีเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

โดยทาง Dr. Fang Bian กล่าวว่า BA Driver นั้น ต้องอาศัยการสะท้อนของคลื่นเสียง ทำให้เกิด Distortion ได้ง่าย หากไม่มีการออกแบบที่ดีพอ ส่วน Dynamic Driver ธรรมดานั้น ควบคุมการสั่นของ Diapragm ให้นิ่งตามต้องการได้ยาก เกิด Distortion ได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น Topology Driver ที่คิดค้นมาใหม่นั้นลดการเกิด Distortion เป็น Driver ที่มีความแม่นยำสูงสุด "Trend Toward Perfect Wave Control" กันเลยทีเดียว

 


ตัว Housing หูฟังนั้น ขณะออกแบบ ได้คิดถึงโลหะ 3 ตัวคือ Bronze (ทองสัมฤทธิ์), Copper (ทองแดง), ฺBrass (ทองเหลือง) Bronze นั้นแข็งเกินไป ส่วน Copper นั้นอ่อนเกินไป สุดท้ายจึงเลือก Brass เป็น Housing และเคลือบด้วยทอง 24K สวยงามมากกกก

ตัวหูฟังมีน้ำหนัก 13.8 กรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างหนักทีเดียว (หนักกว่า W4R แต่ยังเบากว่า Layla) มีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก (ใหญ่กว่า W4R แต่ยังเล็กกว่า Layla มาก) สายค่อนข้างใหญ่ หนัก 23 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นสายที่ไม่หนักครับ
 

 

 

การสวมใส่ในคู่มือแจ้งว่าใส่ได้ทั้ง 2 แบบ คือสวมตรง หรือคล้องหู

แต่จากการลองสวมใส่พบว่าเนื่องด้วยน้ำหนักหูฟังค่อนข้างมาก (เป็นทองเหลืองอะเนาะ) การสวมแบบตรงๆ ไม่ค่อยโอเค เพราะหูฟังจะหลุดง่ายด้วยน้ำหนักของมัน สวมใส่แบบคล้องหู ให้ความรู้สึกมั่นคง และเข้า Sweet Spot ดีกว่าครับ

รีวิวต่อกันเลยครับ.....กับจุกยางเดิมๆนี่แหละ เพราะ Spin Fit นั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Hifiman ถ้าลองแล้วมีอะไรเพิ่มเติม ค่อยมาอัพเดทดีกว่า (เพื่อนๆหลายท่านบอกว่า อย่าเว้นนาน อารมณ์ค้าง 555) หลังมาๆ ไม่ว่าจะลอง  IEM ตัวไหน ผมต้องขอ Spin Fit ตลอดเลย คหสต. จุกเดิมไม่โอเคซักยี่ห้อเลยครับ  บางบ้าง เบสไม่มาบ้าง แหลมบาดหูบ้าง ติด Spin Fit  ซะงั้น 5555

 

 

 

การสวมใส่

ยังไม่สวมหูนะครับ เอาจุกยางมาประกอบร่างก่อน ท่อนำของ RE2000 นั้นค่อนข้างใหญ่ทีเดียว จุกยางทั้ง 3 แบบใส่เข้ากับตัวหูฟังได้ยากกว่า IEM รุ่นอื่นๆพอสมควร และพบปัญหากับการใส่จุก comply Foam คือใส่ค่อนข้างยากมาก กว่าจะยัดให้ประกอบร่างกันได้ ใช้เวลาและความอดทนมากกว่าปกติ  จุกยางสามชั้นไซส์ L ใส่ได้ยากเล็กน้อย  ส่วนจุกยางสามชั้นไซส์ M นั้นรูเล็กมาก ผมลองยัดหลายรอบใส่ไม่ได้เลย  5555

ส่วนการสวมใส่โดยรวมนั้นใส่สบายทีเดียวครับ  แต่รู้สึกว่า Housing ค่อนข้างหนักนิดหน่อย  ใส่แบบคล้องหูเดินไปเดินมา ไม่หลุดนะครับ แต่ถ้าใส่แบบตรงๆ แค่นั่งนิ่งๆก็ไหลออกจากหูตามแรงโน้มถ่วงเลย สวมใส่แล้วตัว Housing ยื่นออกมาจากหูเพียงนิดเดียว ดูสวยงาม มีชาติตระกูลดีครับ เห็นสัญลักษณ์ H ของ Hifiman ชัดเจน (ดูรูปใน คห. 25 ได้)  ตัวสายค่อนข้างใหญ่แต่ไม่หนัก ใช้งานได้ดีครับ

 

เสียง

รีวิวเสียงทั้งหมดอ้างอิงจากจุกชั้นเดียวสีดำนะครับ และอาจมีการเทียบกับ W4R บ้าง ซึ่งเป็นการชกข้ามรุ่น แต่ตอนนี้ในมือ มีตัวเทียบแค่นี้  ตัวราคาใกล้ๆกัน เคยลองที่เรือธง สั้นๆ คงเทียบไม่ถูก

โทนเสียงโดยรวมให้ความเป็นกลางดีมาก อาจจะค่อนมาโทนสว่างเล็กน้อย จุดเด่นที่ชัดมากๆคือ ความโปร่งและความแม่นยำของตำแหน่งชิ้นดนตรีครับ ทุกอย่างแยกตำแหน่งกันชัดเจน ขอย้ำเรื่องการแยกตำแหน่งชิ้นดนตรีว่าทำได้ดี เหนือชั้นมากๆๆๆๆ เคลียร์มาก รวมถึงรายละเอียดก็ดีเยี่ยมมากๆ

เสียงสูง : เสียงสูงเป็นจุดเด่นของ RE2000 เลย ไปได้สุดเสียง ปลายพริ้วมากๆครับ เป็นประกาย แต่ไม่รู้สึกบาดหู ในด้านรายละเอียดทำได้ดีมากๆ สมกับที่ ดร.ฟางเบียนโม้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ Topology Driver ไว้ในคู่มือเลย ทำให้ W4R ที่เด่นเรื่องรายละเอียดในยุคของมันกลายเป็นด้อยไปเลย และปลายแหลมแพ้ RE2000 อย่างชัดเจน ทั้งนี้ผมรู้สึกว่าจุกยางแต่ละตัวที่แถมมารูค่อนข้างใหญ่ อาจจะทำให้ปลายแหลมมากเกินไปสำหรับบางท่าน คิดว่า Spin Fit น่าจะช่วยได้ รวมถึงคนที่ชอบโทน Warm ก็สามารถใช้ Comply Foam ได้ครับ ผมลองแล้ว เสียงอุ่นขึ้น ปลายแหลมจะลดลงพอสมควร

เสียงร้อง : เสียงร้องอิ่มปานกลาง มวลดี แต่ไม่ถึงกับอิ่มหนา เมื่อฟังนักร้องเสียงสูงจะให้ปลายเสียงร้องพริ้วและหวาน แต่ไม่มี Sibilance ให้ได้ยินครับ ตำแหน่งเสียงร้องคล้ายๆ Full size ของ hifiman หลายๆตัว คือไม่หลบ แต่ไม่ FWR จนเด่น ตำแหน่ง ค่อนข้างกลางๆ FWR เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่ผมชอบ เพราะทำให้ฟังเพลงได้หลายแนว ถ้าเทียบ W4R เสียงร้อง W4R จะออก Warm กว่านิดหน่อย (คาดว่าอาจจะเพราะ Spin Fit) แต่เนื้อก็มัวกว่า ความมีตัวตนชัดเจนของเสียงร้อง ความหวาน ความพริ้วสู้ RE2000 ไม่ได้เลย

เสียงต่ำ : เบสไม่ใช่สไตล์ Bass Head แน่ๆ เป็นแนว Audiophile มีเนื้อเบสตามแบบ Dynamic Driver ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมมากๆ มวลใหญ่ปานกลางกำลังดี ลงได้ลึก เบสเก็บตัวค่อนข้างไวครับ ไม่ล้น ไม่กวนย่านอื่น speed โดยรวมค่อนข้างไว ไม่หน่วง  สามารถฟังเพลง Metal เร็วๆได้ด้วย กระเดื่องมีอิมแพคและแยกแต่ละลูกชัดเจน ฟัง EDM อาจจะยังไม่ใช่ทาง แต่ฟังได้ เบสไม่ได้ใหญ่มาก แต่คุณภาพเยี่ยมจริงๆ ฟัง Audiophile ไม่ต้องพูดถึงครับ เคลิ้มแน่นอน ฟินจริงๆ


เวธี : กว้างมากครับ เวธีเปิด โปร่ง ชิ้นดนตรีลอยแยกชัดเจน และโฟกัสนิ่งมากๆ แยกตำแหน่งหน้าหลัง (ด้านลึก) ได้ดีอีกด้วย กลับมาฟัง W4R กลายเป็นเวธีแคบ ชิ้นดนตรีมากองรวมกันเลยทีเดียว

RE2000 ฟังเพลงได้ ค่อนข้าง Over All นะครับ ได้ทุกแนวไม่ว่าจะ Vocal, Jazz, Classic, Pop ทำได้ดีทั้งหมด ส่วน Metal ก็ยังฟังได้ อาจจะมีเพียง EDM ที่ไปได้ไม่สุด แต่ก็ไม่ถึงกับฟังไม่ได้ เพราะผมฟัง ChainsMoker ก็ยังมันส์ดีอยู่ครับ 555

 

สรุป

ข้อดี : สวย, ใส่สบาย, เสียงเป็นกลางคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ รายละเอียดปลายแหลม และตำแหน่งชิ้นดนตรี ความแม่นยำ, เบสคุณภาพดี เหมาะกับ Audiophile โดยแท้

ข้อเสีย : ราคาแพงมาก, น้ำหนักมากไปนิดหน่อย, จุกยางให้มาน้อยไป, สายดูไม่แพง

โทนเสียง : เป็นกลาง ค่อนมาทางสว่างเล็กน้อย (จุกเดิม)

 


จบรีวิวเพียงเท่านี้ ครับ

 

 

- ขอสตังจงสถิตอยู่กับท่าน -

 


 

ภาคเสริม

“RE2000 + จุกยาง Spin Fit”

RE2000 นั้นมีท่อขนาดใหญ่ ใส่จุก spin Fit ก็ไม่ง่ายครับ ต้องใช้ความพยายามพอสมควร ต้องขยับๆยัดๆดันๆ แหม่ ท่อจะใหญ่ไปไหน 55555

หลังจากใส่จุก Spin Fit แล้ว การสวมใส่กระชับขึ้นครับ แน่น  รู้สึกถึงความมั่นคงว่าหูฟังไม่หลุดง่ายๆ และลดความรู้สึกถึงน้ำหนักของหูฟังที่ถ่วงลงตามแรงโน้มถ่วงได้ ใส่ได้สบายขึ้น สามารถใส่ตรงแบบไม่อ้อมหลังหูได้โดยไม่หลุด แต่ก็ยังรู้สึกไม่มั่นคง

เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทุกด้าน โดย เบื้องต้นจะรู้สึกว่าเสียงดังขึ้น (คงเพราะความแนบสนิทกับหูเพิ่มขึ้น) เหมือนเพิ่ม Vol ไปอีก 3-5 ขีด ครับ

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก่อนเลย คือเบสครับ มีมวลเพิ่มมากขึ้นชัดเจนมากๆ ขนาดใหญ่ ลูกโตขึ้น ลงได้ลึก อิ่ม และไม่รู้สึกว่าเป็นหูฟังที่มีเบสน้อยอีกต่อไป ฟังได้สนุกมากขึ้น โทนเสียงโดยรวมตอนนี้เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ค่อนไปทางสว่างอีกแล้ว ด้านเสียงร้องนั้นอิ่มมีมวลมีน้ำมีนวลขึ้นโดยปลายเสียงร้องยังคงพริ้ว เสียงร้องมีการ FWR ขึ้นมาด้านหน้าอีกเล็กน้อย อิมเมจชิ้นดนตรีทั้งหมดใหญ่ หนาขึ้น เวธียังคงกว้างเหมือนเดิม แยกชิ้นดนตรีได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แสงแหลมยังคงไปได้สุดทาง พลิ้ว แต่โทนเสียงโดยรวมเป็นกลางมากขึ้น จึงรู้สึกลดความพุ่งของเสียงสูงลงเล็กน้อย น่าจะถูกใจมหาชนและฟังเพลงได้หลากหลายแนวมากขึ้น ตอนนี้ผมฟัง EDM ได้เป็น EDM แท้ๆแล้ว รวมถึงเสียงโดยรวมดีกว่าการใช้จุก Comply Foam  เพราะจุกโฟมใส่สบายก็จริง โทนเสียงวอร์มขึ้น แต่โดยรวมก็ทำให้ทึบขึ้น ขาด Clarity ซึ่งเป็นจุดเด่นของ RE2000 รวมถึงปลายแหลมก็ลดลงไปด้วย

 

เทียบ AK T8ie (Spin Fit)

AK T8ie นั้นเป็น IEM อีกตัวที่ผมชอบมากๆ ใส่สบายกว่าพอสมควร เพราะขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบา ใส่แล้วบางทีรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่อะไร (แต่เสื้อผ้ายังใส่อยู่นะ 555)  ขับง่ายกว่า (T8ie ผมฟัง Vol 60 ส่วน RE2000 ฟัง vol 73)

ด้านเสียง โทนเสียงโดยรวมให้ความเป็นกลาง (Neutral) เหมือนกัน แต่ T8ie จะวอร์มกว่าเล็กน้อย กลางต่ำอิ่มกว่า เบส T8ie นั้นเด่น มวลใหญ่กว่าและเก็บตัวช้ากว่า เบสนุ่มกว่า หัวเบส RE2000 ชัดกว่า Speed ของ RE2000 จะไวกว่า ความกว้างของเวธีเสียง RE2000 ชนะไปอย่างชัดเจน โปร่งกว่า การแยกชิ้นดนตรีและตำแหน่งชิ้นดนตรี RE2000 ก็ชนะเช่นกัน เพราะทำได้ดีมากๆ รายละเอียด และปลายแหลม RE2000 ก็ชนะอีกเหมือนกัน เสียงร้อง T8ie เนื้ออิ่ม หนากว่า แต่ RE2000 ปลายพลิ้ว หวานกว่า ตำแหน่งเสียงร้องใกล้เคียงกัน

 

 

สรุปสั้นๆว่า RE2000 ใช้กับจุก Spin Fit เถอะครับ......พี่น้องงงงงงงงง

 



       

 

 

 

รีวิวโดย : คุณ champ_korn   เขียนเมื่อ : 10/08/2017

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง