| เปิดเวบเมื่อ |
16/09/2549 |
| ปรับปรุงเวบเมื่อ |
03/02/2555 |
| ผู้ชมทั้งหมด |
|
|
| สินค้าทั้งหมด |
532 |
|
|
|


|
|
|
เอาสาระมาฝากตามสัญญาครับ เรื่องของแบตเตอรี่ lithiun ion [No. 0] พอดีเรื่องที่นึกไว้ยังขี้เกียจพิมพ์อยู่ครับ แต่ไหนๆเฮียก็เปิดส่วนมีสาระให้แล้วเลยฉลองซักหน่อย ด้วยบทความที่ผมเขียนไว้นานแล้วที่เว็ปผมเอง
เป็นเรื่องเกี่ยวกับแบต lithium ion ซึ่งก็คือแบตที่ใช้กันอยู่ในเครื่องเล่น mp3 ทุกตัวครับ(ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น lithium polymer แล้วแต่โครงสร้างและการใช้งานจะไม่ต่างกันมากนัก) ก๊อบมาให้อ่านกันพลางๆระหว่างบทความใหม่ยังไม่เสร็จครับ อิอิ
มารู้จักแบต li-ion กันให้ถึงกึ๋นกันดีกว่า
แบตเตอรี่ Li-Ion นี้จะมีข้อดีดังนี้
1. มีความหนาแน่นของพลังงานสูง แบตเตอรี่ Li-Ion มีความหนาแน่นของพลังงานสูง ซึ่งหมายความว่าในปริมาตรและน้ำหนักที่เท่ากันแบตเตอรี่ Li-Ion จะสามารถเก็บไฟได้ปริมาณที่มากกว่า
2. แรงดันสูง ปรกติแบตเตอรี่ Li-Ionจะให้แรงดัน 3.7V ซึ่งเท่ากับต้องนำแบตเตอรี่ Ni-Cd มาต่อซีรี่กันถึงสามก้อนจึงจะได้แรงดันเท่ากันซึ่งทำให้ การออกแบบบริเวณที่จะบรรจุแบตทำได้ง่ายขึ้นเนื่องจากไม่ต้องทำลังถ่าน
3. เอาท์พุทสูง ให้กระแสและแรงดันมากพอที่จะขับอุปกรณ์เช่น harddisk และ floppydisk ได้ด้วยแบตเพียงก้อนเดียว
4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีการใช้สารที่จะก่อให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อมเช่น ปรอท,แคดเมี่ยม,ตะกั่ว ฯลฯ
5. ไม่มีอาการเมมโมรี่เอ็พเฟ็ก ไม่มีอาการเมมโมรี่เอ็ฟเฟ็กที่เกิดกับแบ็ตเตอรี่ Ni-Cd อันเนื่องจากการชาจบ่อยๆโดยไม่รอให้แบ็ตหมดก่อน ทำให้เราสามารถชาจได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
6. มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถชาจและดิสชาจได้มากกว่า 500 รอบ(รอบนะครับไม่ใช่ครั้ง)
7. ไม่มีข้อห้ามในการใช้ เนื่องจากไม่มีการใช้โลหะลิเที่ยม แบตเตอรี่ Li-Ion จึงไม่ถูกห้ามใช้บนเครื่องบิน
8. ใช้ระยะเวลาในการชาจที่สั้น เครื่องชาจที่มีแรงดันในการชาจ 4.2 volt สามรถที่จะชาจแบตเตอรี่ Li-Ion ได้เต็มในเวลาเพียง 1-2 ช.ม. |
By : nopphong  (อ่าน 7349 | ตอบ 42) (18/12/2550 22:38:45) ความคิดเห็นที่ 1 | ากรูปจะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่ Li-Ionไม่ได้ใช้โลหะลิเที่ยมในการทำขั้วลบ แต่จะมีการใช้สารคาร์บอนที่สามารถที่จะ dope(ซึมซับ) และ undope(คาย) อิออนของลิเที่ยมได้ ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่ลิเที่ยมธรรมดากับแบตเตอรี่ลิเที่ยมอิออนขึ้น ซึ่งก็คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างการชาจและดิสชาจ ในแบตเตอรี่ Li-Ionจะไม่มีการเลี่ยนแปลงของตัวสารเคมีที่อยู่ภายในเหมือนกับในแบตเตอรี่ Litium ธรรมดาแต่จะมีแค่การเคลื่อนที่ของอิออนไปมาระหว่างขั้วอิเล็กโทรดผ่านตัว sepperator ที่ทำหน้าที่กั้นไม่ให้สารเคมีที่อยู่ภายในปะปนกันเท่านั้น |
By : nopphong  (18/12/2550 22:27:58) ความคิดเห็นที่ 2 555...
ได้ความรู้ดีจัง 5555
ขอบคุณ คุณ นพพงษ์ มากครับ ชอบจัง สาระแบบนี้....
จุ๊บ ๆ ๆ ๆ 555555 |
By : ตั่วปุ๊ย  (18/12/2550 22:29:19) ความคิดเห็นที่ 3 | มื่อมีการชาจหรือดิสชาจแบตเตอรี่ Li-Ionเราสามรถที่จะอธิบายปฏิกริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในแบตได้ดังสมการต่อไปนี้ (ในสมการหมายความว่ายังไงก็ไม่ทราบ เพราะผมอ่อนวิชาเคมีน่ะ ฮ่าๆๆ) |
By : nopphong  (18/12/2550 22:42:16) ความคิดเห็นที่ 4 โครงสร้างภายในแบตเตอรี่ Li-Ion
*ไม่อยากแปลครับกลัวจะไปเรียกเขาผิดๆ แปลในใจกันเองละกันครับ |
By : nopphong  (18/12/2550 22:44:25) ความคิดเห็นที่ 5 โมดูลป้องกันของแบตเตอรี่ Li-Ion (Protection Module)
จากการที่ว่าหากแบตเตอรี่ Li-Ionมีการชาจเกินจนแรงดันสูงกว่า 4.5 Volt จะเกิดแก๊สขึ้นภายในแบตเตอรี่ เนื่องจากการระเหยของอิเล็กโตรไลท์ ผลก็คือทำให้เกิดแรงอัดภายในแบตเตอรี่ Li-Ion และจะทำให้ช่องนิรภัยภายในแบตเปิดออกเพื่อระบายความดัน ทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำยาอิเล็กโตรไลท์ ในทางกลับกันหากใช้งานแบตเตอรี่ Li-Ion จนแรงดันต่ำเกินไป(ต่ำกว่า 1 volt)ก็จะทำให้ขั้วทองแดงที่ใช้ทำขั้วลบภายในแบตเตอรี่ Li-Ion เริ่มละลายในสารละลายอิเล็กโตรไลท์ ทั้งสองอย่างนี้จะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลงเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันเหตุการ์ณนี้จึงมีการติดตั้งวงจรป้องกันที่ขั้วของแบตเตอรี่ Li-Ionทุกตัวโดยจะมีวงจรตัวอย่างดังรูป |
By : nopphong  (18/12/2550 22:51:53) ความคิดเห็นที่ 6 By : nopphong  (18/12/2550 22:52:41) ความคิดเห็นที่ 7 วงจรป้องกันจะมีคุณสมบัติดังนี้
1. ป้องกันการชาจเกิน โดยจะป้องกันไม่ให้มีการชาจเกินกว่า 4.35V ± 0.05V (25 °C)
2.รีเซ็ทการชาจเกินให้กลับมาชาจได้อีกที่แรงดัน 4.0V หรือต่ำกว่า
3.ป้องกันการดิสชาจเกิน โดยจะตัดแบ็ตเตอรี่ออกจากวงจรเมื่อแรงดันต่ำกว่า 2.3V ±0.15V หรือสูงกว่า
4.รีเซ็ทการดิสชาจเกินให้กลับมาจ่ายกระแสได้ใหม่เมื่อมีแรงดัน 2.3V หรือสูงกว่า
5.ป้องกันการจ่ายกระแสสูงเกินไป |
By : nopphong  (18/12/2550 22:53:56) ความคิดเห็นที่ 8 | จากกร๊าฟเราจะเห็นได้ว่าที่อุณภูมิสูงกว่า 20C แบตจึงจะสามารถปล่อยกระแสได้เต็มที่ ซึ่งข้อนี้ไนบ้านเราคงไม่ต้องกังวลกันมากนัก เพราะบ้านเราปรกติร้อนตับแล่บอยู่แล้ว แต่หากคุณพกmp3ไปเที่ยวยอดดอยช่วงนี้ก็อาจจะมีผลบ้างครับ แต่หากออกไปเที่ยวกลางหิมะก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไมมันแบตหมดเร็วผิดปรกติครับ |
By : nopphong  (18/12/2550 22:58:38) ความคิดเห็นที่ 9 ข้อควรปฏิบัติในการใช้แบ็ตเตอรี่ Li-Ion
อันตราย !!
1. ห้ามแบ็ตเตอรี่สำพัสกับน้ำทะเลหรือน้ำอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้วงจรป้องกันในการชาจเสีย ผลก็คืออาจจะมีการชาจด้วยกระแสที่สูงเกินแล้วแบ็ตก็จะร้อน,ติดไฟ หรือระเบิดได้
2.ห้ามวางไว้ใกล้ไฟหรือที่ๆมีความร้อนสูงเกิน ซึ่งอาจจะทำให้แบ็ตเสียหรือลัดวงจรแลวระเบิดได้
3.ชาจด้วยเครื่องชาจที่ออกแบบมาสำหรับแบ็ตเตอรี่ Li-Ion เท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจทำให้กระแสที่ชาจสูงเกินแล้วแบ็ตของคุณจะระเบิดได้
4.ให้ระวังการชาจกลับขั้วซึ่งจะทำให้เกิดปฏิกริยาเคมีที่ผิดปรกติภายใน ผลกคือระเบิดอีกเช่นกัน
5.ห้ามทิ้งแบ็ตลงในกองไฟเพราะจะทำให้น้ำยาภายในติดไฟและระเบิดได้
6.ห้ามทำการกระทบกระแทกแรงๆเพราะอาจจะทำให้แบ็ตเตอรี่ช็อตภายในและระเบิดได้
7.ห้ามทำการชาจในที่ร้อนๆเพราะจะทำให้วงจรป้องกันทำงานผิดปรกติและผลก็คือแรงดันหรือกระแสชาจจะสูงเกินและแบ็ตก็จะระเบิดอีกตามเคย
8.ห้ามลองแกะดูเล่นเพราะระหว่างแกะอาจจะทำให้แบ็ตช็อตข้างในแล้วระเบิดได้
คำเตือน
1.เก็บให้พ้นมือเด็ก(ทั้งแบ็ตและปาล์มของคุณไม่งั้นอาจจะ....)
2.ห้ามเผลอวางไว้ในเตาไมโครเวพหรือที่ที่มีความกดอากาศที่สูง เพราะจะมีผลกับโครงสร้างภายในทำให้ระเบิดได้
3.ห้ามนำแบ็ตที่มีความจุไม่เท่ากันมาใช้รวมกันเพราะจะทำให้เวลาที่เบ็ตหมดไม่พร้อมกันหรือชาจเต็มไม่พร้อมกันผลก็คือก้อนที่ชาจเต็มก่อนจะได้ กระแสเกินแล้วระเบิดได้
4.หากมีการรั่วไหลของแบ็ตไห้รีบนำออกห่างจากเปลวไฟเพราะสารเคมีที่รั่วออกมาสามารถติดไฟได้
5.หากสารที่รั่วออกมาเข้าตาห้ามขยี้ ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากๆแล้วรีบเข้าพบแพทย์โดยทันที
ข้อควรระวัง
1. ไม่ควรใช้แบ็ตในที่ๆมีความร้อนสูงเพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบ็ตสั้นลง
2.ไม่ควรใช้ในที่ๆมีไฟฟ้าสถิตย์สูงเพราะอาจจะทำให้วงจรป้องกันแบ็ตเตอรี่เสียได้
3.ควรใช้งานและชาจในช่วงอุณหภูมที่กำหนด (ใช้งานที่ -20 - 60°C และชาจที่ 0-45°C สังเกตได้ว่าหากอากาศบ้านเราหน้าร้อนสูงเกิน 40°C ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการชาจไว้ก่อน)
4.หากทิ้งแบ็ตไว้ไม่ได้ชาจเป็นเวลานานๆจะทำให้แบ็ตนั้นไม่สามรถที่จะชาจให้เต็มได้อีกเลย ดังนั้นหากไม่มีการใช้งานก็ควรที่จะนำมาชาจ อย่างน้อยทุกๆหกเดือน |
By : nopphong  (18/12/2550 22:54:37) ความคิดเห็นที่ 10 อ้า....จบแล้วครับวิชาการเยอะ บางท่านอาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง ผมสรุปให้แล้วกันว่า...
แบตใน mp3
1.ชาจบ่อยๆยิ่งบ่อยยิ่งดี เพราะนับรอบการชาจเป็นรอบ(คือใช้จนหมดแล้วชาจนับเป็นหนึ่งรอบ แต่ถ้าใช้ไปแค่ครึ่งเดียวแล้วชาจก็จะได้สองครั้งถึงจะนับเป็นหนึ่งรอบ)
2.อย่าปล่อยให้แบตหมดนานๆเพราะมันจะเสื่อมได้เร็วมากๆ
3.ใช้หรือไม่ใช้สองปีก็เสื่อมเหมือนๆกัน
4.ระวังอย่าชาจในที่ร้อนๆ
5.ใช้ไปชาจไปดีครับแบตจะเสื่อมช้ากว่า เพราะระหว่างที่ชาจไปใช้ไป จะไม่มีการคายประจุของแบตจึงไม่มีการนับรอบการชาจ
อ้อความรู้นี้ใช้กับแบตโน๊ตบุ๊คด้วยนะครับใช้แบตแบบเดียวกันเลย
มีอะไรสงสัยถามได้นะครับ |
By : nopphong  (18/12/2550 23:01:01) ความคิดเห็นที่ 11 | ดีครับ มีความรู้ดีๆก็นำมาบอกกล่าวกัน |
By : สาเล็ก  (19/12/2550 00:48:16) ความคิดเห็นที่ 12 อายุแบตโนตบุคผมครับ
ใช้มาสองปีนิดๆ แต่ว่าเสียบช้าทเวลาใช้เกือบ 95%
แบตเสื่อมมาน้อยนึง
;)
ก็อย่าไปเชื่อเวลาใครบอกว่าใช้โนตบุคอยู่บ้านให้ถอดแบตนะครับ แบตเสื่อมไม่เท่าไหร่ แต่ไฟตก ปลั้กหลุด ข้อมูลหาย นี่หนักข้อกว่าครับ แบตเสื่อมซื้อใหม่ได้ ข้อมูลหายกู้ใหม่ยุ่งยากนะคร้าบ ยิ่งถ้างานเร่งๆล่ะเหนื่อยเลย
|
By : c b  (19/12/2550 09:24:40) ความคิดเห็นที่ 13 อ่าวลืมรูป
ขอบคุณเฮียนพพงศ์ครับ |
By : c b  (19/12/2550 09:25:36) ความคิดเห็นที่ 14 เยี่ยมครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับผม
รอบหน้าขอเรื่อง ลิเที่ยมโพลิเมอร์มั่งนะครับ คุณนพพงษ์ |
By : สาคร  (19/12/2550 10:31:32) ความคิดเห็นที่ 15 ใช้ไปชาจไปดีครับแบตจะเสื่อมช้ากว่า เพราะระหว่างที่ชาจไปใช้ไป จะไม่มีการคายประจุของแบตจึงไม่มีการนับรอบการชาจ
แต่แบตจะเสื่อมเพราะความร้อนเพิ่มขึ้นนะครับ |
By : ทา  (19/12/2550 10:54:49) ความคิดเห็นที่ 16 lithium polymer ก็เหมือนอันนี้แหละครับ จุดที่ต่างจาก lithium ion ก็มี
1.เปลือกเป็นซองพลาสติกลามิเนท ทำให้เบากว่า(ที่ความจุเท่าๆกัน จะเล็กและเบากว่า)
2.ปลอดภัยกว่าเพราะหากเกิดการช๊อต ถ้าเป็น li ion มันจะปล่อยก๊าซออกมาดันแบตบวม ถ้าระบบวาวของมันปล่อยไม่ทันมันจะระเบิด แต่กรณี li polymer มันจะบวมจนสุดท้ายซองก็จะรั่ว แต่ไม่ระเบิดครับ
3.จำนวนรอบการชาจซ้ำนอยกว่า(คืออายุการใช้งานสั้นกว่านั่นเอง) ใน li ion จะชาจได้ประมาณ 500 รอบ แต่ใน li po จะชาจได้ราวๆ 300 รอบ ทั้งนี้เพราะมันใช้อิเลคโทรไลท์เป็นแบบแห้ง(จริงๆเป็นหมาดๆไม่ถึงกับแห้งสนิท) จึงเสื่อมสภาพได้ง่ายกว่า
นอกนั้นเหมือนกันครับทั้งแรงดันใช้งานและข้อควรระวังต่างๆครับ |
By : nopphong  (19/12/2550 10:58:13) ความคิดเห็นที่ 17 | ขอเสริมนิดนึงครับ น้าผมไปซื้อแบ็ตมือถือปลอม(nokia 3310)ที่ตลาดนัดแถวบ้าน ผมถามว่าซื้อมาเท่าไหร่ แกบอก แค่59บาท พอใช้ไปสัก1เดือน มาบ่นให้ผมฟังว่าแบ็ตหมดเร็ว+ร้อนมากเวลาโทร ผมเลยบอกว่าเปลี่ยใหม่เหอะ แกก็บอกว่าไม่เป็นไร พอมาอีก1เดือนกว่าๆ แกก็ต้องเปลี่ยนแบ็ตทันที เพราะแกบอกว่าชาร์จทิ้งไว้พอตื่นมาได้กลิ่นอะไรเหม็น ปรากฏว่าแบ็ตมันบวดอืดจนมีกลิ่นเหม็นออกมา (ดีที่ไม่ระเบิด) ฝากบอกทุกท่านนะครับ อย่าเห็นแก่ของถูกลงทุนซื้อของดีไปเลย (แบ็ตตามตลาดนัด เนี่ยแหละตัวดี) |
By : ชัยiriver  (19/12/2550 11:22:27) ความคิดเห็นที่ 18 เย้.........ขอบคุณ คุณ nopphong ครับ มีอะไรก็เอามาแปะไว้ในนี้ได้ครับ อย่างน้อยคนที่ชอบสาระจะได้ถูกใจมั่ง 555
ใครมีอะไรจะซักถามก็โพสถามคุณ nopphong ได้เลยนะครับ 555 |
By : นายมั่นคง  (19/12/2550 11:54:40) ความคิดเห็นที่ 19 ฮ่าๆแบตจีนแดงก็อย่างนี้แหละครับ ส่วนใหญ่ตัวแบตมักจะคุณภาพพอทน(แต่มักจะความจุต่ำกว่ามาตราฐาณ ทำให้มีอาการหมดเร็ว และ ร้อนอย่างที่ว่า) แต่ที่อันตรายคือวงจรตรงหัวแบตซึ่งทำมาชุ่ยๆ ลองแกะดูจะเห็นเลยว่าชุ่ยจริงๆ ที่นี้เจ้าเครื่องโนเกียมันจะมีวงจรอยู่ชุดนึงทำอย่าที่เช็กว่าแบตเต็มหรือยัง หรือร้อนเกินไปไหม จะได้หยุดชาจ ที่นี้ไอ้เจ้าจงจรของจีนมันไม่บอกครับว่ามันเต็ม หรือบอกผิด เครื่องก็จะชาจอยู่นั่นแหละจนแบตบวมไหม้อย่างที่เจอครับ
อีกกรณีนึงก็ที่บอกว่าใช้ๆแล้วระเบิด อันนั้นมักจะเกิดจากวงจรที่หัวมันเข้ามาไม่ดี มีการรองฉนวนไม่ดีก็เลยช๊อตทำให้ระเบิดได้ครับ อันนี้ผมเห็นกับตาเลยเพราะแต่ก่อนผมจะใช้แกะไส้แบตโนเกียนี่แหละไปใช้งานเพราะมันถูกดี พอแกะเปลือกพลาสติกออกมา เห็นเลยครับว่าลวดเหล็กแบนๆที่เชื่อมขั้วแบตไว้ รองแค่กระดาษบางๆ อีกนิดเดียวมันจะช๊อตอยู่แล้ว ถ้ากระเทือนๆนี่ก็สงสัยจะช๊อตแล้วก็ตูม...ครับ
ถ้าซื้อแบตมือถือซื้อยี่ห้อของไทยจะดีกว่าครับ พวก commy หรือ oska นี่โอเคเลยครับ |
By : nopphong  (19/12/2550 11:42:14) ความคิดเห็นที่ 20 | แบบนี้ถ้าผมเอา wallcharge จีนแดงอันละร้อยกว่าบาทมาชาร์จไอพอตก็ไม่น่าจะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เพราะแบตมีระบบกันไฟเกิน? |
By : นักฆ่าหน้าตาดี  (19/12/2550 14:00:54) ความคิดเห็นที่ 21 ได้ครับ แบตไม่พัง แต่ ipod พังครับฮ่าๆๆ (ถ้าหม้อแปลงตัวนั้นมันเสียนะครับ แต่จริงๆผมก็ใช้ตัวละสองร้อยกว่าอยู่ พวกตัวละร้อยมันปล่อยกระแสไม่ค่อยพอครับ)
คือระบบชาจมันอยู่บนตัว ipod ครับ ดังนั้นถ้ามีอะไร ipod จะเสียก่อน ไม่ต้องห่วงแบตเลยครับเพราะมีการป้องกันไว้เต็มที่แล้ว ห่วง ipod ก็พอครับ |
By : nopphong  (19/12/2550 14:35:51) ความคิดเห็นที่ 22 ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ถ้า batt meizu m6 เสื่อม คุณนพฯรับเปลี่ยนมั้ยครับ
ถึงแม้ว่าตอนนี้มันยังดีอยู่ครับ แต่ก็กังวัลเรื่อง batt ในอนาคต เพราะมันหาไม่ง่ายเหมือน ipod
ถ้าหาเปลี่ยนได้ไม่ยาก ว่าจะสะสม m6 ไว้สักสองสามตัวครับ
แบบถูกใจแนวนี้
6th post |
By : SummerSun  (19/12/2550 14:29:27) ความคิดเห็นที่ 23 โพสเป็นชุด อิอิ
ผมไม่ได้รับเปลี่ยนแบตพวกนี้เป็นอาชีพหรอกครับ (เดี๋ยวจะโดนข้อหาเขียนบทความแฝงโฆษณา อิอิ) มีเปลี่ยนเล่นๆบ้างเป็นบางรุ่น อย่างพวก ipod ก็มีติดร้านไว้สองสามก้อน เผื่อลูกค้าที่เคยซ่อมเครื่องเขามาขอให้เปลี่ยนเท่านั้น ยังไงลองหาร้านที่เขารับเปลี่ยนเป็นอาชีพจะดีกว่าครับ ถ้าหาไม่ได้จริงๆค่อยมาคุยกันเดี๋ยวผมจัดให้ อิอิ |
By : nopphong  (19/12/2550 14:53:48) ความคิดเห็นที่ 24 | ได้ครับ แต่...อันตรายนิดหน่อย เพราะแบตมือถือกับที่ชาจมือถือบ้านเรามันไม่ค่อยได้มาตราฐาณ เกิดมันชาจเกินหรือแบตมันอยากจะระเบิดขึ้นมาตอนชาจ แล้วมันแนบอยู่กับหน้าเราเนี่ย ไม่อยากคิดถึงสภาพเลยครับ แต่ถ้าใช้ของแท้ทั้งแบทั้งที่ชาจก็ไม่ต้องกลัวครับ |
By : nopphong  (23/12/2550 17:40:17) ความคิดเห็นที่ 25 Li-polymer อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีใช้กับ Electric consumer หรือยังนะครับ ผมใช้อยู่กับ อุปกรณ์ RC มีข้อเสีย และชื่อเล่นว่า แบต "คุณหนู" ชาร์จจนAmpare มากเกินไปก็ไม่ได้ หรือใช้งาน จน Ampare ต่ำจนเกินไปก็ไม่ได้ จะเอากลับมา ชาร์จใหม่ไม่ได้อีก มีข้อดีตรงที่จ่าย Amp สูงและนิ่งให้กับวงจรมอเตอร์ได้ดี และก็มีการ ระเบิดได้ง่ายๆ หาก ชาร์จ และ เก็บรักษาไม่ถูก วิธี บินอยู่ดีๆ ตูม..........นักบินก็หน้าตูมๆ แห้งๆ
แต่เคยเห็นผ่านๆ ตาว่ามี Laptop กะ มือถือ บางยี่ห้อนำมาใช้อ่ะครับ ถ้าสามารถนำมาใช้กับ Ipod หรือ Headamp ได้น่าจะดีเพราะ น้ำหนัก เบามากๆ และกำลังไฟดี ความรู้แบบแกนๆ น่ะครับด้าน เทคนิคลึกๆไม่รู้หรอก อยากรู้เหมือนกันครับ รบกวนพี่ nopphong ถ้ามีข้อมูลช่วยเอา มาแจงให้รู้ไว้หน่อยก็ดี นะครับ แหะๆ
เพิ่งตอบเป็นครั้งแรกเลยนะครับไม่รู้ทำให้รำคาญกันรึเปล่า แต่ผมแอบอ่านข้อมูลในนี้มาตั้งแต่วันที่ เปิดเวบนั่นแหละครับ
ขอบคุณครับ |
By : เต้  (24/12/2550 15:37:10)
|
|
|