ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (532)
 หูฟังทุกแบรนด์
 Headphone Amps
 DAC-AMP
 iPod
 Portable Player
 Acessories
 ลำโพง
 สายสัญญาณต่างๆ
 CD Player
 หูฟัง Headsets
 วิทยุ FM Radio
 Harddisk Media Player
 Bags
 Cartridges (หัวเข็ม)
 มิตรรักแฟนเพลง



สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 16/09/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 03/02/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 532


จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



Ẻͺ͹Ź
ท่านเป็นนักเล่นหูฟังแบบไหน ? (ห้ามโกหก 555)
เงินข้าใครอย่ายุ่ง
ซื้อแบบไม่กลัวเมีย
ขอเงินเมียแทบตาย
ซื้อแพงโกหกว่าถูก
ซื้อถูกบอกได้มาฟรี
หลอกว่ายืมเพื่อนมา
ซ่อนเงินเพื่อซื้อของ
อยากบีบคอเมีย
อยากบีบคอตัวเอง
จะเลิกเล่นแล้วโว้ย..









เว็บบอร์ด
Total: 193:               
 
   1 2 3 4 5 Next    Last       Go to: Go




ขออนุญาต แจกเพลงคลาสสิกครับ [No. 0]
ตามที่ผมได้ โม้เกี่ยวกับเพลงคลาสสิกใน กระทู้ "อยากได้เพลงบรรเลงเพราะ ๆ อ่ะครับ" (ตาม Link http://www.munkonggadget.com/webboard_541386_20589_th) ซึ่งผมได้โม้เกี่ยวกับเพลงคลาสสิกไป ประมาณ 10 เพลง ซึ่งมี มิตรรักแฟนเพลงคลาสสิกบางท่านได้ขอเพลงมาครับ และทางผมได้รื้อแผ่นและ Rip ที่ Bit Rate 320 kbps แล้ว ก็ขออนุญาตเฮียมั่นคงแจกเพลงตามนี้ครับ
1. Antonin Dvorak - Serenade fur Streicher Edur op.22
http://www.uploadtoday.com/download/?ecb56e35b9f000041f3053db2589d020

2. Claude Debussy - Clair de lune
http://www.uploadtoday.com/download/?ecb82b233e9605dee04c545f80190fa9

3. Robert Schumann - Traumerei
http://www.uploadtoday.com/download/?ecba3a9a1ad2bd1d1657d7e72115faf0

4. Jules Massenet - Meditation
http://www.uploadtoday.com/download/?ecbce0ce8f78fb79b75117c93d2d9daa

5. Hector Berlioz - Symphony Fantastique op.14 Un bal (แต่เพลงนี้ไม่ใช่ช่วงที่ผมโม้นะครับ)
http://www.uploadtoday.com/download/?ecbf62f161856ed5af76adad7781b24e

มีทั้งสิ้น 5 เพลงครับ ถ้าหากว่าผมรื้อเจอแผ่นเพลงอื่นๆแล้ว จะพยายาม Upload แจกให้ครับ
By : Collagen  email  (อ่าน 26243 | ตอบ 274)  (29/11/2550 22:12:00)
ความคิดเห็นที่ 1
มาแร้วๆ มาติดตามผลงามต่อครับผมคราวนี้มีเพลงแจกด้วยดีจังเลย ขอบคุณมากๆครับ เดี๋ยวว่างๆนั่งโหลด
By : มือไหม่หูยังไม่พระกาฬ  email  (29/11/2550 22:18:35)
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณครับ
By : EgGieS  email  (29/11/2550 23:57:55)
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่า
By : JunG  email  (30/11/2550 00:01:49)
ความคิดเห็นที่ 4
อ่า เฮียเล่นดักคอ เลยแฮะ ผมว่าจะหาคนช่วยแนะนำพวก Classical Thai Music (เพลงไทยเดิม) ว่า มีเพลงไหนน่าสนใจ และเหมาะกับหูฟังแบบไหนด้วยครับ (อดเยย)....

ส่วนคุณท่าน Unclepiak ผมจะพยายามหาแผ่นเพลงของ Bach และจะ Rip และทำการ Upload ให้เร็วที่สุดครับ

ขอบคุณครับ~
By : Collagen  email  (30/11/2550 23:13:39)
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณครับ... คุณท่าน Unclepiak

ก็กะว่าจะลอง Review เพลงแนวๆ นี้ดูครับ พวกเพลงสวดกับ Oratorio (โอระตอริโอ <<< ทับศัพท์ก็ขึ้นกับแต่ละบุคคลอ่าครับ) ซึ่งเป็นเพลงที่เกียวข้องกับศาสนา แต่ช่วงนี้ขอรวบรวมข้อมูลก่อนครับ (เพลงก็หายากด้วย) คาดว่าคงต้องใช้เวลาพอสมควรเลยครับกว่าจะโม้แนวเพลงนี้ได้อย่างพอสมควร

แล้วก็เรื่องสุขภาพ ตอนนี้ก็อาการแย่เลยครับ ดีคอลเจนเอาไม่อยู่แล้วครับ (ไปนอน โรงหมอมา พักนึงแล้ว) ขอบคุณมากครับ

ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจครับ

ปล. เรื่องหูฟัง ผมเห็นราคาแต่ละตัวแล้ว ข้าน้อยมิอาจเอื้อมขอรับ ถ้าซื้อข้าน้อยได้รับประทานแกลบ อย่างแน่นอน (มาม่าก็ขึ้นราคา )

ปล. 2 ไม่มีใครพอ Review พวก Classical Thai Music ได้เลยเหรอครับ???
By : Collagen  email  (01/12/2550 10:23:49)
ความคิดเห็นที่ 6
555 เดาทางออกเลยแฮะ 555

ที่ต้องขออนุญาติเพื่อนๆ เรื่องเพลงไทย ก็เพราะเค้าเข้มงวดมากน่ะครับ ส่วนเพลงประเทศอื่นๆ ผมว่าไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่

ยิ่งเพลงคลาสสิคผมว่าไม่มีใครสนใจกันนัก ดีซะอีกที่มีคนมาแนะนำ สอนให้ฟัง แนะเพลงดีๆ ให้ฟัง คนที่เริ่มต้นอยากจะทดลองฟังคลาสสิคจะได้เริ่มต้นถูก.........


ปล.ยังอยู่ครับเฮียเปี๊ยก เจ้า Stax ยังอยู่คร้าบบบบ 555
By : นายมั่นคง  email  (01/12/2550 10:38:05)
ความคิดเห็นที่ 7
ตามมาโหลดครับ เพลงคลาสสิก เย็นถึงใจ มาก มาก มาก มาก
By : คิดถึงเมียน้อย  email  (01/12/2550 20:56:54)
ความคิดเห็นที่ 8
ได้ดาวน์โหลดเพลง Air ของบาคมาแล้วครับ ขอบคุณมากที่เป็นธุระจัดหาให้ พอเปิดฟังก็ต้องร้องอ๋อครับ แล้วก็ประหลาดใจครับ เพราะเคยรู้จักเพลงนี้ในชื่อ Air in D major ครับ เพื่อนที่หัดเรียนไวโอลินจะหยิบเพลงนี้มาเล่นเป็นประจำ

ด้วยสงสัยว่าทำไมชื่อไม่เหมือนกัน จึงลองค้นกูเกิ้ลเพิ่มเติม และได้ทราบว่า

The original piece is part of Bach's Orchestral Suite No. 3 in D major, BWV 1068, written for his patron Prince Leopold sometime between the years 1717 and 1723.

The title comes from violinist August Wilhelmj's late 19th century arrangement of the piece for violin and piano. By transposing the key of the piece from its original D major to C major, Wilhelmj was able to play the piece on only one string of his violin, the G string.

แปะไว้เลยดีกว่า ไหมล่ะ.. การพูดคุยทำให้เกิดการค้นคว้า และทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นได้ ขอบคุณอีกที *: )

ปล. ไม่ต้องเสียดายที่ไม่ได้ลองสแตกกับ hd25 นะครับ เพราะอาจเป็นโชคดีที่ทำให้ไม่ต้องเสียเงิน *8 )
By : unclepiak  email  (02/12/2550 06:36:20)
ความคิดเห็นที่ 9
แหะๆ ตาลายเลยครับยาวจัด
ว่าแต่ผมอยากได้เพลงที่เฮียกับคุณ unclepiek คุยกันไว้น่ะครับ ที่บอกว่าเป็นเพลงที่เอาปืนใหญ่มายิงประกอบเพลงน่ะครับ คืออยากได้ไว้ลองแอมป์ซะหน่อย ถ้ามีอยู่รบกวนอัพให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
By : nopphong  email  (02/12/2550 21:56:31)
ความคิดเห็นที่ 10
555

เฮียเปี๊ยกครับ เอาเพลงยิงปืนใหญ่ให้คุณ nopphong ด้วยจ้า........ผมว่าเพลงนี้ถ้าเปิดด้วยการฟังหูฟัง และเป้นการฟังเที่ยวแรก (ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะยิงตอนไหน)

มีหวังตกเก้าอี้เลยครับ.............5555


----------------------------------------------------
ขอบคุณ คุณ Collagen ครับ มีอะไรก็มาอัพเดทได้ครับ โม้ถูกมั่งผิดมั่ง ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้เพื่อนๆ พี่ๆ ได้อ่านกัน.....ถือว่าเป็นการแนะนำก็แล้วกัน หากมีอะไรผิดพลาด แฟนๆ เพลงคลาสสิคทักท้วงเข้ามาได้เลยนะครับ 555
By : นายมั่นคง  email  (02/12/2550 22:10:35)
ความคิดเห็นที่ 11
หลังจากอ่าน กระทู้ Review หูฟังไปเรื่อยๆ ผมว่า เพลง 1812 Overture ของ Peter Ilych Tchaikovsky ผมคงไม่ต้องโม้แล้วหละครับ ทาง คุณ Unclepiak ได้ Review ไว้เรียบร้อยแล้วครับ สามารถติดตามที่ได้ที่ กระทู้ของเฮียมั่นคงที่ Review หูฟัง MS-1 ครับ (ตาม Link http://www.tarad.com/munkonggadget/article.php?id=12771&lang=th ครับ) คุณลุงเปี๊ยก (ขออนุญาตเรียกเช่นนี้นะครับ) ได้ Review เพลงนี้ไว้ปีกว่าๆ แล้ว และอยู่ในความเห็นที่ 23 ครับ

แล้วก็ผมขอเสริมอีกนิดครับว่า เพลงนี้ทาง Tchaikovsky แต่งขึ้นเนื่องจากเขาได้รับคำสั่งให้เขียนเพลงสำหรับงานแสดงในกรุง Moscow ในปี 1880 ครับ แต่ข้อมูลที่ผมได้มาสำหรับเพลงนี้ค่อนข้างแตกต่างกับของคุณลุงเปี๊ยกพอสมควรครับ ดังนี้
เพลงนี้กล่าวถึงสมรภูมิที่ Borodino (ซึ่งเป็นหมู่บ้านอยู่ห่างจากรุง Moscow ไปทางตะวันตกเล็กน้อย) ระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียในวันที่ 7 กันยายน 1812 และจบลงที่กองทัพของจักรพรรดินโปเลียนถอยทัพจากกรุง Moscow ภายหลังจากที่ได้สั่งให้เผากรุง Moscow

ความหมายของเพลงนี้ทาง Tchaikovsky ได้ใช้เพลงชาติฝรั่งเศส (ตามที่คุณลุงเปี๊ยกได้กล่าวไว้) และเพลงสรรเสริญพระเจ้า Tsar ของรัสเซีย (เพลงชาติรัสเซีย) เป็นแนวเพลงหลักของเพลงนี้ และผสมผสานกับเพลงของชาว Cossacks และ Novgorod เพลงนี้ให้ความรู้สึกที่ชวนให้นึกถึงเสียงอาวุธที่กำลังประหัตประหารจากทั้งฝ่ายฝรั่งเศสและรัสเซีย (รวมทั้งเสียงปืนใหญ่) ในขณที่ฝ่ายฝรั่งเศสรุกคืบไป และฝ่ายรัสเซียได้ต่อต้านอย่างเต็มความสามารถ และในที่สุดเมื่อฝรั่งเศสยึดกรุง Moscow ได้ เพลงชาติฝรั่งเศสได้ก้องกังวานขึ้น แต่ในท้ายที่สุดกองทัพฝรั่งเศสได้จุดไฟเผากรุง Moscow อย่างโชติช่วง การถอยทัพของฝรั่งเศสเป็นไปอย่างเศร้าใจ และจบลงด้วยชัยชนะของฝายรัสเซีย

เพลงนี้ทางผู้แต่ง (Tchaikovsky) ได้กล่าวถึงผลงานของตัวท่านเองไว้ว่า "เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก ปราศจากคุณค่าอันยิ่งใหญในทางศิลปะ เพียงแต่แสดงความสำคัญในการรักชาติเท่านั้น"

ที่มา: สุรพงษ์ บุนนาค, "ดนตรีแห่งชีวิต", สำนักพิมพ์สารคดี, พิมพ์ครั้งที่ 5, กรุงเทพฯ, 2549

ด้วยเหตุนี้ ผมใคร่ขออนุญาต ทางคุณ Unclepiak นำบทความของคุณ Unclepiak ที่ได้ Review เกี่ยวกับเพลง The Year 1812 Overture มาไว้ที่กระทู้นี้ เพื่อให้ทางผู้ที่สนใจได้ศึกษาและวิเคราะห์รวมทั้งแสดงความคิดเห็น (ผมรอทางคุณ Unclepiak อนุญาตก่อนนะครับ จึงจะนำบทความมาไว้ที่นี้)

ดังนั้น เพลงที่ 15. The Yer 1812 Overture (หรือ 1812 Overture) ชอง Peter Ilych Tchaikovsky ก็ขอโม้ไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ปล. เพลงนี้ผมขอโม้เท่านี้ครับ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมผมขอรบกวนทางคุณ Unclepiak แนะนำต่อดีกว่าครับ

ปล. 2 ผมก็ถือโอกาส โม้เพลงนี้เป็นเพลง ที่ 15 ครับ ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับหัวข้อ "ฟังแล้วง่วงนอนและคิดถึงเมียน้อย" ก็ตามครับ (ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ) สรุปเป็นว่าวันนี้โม้ไป 3 เพลง

ปล. 3 ขอขอบคุณคุณ Unclepiak อีกรอบครับสำหรับ Review และเพลง 1812 Overture ครับ
By : Collagen  email  (02/12/2550 23:17:32)
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณครับที่ให้เกียรติผมอย่างสูง คุณ Unclepiak ครับ งั้นผมก็ขอ นำ Post ที่คุณ Unclepiak ได้ Review เกี่ยวกับเพลง 1812 Overture มาไว้ตรงนี้เลยนะครับ

---------------------------------------------------
1812 Overture, Op.49 - Tchaikovsky บรรเลงโดย Cincinnati Symphony Orchestra มี Erich Kunzel เป็นคอนดัคเตอร์ บันทึกเสียงแบบดิจิตอลโดย Telarc เมื่อปี 1979

http://noknoi.com/mem/THE_OVERTURE/1812_telarc.mp3

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะฟังให้สนุกก็น่าจะมีข้อมูลของเพลงสักหน่อย ดังนั้นจึงขออนุญาตคัดลอกเนื้อหาที่น่าสนใจของเพลงนี้ให้ฟังด้วยเลยครับ

1812 เป็นเพลงประเภทโหมโรงความยาว ๑๕.๔๒ นาที ไชคอฟสกี้ แต่งเพลงนี้เพื่อสดุดีวีรกรรมของชาวรัสเซีย ที่สามารถต่อสู้ทำลายกองทัพนโปเลียน โบนาปาร์ตอันเกรียงไกรได้ในปี ค.ศ. 1812

ในปีนั้นเป็นปีที่มีอากาศหนาวจัด นโปเลียน โบนาปาร์ต ได้ยาตราทัพเข้ายึดครองเมืองเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก เมืองหลวงของรัสเซียในสมัยนั้น และพบว่าทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้าง กองทัพรัสเซียและชาวเมืองทั้งหมดพากันละทิ้งบ้านช่อง แยกย้ายไปวางกำลังดักซุ่มอยู่ตามที่ต่าง ๆ ด้วยความที่คุ้นเคยกับภูมิอากาศอันหนาวเย็น ประกอบกับเลือกวางกำลังในชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่า ทำให้รัสเซียสามารถดักทำลายล้างกองทัพฝรั่งเศสซึ่งจัดได้ว่าเป็นกองทัพบกที่ดีที่สุดในขณะนั้นแตกกระจาย กองทัพถูกทำลายย่อยยับ มีทหารตายนับแสนคน ตัวนโปเลียนต้องหลบหนีออกจากแนวรบตามลำพัง กระเซอะกระเซิงหมดสภาพ และถือว่าเป็นการพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของนโปเลียน

ไชคอฟสกี้ เปิดฉากเพลงด้วยเสียงเครื่องเป่าทองเหลือง ประสานกับหมู่เครื่องสายด้วยท่วงทำนองเนิบช้า ได้บรรยากาศความสงบสุขของรัสเซีย ก่อนจะถูกรุกราน แล้วเพลงก็ค่อยเพิ่มจังหวะและความเร้าใจด้วยเสียงกลองทิมปานี ฟลุต ไวโอลินเล่นนำวิโอล่าสอดรับตามด้วยเครื่องเป่าทองเหลืองและฉาบน่าระทึกใจ

เพลงนี้มีการใช้ท่วงทำนองเพลงชาติฝรั่งเศส (La Marseillaise) มาแทรกไว้ประหนึ่งเป็นตัวแทนกองทัพผู้รุกราน โดยผู้ประพันธ์เริ่มบรรยากาศความสงบสุขของชาวเมืองก่อน

ต่อมาเครื่องเป่าทองเหลืองจะแสดงบทนำหมู่อย่างยิ่งใหญ่ จนเกิดความรู้สึกฮึกหาญด้วยพลานุภาพ แล้วขึ้นเครื่องสายด้วยทำนองและลีลาไพเราะมีเสน่ห์เร้าใจ รับด้วยเครื่องเป่าลม เครื่องตีประกอบจังหวะทั้งหมดสะท้อนบรรยากาศแบบรัสเซีย

ฉับพลันท่วงทำนองเพลง La Marseillaise ในลีลาแกร่งกร้าวของเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องสายที่สอดรับด้วยเสียงกลองทิมปานีและฉาบ เข้ามารุกรานขับไล่บรรยากาศสงบสันติออกไป และตามด้วยเสียงกัมปนาทของปืนใหญ่และเครื่องดนตรีทุกชิ้นก็แผดก้องขึ้น บรรยากาศแห่งการสู้รบแซมด้วยเสียงระฆังราวดังระงม แล้วเสียงปืนใหญ่ก็ดังขึ้นเป็นชุด ๆ สอดรับด้วยเครื่องสายที่มีท่วงทำนองอาจหาญ เร่งเร้าเพิ่มขึ้นด้วยเสียงดนตรีทุกกลุ่ม พร้อมกับสัญญานระฆังราวปิดท้าย คล้ายกับเสียงระฆังตามโบสถ์ทุกหลังในเมือง ที่ระดมตีกันขึ้นเพื่อเป็นสัญญานแห่งชัยชนะต่อผู้รุกราน

ตอนท้ายเครื่องดนตรีทุกชิ้นจะแผดเสียงดังสุดขีดแล้วยุติลงในทันใด เกิดความรู้สึกสงบสันติอย่างบอกไม่ถูก สันติภาพได้กลับคืนสู่ประชาชนอีกครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ฟังจะรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจเป็นที่สุด

ที่มา: ดนตรีที่รัก, สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ สนพ.มูลนิธิโกมลคีมทอง, ก.ค. ๒๕๓๑
----
ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี (PeterIlich Tchaikovsky,1840-1893)
ผู้ประพันธ์เพลงชาวรัสเซียคนแรกที่เป็นที่รู้จักในวงการนานาชาติ เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 5 คน ของ อิลยา เปโตรวิช ไชคอฟสกี (Ilya Petrovititch Tchaikovsky) และ อเลกซานดรา (Alexandra) เกิดที่เมืองว็อทกินสค์ (Voltkinsk) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1840 เป็นผู้ประพันธ์เพลงยอดนิยมคนหนึ่งในบรรดาผู้ประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกดนตรี

ไชคอฟสกีเป็นคีตกวีที่แปลกไปกว่าท่านอื่น ๆ กล่าวคือทุกๆคนมักจะเรียนและเล่นดนตรีเก่งชนิดอัจฉริยะตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนไชคอฟสกีมาเริ่มเรียนดนตรีจริงจังก็เมื่ออายุ 21 ปี เนื่องจากเขาต้องเรียนกฎหมาย ตามความต้องการของพ่อจนกระทั่งจบปริญญาตรีทางกฎหมาย และออกมาทำงานรับราชการในกระทรวงยุติธรรม แต่ด้วยความสนใจและความชอบซึ่งมีเป็นทุนอยู่แล้วไชคอฟสกีจึง หันเหชีวิตมาเรียนดนตรีอย่างจริงจังในสถาบันดนตรีแห่งเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในวิชาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา (Orchestration) เทคนิคการเล่นเปียโนและออร์แกน

ชีวิตของไชคอฟสกีก็คงเหมือน ๆ กับคีตกวีคนอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป กล่าวคือมีทั้งสุขและทุกข์ระคนกันไปชีวิตเหมือนนิยายมากกว่าชีวิตจริง เพราะยามที่ตกอับจะมีกินก็เพียงประทังความหิว และมีที่อยู่อาศัยเพียงแค่ซุกหัวนอน ในยามเมื่อคนอื่นไม่เห็นคุณค่าผลงานของเขาก็ไม่มีค่าอะไร

แต่ยังดีที่มีผู้ที่เห็นความสำคัญและคอยจุนเจือค้ำจุนเสมอมาอย่างแทบไม่น่าเชื่อเธอผู้นั้นก็คือ มาดามฟอน เมค (Nadezhda von Meck) เศรษฐีนีหม้ายผู้มั่งคั่ง เธอให้เงินสนับสนุนไชคอฟสกีโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ

เธอมีความสุขที่ได้มีโอกาสสนับสนุนผู้อื่นให้ทำงานที่เธออยากทำแต่ทำไม่ได้ เพราะเธอเคยใฝ่ฝันที่จะเป็นนักประพันธ์ดนตรีแต่ไม่สามารถทำได้ ด้วยใจรักดนตรีในยามว่างจากภาระกิจเธอมักจะนั่งฟังดนตรีเสมอ ดั้งนั้นเธอจึงทดแทนส่วนนี้ด้วยการสนับสนุน

ไชคอฟสกีผู้ซึ่งในระหว่างที่มีชีวิตอยู่เขาไม่เคยได้รับเกียรติอย่างจริงจังจากชาวรัสเซียเลยตรงกันข้ามกับทางยุโรปและอเมริกานิยมชมชื่นในตัวเขามากขณะที่ชื่อเสียงกำลังโด่งดังอยู่นั้นเขาก็ด่วนจบชีวิตลงเสียก่อนซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่มากที่พยายามสร้างงานมากมาย

บัดนี้เขาเป็นคีตกวีที่ชาวรัสเซียภูมิใจมากที่สุด

ไชคอฟสกีถึงแก่กรรมด้วยโรคอหิวาต์ซึ่งเกิดจากความไม่เฉลียวใจหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จไชคอฟสกีไปเปิดน้ำประปาที่ก๊อกมาดื่มโดยไม่ได้นำมาต้มเสียก่อน เพราะขณะนั้นที่เมืองเซ็นต์ปีเตอร์สเบริ์กมีโรคระบาดพอดีและมีคนคอยเตือนแล้ว ในที่สุดก็ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1893

ที่มา: ประวัติดนตรีตะวันตก, สมัยโรแมนติก http://classroom.psu.ac.th/users/wkomson/data/western-musuc/Chapter4/chap4-7.htm

-------
หมายเหตุ ไฟล์เพลงนี้ มีขนาดไฟล์ 36 Mb. บีบอัดแบบ MP3 bitrate 32o Kbps. ช่วงต้นของเพลงเสียงจะเบา หากจะปรับเสียงให้ดังขึ้นโปรดระมัดระวัง เพราะตอนท้ายของเพลงจะเสียงดังเกินไป อาจทำให้หูฟังชำรุดได้


unclepiak
(11/11/2549 08:47:25) IP. 203.146.63.xxx
-----------------------------------

ปล. ผมก็มีแผ่นของเพลงนี้เช่นกันครับ (สงสัยแผ่นเดียวกันแน่ๆ เลย เพราะ วงที่บรรเลงก็วงเดียวกัน )

ปล. 2 ขอเสริมอีกนิดครับ
- สงครามนี้ เป็น การรบระหว่างจักรพรรดินโปเลียน และพระเจ้า ซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 1(Tsar Alexander I) แห่งจักรวรรดิรัสเซีย ครับ
- เพลงนี้มีเสียงปืนใหญ่ทั้งสิ้น 16 นัด
- เพลงชาติของฝรั่งเศส Le Marseillaise และเพลงชาติรัสเซีย God save the Tsar! ได้ใช้ประกอบเพลงนี้
- เครื่องดนตรี ที่ใช้เล่นเพลงนี้สำหรับวง Orchestra ประกอบด้วย
ขลุ่ย Piccolo, ขลุ่ย Flute 2 ตัว, Oboe 2 ตัว, ขลุ่ย cor anglais 2 ตัว, คลาริเน็ตในโทนเสียง B flat 2 ตัว (Clarinet in B flat), บาสซูน 2 ตัว, แตรในโทนเสียง B 4 ตัว (horns in F), แตรคอร์เน็ตในโทนเสียง B 2 ตัว (cornets in B flat), ทรัมเป็ตในโทนเสียง E Flat 2 ตัว (trumpets in E flat), ทรอมโบน 3 ตัว, แตร Tuba, กลองทิมปานี (timpani), Triangle (เครื่องเคาะจังหวะรูปสามเหลี่ยม), กลอง Tambourine (นึกชื่อภาษาไทยไม่ออก), กลองสแนร์ (snare drum), ฉาบ (cymbals), กลองเบส (bass drum), ระฆัง หรือที่เรียกว่า carillon (แต่บางครั้งเล่นโดยใช้ tubular bells), และที่สำคัญที่สุดคือ ปืนใหญ่ (cannon) (แต่โดยมากมักใช้ กลองเบส หรือ กลองใหญ่ หรือเสียงปืนใหญ่ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า มากกว่าครับ)
- สรุปจาก http://en.wikipedia.org/wiki/1812_Overture
By : Collagen  email  (03/12/2550 20:46:29)
ความคิดเห็นที่ 13
ไหนๆ ก็พูดถึง Tchaikovsky แล้ว ถ้าผมไม่ได้โม้เพลงนี้ คุณลุงเปี๊ยกคงโกรธผมเป็นแน่ เนื่องด้วยเพลงนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเพลงโด่งดังอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลของ นักแต่งเพลงท่านนี้ ซึ่งเพลงนั้นก็คือ

เพลงที่ 16. (ของการโม้) Swan Lake Overture เพลงนี้เป็นเพลงโหมโรง (หรือที่เรียกว่า Overture) ของบัลเล่ต์อันยิ่งใหญ่ของรัสเซียในชุด Swan Lake (ในภาษารัสเซีย: Лебединое Озеро, Lebedinoye Ozero, Swan Lake) หรือชื่อไทยว่า ทะเลสาบนางหงส์ ซึ่งมีโครงเรื่องคือ เจ้าชาย Siegfried ได้เดินทางมายถึงทะเลสาบอันลึกลับในป่า ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าสาวงาม ที่ถูกคำสาปของแม่มดให้กลายเป็นหงส์ ซึ่งหากเจ้าชายให้สัญญาจะมอบความรัก ของเฮียมั่นคง... เอ๊ย อันมั่นคงให้กับและเป็นนิรันดร์แด่ Odette ซึ่งเป็นราชินีหงส์ ก็จะสามารถถอนคำสาปของแม่มดได้ แต่กระนั้น เจ้าชายได้เข้าใจผิดด้วยมนต์ดำของแม่มด ทำให้ไปรักกับลูกสาวของแม่มด ถึงกระนั้น (ด้วยนิสัยของนางเอก) Odette ก็ยังให้อภัย แต่ก็สายเกินไป เพราะเจ้าชายได้ให้คำมั่นสัญญากับสาวผิดตัวไปแล้ว ในท้ายที่สุดเจ้าชายและราชินี Odette ก็ได้ตัดสินใจกระโดดลงสู่ทะเลสาบเพื่อครองรักกันในโลกหน้า ซึ่งทำให้คำสาปของแม่มดเสื่อมลง... นิทานก็จบลงด้วยประการฉะนี้....

เพลงนี้เครื่องดนตรีหลักก็ยังคงเป็นเครื่องเป่าเช่นเดียวกับเพลง 1812 Overture แต่จังหวะไม่เร็วเท่าและมีการผสมผสานกับเครื่องสายอย่าง Violin และ Viola ซึ่งทำให้เสียงนุ่มนวล ซึ่งจังหวะของเพลงนี้อยู่ในจังหวะกลางๆ ค่อนไปทางเร็ว (Moderato Assai, Allegro non Troppo) ผู้ฟังฟังแล้วจะได้ความรู้สึกท่ามกลางแมกไม้ในทะเลสาบกลางป่า และต่อด้วยความรู้สึกในงานเต้นรำของหมู่หงส์ ถ้าหากลองหลับตาฟังเพลงนี้และจินตนาการถึงบทบัลเล่ต์ดีๆ ผมว่า เพลงนี้ ใช่เลยครับ...

ขอคารวะ...

ปล. เนื่องด้วยเพลงนี้ ผมมีแต่ไฟล์ที่เป็น midi และเคยฟังเพลงนี้ในงานคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นเพลงที่ไพเราะที่สุดเพลงหนึ่ง หากท่านใดมีเพลงนี้ รบกวนขอความอนุเคราะห์ให้กับนักโม้ตัวน้อยๆ ตาดำๆ ด้วยนะครับ
By : Collagen  email  (03/12/2550 21:25:53)
ความคิดเห็นที่ 14
ได้แล้วครับเดี๋ยวลองดูว่าแอมป์หรือหูฟังผมจะไปหรือเปล่า อิอิ
ขอบคุณครับ
By : nopphong  email  (03/12/2550 22:08:58)
ความคิดเห็นที่ 15
โพสต์ไม่ติดอีกแระ

ผมค้นในไอจูน มีสวอนเลคอยู่สองไฟล์ครับ เป็นเอ็มพีจ๋าม กำลังอัพโหลดมาให้ลองฟัง ไม่ทราบว่าจะใช่อะโวเจอร์หรือเปล่า? เคยเห็นแว้บ ๆ ว่ามีเป็น Suite เลย ที่เป็นเพลงบัลเลต์ผมมี The Nutcracker Suite อยู่ชุดเดียวครับ

ผมอัพโหลดไว้ที่ http://noknoi.com/mem/Classical/ นะครับ คุณคอลลาเจนฟังแล้ว ช่วยบอกด้วยว่าใช่อะโวเจอร์หรือเปล่า?
By : unclepiak  email  (04/12/2550 04:59:10)
ความคิดเห็นที่ 16
วันนี้ขออนุญาตแนะนำเพลงคลาสสิก (บรรเลง) ของคนไทยบ้างดีกว่าครับ ด้วยอารมณ์ต่อเนื่องจากเมื่อวานที่เป็นบทเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำ ในเพลงนทีดุริยางค์ไปแล้ว (ถ้าเฮียเห็นว่า Post นี้ ไม่ดีก็ลบไปได้เลยนะครับ) วันนี้ขอโม้ในเพลงที่ชื่อว่า

เพลงที่ 18 เจ้าำพระยา ของ ดนู ฮันตระกูล ครับ เพลงนี้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสายน้ำอันเป็นเส้นเลือดหลักของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จนมาถึงความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์ บทเพลงนี้บรรยายถึงความงดงามและยิ่งใหญ่ของสายน้ำแห่งสยามประเทศ รวมถึงชีวิตริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นสายใยหลักของประเทศ โทนเสียงของเพลงนี้ให้โทนเสียงจากเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องตีเป็นหลัก ซึ่งแสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสายน้ำ รวมทั้งจังหวะที่พลิ้วไหวที่แสดงให้เห็นถึงระลอกริ้วคลื่นเมื่อต้องสายลม และรับแสงตะวันทั่งในท่วงทำนองที่ไหลเรื่อยๆ และเชี่ยวกรากของสายน้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของสายน้ำที่ชื่อ เจ้าพระยา ครับ...

ปล. วันนี้ขออนุญาตแนะนำแบบธรรมดาๆ นะครับ
ปล.2 เพลงนี้ ผมขออนุญาตที่จะไม่นำ Link ในการโหลดมาแปะไว้นะครับ หากท่านผู้ฟังสนใจที่จะฟัง ผมแนะนำลองไปหาตามร้านน่าจะมีขายครับ (สนับสนุนของไทย) และหากเฮียมั่นคง หรือท่านอื่นๆ เห็นว่า ไม่เหมาะก็สามารถลบได้เลยนะครับ... ขอบคุณครับ
By : Collagen  email  (05/12/2550 21:29:12)
ความคิดเห็นที่ 17
http://www.wittyz.net/Rachmaninoff Pinao Concerto 2.rar

เอามาแจมครับ เป็น piano concerto 2 ของ Sergei Rachmaninoff
By : กุ๊ดจี่  email  (06/12/2550 05:51:15)
ความคิดเห็นที่ 18
ไชคอฟสกีคนเจ้าอารมณ์
....

นโปเลียนบุกรัสเซียไม่สำเร็จ
ฮิตเลอร์ก็ไม่จำก็ดันบุกแบบเดียวกัน
ถ้ายังมีไชคอฟสกีอยู่มาจนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง
คงมี 1942 หรืออะไรแถว ๆ นั้นแน่ๆ

บางคนก็ว่าเพลงนี้อึกทึกครึกโครมคราม
บางคนก็ชอบครับ
By : สมัครเล่น  email  (06/12/2550 19:05:30)
ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณครับ คุณกุ๊ดจี่ สำหรับเพลงของ Sergei Rachmaninoff นักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของรัสเซียอีกท่าน ถ้ามีโอกาสผมขอโม้ให้ฟังครับ....
-----------------------------
ที่จริงแล้ววันนี้จะขออนุญาตหุบปากซักวัน เนื่องจากงานยุ่ง แต่ก็ ด้วย Request ของคุณ Lovery23 ก็เลยขอ โม้ต่อแล้วกันนะครับ (ก็เพลงที่กะจะโม้ในตอนแรกเป็นเพลง Blue Danube ของ Johann Strauss) แต่ที่จะขอโม้เพลงนี้เนื่องจาก Request ของคุณ ตั่วปุ๊ย และคุณ Lovery23 ซึ่งพูดถึงเพลงเดียวกันนี้พอดีครับ...

เพลงที่ 19. O Fortuna ของ Carl Orff เพลง O Fortuna เป็นเพลงหนึ่งในชุด Camina Burana หรือที่เรียกว่า Burana Codex ซึ่งต้นฉบับเดิมถูกแต่งขึ้นในราวศตวรรษที่ 13 และเก็บรักษาเป็นอย่างดีในโบสถ์ที่เมือง Benediktbeuern ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมือง Munich แคว้น Bavaria ประเทศเยอรมันนี ซึ่งเป้นเวลากว่า 700 ปีที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามีบทเพลงนี้่เก็บอยู่ และนาย Carl Orff ได้เรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นมาใหม่ ในปี 1935-1936 เพลงนี้เป้นเพลงภาษาละติน ซึ่ง (คาดว่า) แต่งตามชื่อเทพธิดาของชาวโรมันที่ชื่อ Forture เพลงนี้ประกอบด้วยกลอน 24 บท และแต่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (Spring), ไวน์ (Wine) และความรัก (Love) ซึ่งเพลงนี้มีข้อสังเกตอยู่ข้อหนึ่งคือ เพลงนี้แต่งตามชื่อเทพของชาวโรมันในขณะที่อาณาจักรโรมันล่มสลายมาแล้วเกือบ 1000 ปี และ ในช่วงนั้น อิทธิพลของคริสตศาสนาแผ่ปกคลุมทวีปยุโรป ซึ่งอาจทำให้เพลงนี้ ถุกเก็บซ่อนมากว่า 700 ปี...

แนวเพลงของเพลงนี้ประกอบด้วยทั้งการบรรเลงเพลงและการประสานเสียง ซึ่งเครื่องดนตรีที่ใช้จะเน้นไปทางเครื่องสาย เช่น Violin และเครื่องตี เป็นส่วนมาก แนวเพลงฟังแล้วจะรู้สึกถึงความไม่แน่นอนของโชคชะตาที่มีความแปรเปลี่ยนเฉกเช่นดวงจันทร์ ซึ่งเข้าทำนองที่ว่า ใดๆ ในโลกล้วน อนิจจัง ในท่อนแรกของเพลง ได้เปรียบเทียบว่าโชคชะตา ช่างเหมือนดวงจันทร์ที่แปรเปลี่ยนได้ตลอด (O Fortuna, vetut luna, statu variabilis) ซึ่งผุ้ฟังฟังแล้วได้อารมณ์ ขึ้นๆ ลงๆ ดีครับ ซึ่งใช้ในการทดสอบหูฟังได้ดีอีกเพลงหนึ่งครับ เนื่องจากความกว้างของช่วงเสียงที่มีทั้งเครื่องสายที่ให้เสียงสูง และเครื่องตีที่ให้เสียงทุ้ม เพลงช่วงแรกและช่วงสุดท้ายเสียงจะดัง และช่วงกลางเสียงจะเบา ซึ่งให้แนวเสียงที่แปลกและยังมีเสียงร้องอีกด้วยครับ...

ปล. ยินดีต้อนรับ ทุกๆ ท่านครับ... แต่ตอนนี้ผมยังใช้ Koss KSC-75 ในการฟังและโม้อยู่เลยครับ (ส่วนของ Grado ตอนนี้รอเบิร์นอยู่ครับ ^^)
By : Collagen  email  (06/12/2550 22:08:11)
ความคิดเห็นที่ 20
ส่วนอันนี้คำแปลเป็นภาษาอังกฤษครับ
O Fortune,

like the moon

you are constantly changing,
ever waxing

and waning;

hateful life
first oppresses

and then soothes

as fancy takes it;
poverty

and power

it melts them like ice.
Fate - monstrous

and empty,

you whirling wheel,
you are malevolent,

well-being is vain

and always fades to nothing,
shadowed

and veiled

you plague me too;
now through the game

I bring my bare back

to your villainy.
Fate is against me

in health

and virtue,
driven on

and weighted down,

always enslaved.
So at this hour

without delay

pluck the vibrating strings;
since Fate

strikes down the strong man,

everyone weep with me!

ปล. หากท่านในสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาต่อได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/O_Fortuna (เนื้อเพลงผมก็เอามาจากที่นี่หละคร้าบบบ) และ http://en.wikipedia.org/wiki/Camina_burana ครับ...
By : Collagen  email  (06/12/2550 22:13:37)
ความคิดเห็นที่ 21
เอามาฝากอีกเพลงครับ ตามขื่อไฟล์นั่นแล..

http://www.wittyz.net/Mozart_ Piano Concerto_23.rar
By : กุ๊ดจี่  email  (07/12/2550 07:11:35)
ความคิดเห็นที่ 22
เย้~ ดีใจจัง มีคนเข้าชมเกิน 1,000 คนแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม การโม้อันนี้ครับ 8-)

ขอขอบคุณคุณ Unclepiak และคุณ กุ๊ดจี่ ที่นำเพลงเพราะๆ ดีๆ มาฝากครับ และขอขอบคุณท่านอื่นๆ ที่ให้กำลังใจเรื่อยมาครับ
-----------------------------
เพลงที่ 20. ขอนำเสนอในเพลง Blue Danube ครับ ของ Johann Strauss (โปรดสังเกตว่า นักแต่งเพลงหลายๆ ท่านชื่อ Johann เยอะมาก เช่น Bach, Pachelbel, Strauss) เพลงนี้ Strauss ผู้ลูกได้แต่งขึ้น และถือว่าเป็นเพลงในจังหวะ Waltz ที่โด่งดังที่สุดเพลงหนึ่ง เพลงนี้ ก็ให้ท่วงนำนองที่เรื่อยๆ เฉกเช่นแม่น้ำ Danube ที่ไหลผ่านกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยแม่น้ำ Danube เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของทวีปยุโรป เพลงนี้ได้นำแสดงเป็นครั้งแรกในปี 1867 ซึ่งประสบความล้มเหลวอย่างงดงาม แรงบันดาลใจของ Strauss ในการแต่งเพลงนี้ได้มาจากบทกวีของ คาร์ล อิชิดอร์เบ็ค ซึ่งในบรรทัดหนึ่งได้ระบุไว้ว่า ริิมแม่น้ำ Danube แม่น้ำ Danube อันงดงาม"
การเริ่มต้นของเพลงเริ่มต้นด้วยเสียงเบาๆ ซึ่งเป็นการเปิดฉากของเพลง Symphony มากกว่าเพลง Waltz ซึ่งผู้ฟังจะได้รู้สึกถึงสายน้ำไหลและไหลต่อไปด้วยทำนองของดนตรี โดยเพลงนี้ก่อให้เกิดความประทับใจอย่างสุดซึ้งต่อแม่น้ำ Danube ถึงแม้ว่าสายน้ำในแม่น้ำ Danube จะมีสีน้ำตาลปนเทา แต่ความสวยงานที่ได้บรรเลงในเพลง Blue Danube นี้แล้วแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดในการแต่งเพลงของ Johann Strauss ...
เพลงนี้ ส่วนมากจะใช้ในงานเต้นรำ ซึ่งให้จังหวะที่กลางๆ ซึ่งเริ่มต้นเพลงจะเน้นในส่วนของเครื่องเป่า และเครื่องสาย จากนั้นมีเครื่องตี (พวกกลอง) ประกอบจังหวะบ้าง โทนเสียง ก็อยู่ในแนวกลางๆ ไม่แหลมจนแสบหู และไม่ทุ้มตำมากนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาของแม่น้ำ Danube และกรุงเวียนนา ครับ...

ปล.1 เพลงนี้มี Version ที่เป็นเพลงร้องด้วย แต่ไม่ได้รับความนิยมครับ (จากการแสดงครั้งแรกที่ได้รับความล้มเหลวอย่างท่วมท้น ครับ)
ปล2. จบ ไป 20 เพลงแล้ว ก่อนที่จะ โม้ต่อในเพลงที่ 21 ผมขออนุญาต โม้ในส่วนของศัพท์ และยุคของเพลงคลาสสิกก่อนนะครับ (ถือว่าเป็นการคั่นเวลา - Intermission)
By : Collagen  email  (08/12/2550 00:00:41)
ความคิดเห็นที่ 23
เย้~ ดีใจจัง มีคนเข้าชมเกิน 1,000 คนแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม การโม้อันนี้ครับ 8-)

ขอขอบคุณคุณ Unclepiak และคุณ กุ๊ดจี่ ที่นำเพลงเพราะๆ ดีๆ มาฝากครับ และขอขอบคุณท่านอื่นๆ ที่ให้กำลังใจเรื่อยมาครับ
-----------------------------
เพลงที่ 20. ขอนำเสนอในเพลง Blue Danube ครับ ของ Johann Strauss (โปรดสังเกตว่า นักแต่งเพลงหลายๆ ท่านชื่อ Johann เยอะมาก เช่น Bach, Pachelbel, Strauss) เพลงนี้ Strauss ผู้ลูกได้แต่งขึ้น และถือว่าเป็นเพลงในจังหวะ Waltz ที่โด่งดังที่สุดเพลงหนึ่ง เพลงนี้ ก็ให้ท่วงนำนองที่เรื่อยๆ เฉกเช่นแม่น้ำ Danube ที่ไหลผ่านกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยแม่น้ำ Danube เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของทวีปยุโรป เพลงนี้ได้นำแสดงเป็นครั้งแรกในปี 1867 ซึ่งประสบความล้มเหลวอย่างงดงาม แรงบันดาลใจของ Strauss ในการแต่งเพลงนี้ได้มาจากบทกวีของ คาร์ล อิชิดอร์เบ็ค ซึ่งในบรรทัดหนึ่งได้ระบุไว้ว่า ริิมแม่น้ำ Danube แม่น้ำ Danube อันงดงาม"
การเริ่มต้นของเพลงเริ่มต้นด้วยเสียงเบาๆ ซึ่งเป็นการเปิดฉากของเพลง Symphony มากกว่าเพลง Waltz ซึ่งผู้ฟังจะได้รู้สึกถึงสายน้ำไหลและไหลต่อไปด้วยทำนองของดนตรี โดยเพลงนี้ก่อให้เกิดความประทับใจอย่างสุดซึ้งต่อแม่น้ำ Danube ถึงแม้ว่าสายน้ำในแม่น้ำ Danube จะมีสีน้ำตาลปนเทา แต่ความสวยงานที่ได้บรรเลงในเพลง Blue Danube นี้แล้วแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดในการแต่งเพลงของ Johann Strauss ...
เพลงนี้ ส่วนมากจะใช้ในงานเต้นรำ ซึ่งให้จังหวะที่กลางๆ ซึ่งเริ่มต้นเพลงจะเน้นในส่วนของเครื่องเป่า และเครื่องสาย จากนั้นมีเครื่องตี (พวกกลอง) ประกอบจังหวะบ้าง โทนเสียง ก็อยู่ในแนวกลางๆ ไม่แหลมจนแสบหู และไม่ทุ้มตำมากนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาของแม่น้ำ Danube และกรุงเวียนนา ครับ...

ปล.1 เพลงนี้มี Version ที่เป็นเพลงร้องด้วย แต่ไม่ได้รับความนิยมครับ (จากการแสดงครั้งแรกที่ได้รับความล้มเหลวอย่างท่วมท้น ครับ)
ปล2. จบ ไป 20 เพลงแล้ว ก่อนที่จะ โม้ต่อในเพลงที่ 21 ผมขออนุญาต โม้ในส่วนของศัพท์ และยุคของเพลงคลาสสิกก่อนนะครับ (ถือว่าเป็นการคั่นเวลา - Intermission)
By : Collagen  email  (07/12/2550 23:51:07)
ความคิดเห็นที่ 24
555 หวัดดีจ้า......... พ่อหนุ่ม Collagen ....

ชื่อเกมส์มันคือ SBK - 07 หรือชื่อเต็มๆคือ Superbike - 07

เกมส์ของบริษัท Blackbeen ครับ ลองรบกวนหน่อย 555
By : ตั่วปุ๊ย  email  (08/12/2550 10:31:33)
ความคิดเห็นที่ 25
การโม้ในวันนี้เป็นช่วงพักระหว่างเพลงครับ จึงขอโม้ในส่วนที่ไม่ใช่เพลงบ้างครับ ซึ่งในวันนี้ขอโม้เกี่ยวกับ ประวัติและยุคของเพลงคลาสสิกครับ...
เพลงคลาสสิกที่ผมโม้ ไปกว่า 20 เพลงนั้น มีหลายยุค ซึ่งแต่ละยุคให้แนวเพลงและแนวเสียงที่ไม่เหมือนกัน โดยเพลงคลาสสิก (ดนตรีตะวันตก) แบ่งในแต่ละยุคได้ดังนี้ครับ (ผมขอเริ่มตั้งแต่ ยุคกลาง หรือ อาณาจักรโรมันล่มสลาย)

1. ยุคมืด หรือ ยุคกลาง (Dark Age or Medieval) ช่วงปี ค.ศ. 476 - 1450 หลังจากอาณาจักรโรมันล่มสลายใน ปี ค.ศ. 476 และอิทธิพลของคริสตศาสนา แผ่ปกคลุมเข้ายุโรป พวกชาวบ้านที่เคยได้รับความคุ้มครองจากอาณาจักรโรมัน ต่างตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวจากการรุกรานของอนารยชน (พวกคนเถื่อน เช่น Saxon, Goth, Viking เป็นต้น) ซึ่งระบบการปกครองก็เปลี่ยนจากระบบจักรพรรดิ เป็นระบบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudal) ซึ่งชาวบ้านจะอยู่ภายใต้การปกครองของชนชั้นขุนนาง ซึ่งดูแลโดยกษัตริย์ของแต่ละประเทศ และอำนาจการปกครองในส่วนของ ศาสนจักร ซึ่งอยู่ที่ กรุง Rome และ Constantinople (ปัจจุบันคือกรุง Istanbul ประเทศตุรกิ) ซึ่งอำนาจทางศาสนจักรมีมากกว่าอำนาจของกษัตริย์ และผู้กุมอำนาจของทางศาสนจักรก็คือ หระสันตปาปา ที่กรุงโรม ... (เอ๊ะ กลายเป็นวิชาประวัติศาสตร์ไปซะแล้ว เข้าเรื่องดนตรีดีกว่า) ในยุคนี้เครื่องดนตรี และการละเล่นดนตรีถือว่าเป็นการกระทำของพวกนอกรีต ที่ต่อต้านพระเจ้า ดังนั้นในยุคนี้ จนถึงช่วงศตวรรษที่ 9 - 10 จึงไม่มีเพลงใดๆ ที่มีการแต่ง (หรืออาจจะมีแต่ถูกเก็บเป็นความลับ) ซึ่งมีแต่บทสวดมนต์เท่านั้น ต่อมา St. Gregory ได้แต่งเพลงสรรเสริญพระเจ้าจากท่วงทำนองของบทสวด แต่ก็มีแต่เสียงร้อง (หรือที่เรียกว่า Chant เพลงแนวนี้ฟังแล้วหลอนๆ ครับ) และไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ (เพราะถือว่า เครื่องดนตรี เป็นเครื่องมือของพวกซาตาน) นอกเหนือจากเพลงสวดแล้ว ยังมีเพลงพื้นบ้านที่สืบต่อกันมา โดยเน้นความสนุกสนานตามประเพณี...

2. ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ค.ศ. 1450 - 1600 ในยุคนี้ วิทยาศาสตร์เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความคิดที่ต่อต้านพระเจ้าแต่ถูกต้องในแนววิทยาศาสตร์ได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งยุค Renaissance ได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1450 โดยเริีมที่เมือง Florence ที่มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดนอกกรอบมากขึ้น ในส่วนของดนตรีในยุคนี้ก็ยังคงเป็นดนตรีในในโบสถ์ ซึ่งเป็นบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า เช่นเดิม แต่มีเครื่องดนตรีที่บรรเลงทำนองประกอบ เช่น พิณ Lute, Recorder ซึ่งในช่วงยุคนี้ เริ่มมีการเล่นดนตรีเป็นวง โดยใช้เครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้นประกอบกัน แต่จำนวนที่เล่นนั้นมีไม่มากนัก....

3. ยุค Baroque ค.ศ. 1600 - 1750
ในยุคนี้ ความหรูหรา มีบทบาทมากขึ้น อันเนื่องจากการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมๆ กับ การแสวงหาอาณานิคม และการติดต่อกับแถบตะวันออกไกล (แถบอินเดีย, จีน และ อุษาคเนย์) ความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความฟุ้งเฟ้อ และความร่ำรวย ก็มากขึ้น การแสวงหาความสำราญ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดนตรีในยุคนี้ เริ่มต้นด้วยการกำเนิดของ อุปรากร (opera) ในปี 1600 แนวเพลงเริ่มเปลี่ยนเป็นแนวเพลงเพื่อความบันเทิงมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานของเพลงสวด และความสำคัญของเพลงก็ยังอยู่ที่เนื้อร้องมากกว่าทำนอง ถึงแม้ว่าในยุคนี้เครื่องดนตรีจะมีจำนวนมากขึ้น และมีชนิดและรูปแบบที่แตกต่างกันไป นักดนตรีส่วนมากได้รับการอุปถัมภ์จากโบสถ์ ราชสำนัก หรือผู้มีอันจะกิน ซึ่งส่งผลให้บทเพลงในยุคนี้มาจากความต้องการของผู้อุปถัมภ์มากกว่าแรงบันดาลใจของนักแต่งเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงในศาสนพิธี, งานเฉลิมฉลองหรืองานโชว์ต่างๆ ในส่วนงานบรรเลงดนตรีต่อสาธรณชนที่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ นั้น ยังไม่มี แต่มีโรงอุปรากรเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมือง Venice ในปี 1637 (คาดว่าประมาณโรงหนังในยุคปัจจุบัน แต่ค่าบริการน่าจะแพงมหาโหด จึงไม่เป็นที่นิยมเท่าใด) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น Antonio Vivaldi, Johann Sebastian Bach, George Frederick Handel

วันนี้ผมขอโม้ใน 3 ยุคนี้ก่อนนะครับ (เพราะง่วงแล้ว)
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ (อีก 3 ยุค คือ ยุค Classic, Romantic และ ศตวรรษที่ 20 ครับ)
By : Collagen  email  (09/12/2550 00:36:27)
Total: 193:               
 
   1 2 3 4 5 Next    Last       Go to: Go




เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง
 

蹤ΌѺ
นายมั่นคง
เบียส
หลุยส์
เจ๊ก
พยัคฆ์แพะ
แจ๊ค
เมย์
ใหม่
อ๊อฟ
หมูหวาน
แมวอ้วนอืด
นัท
Saviour
MuYong
เอก
บัก แฟรงค์
Kumpakan
ชัย ตาเข
KiZe
ฤทธิ์  หน้าเหลี่ยม
เทมส์ 75
ผู้พัน CT-4
หมีควาย
เวียดนาม
non
ตั่วปุ๊ย
GIZMO
ไอ้ตู้
wicky
moth_rain
Piggy
Collagen
drizzle
Ebolas
toppo
man
nack
Homurus
nitroboy
GameZa
Sweet P
Jack_Kung
bankhalkdown
Seama
Hipopooo
ปิยะ
เทมส์
Mr.Mean
Max
เต้
KK
coco
CKskalover
ดีเจโก้ สมุย
clayzizer
กิ๊บศรี มณีเด้ง
PeteSKD
supereak888
Noize
Job
แฟนดีเจโก้
varitthailand
thewee
ขั้นเทพ
ชา
Wai
Golf
ป่าน
ณัฐ
ตาล
JoMoRo
สะใจโรคจิต
Suakung
ota_hay
จั๊ว
arr
Jung
tour
เชียงราย
aun
arm
เอ็ก
เอก...
แจง
parf
Jinjar
rusty
milk
ต้อม
sakura
max
Nound
fixkychicky
marius
Donjuan
t1414
aor
ไข่เจียวยัดไส้
อิทธิกาญจน์
โบว์
JK
Pop
jengeeskhan
แฟนพี่ aor
จั๊ว
กระดิ่ง_เรไร
ไฉไฉ
XenaGang
NayMan
ซารุโทบิ
น้องพรู๊ฟ
The Dark
ใหม่
ต๊อบ
Soda
NaZix
mint
modnaja8cm
rusty jr.
SEPTH
เทวินทร์  หมื่นตัน
WoRmGade
wittymht
น้องพลอย
ฟิวส์
Jack
Tokiotorr
djmax
dj แพง
หวาย DT
OLE
Him
Max
นู๋ฝน
BEAR
น้องกานต์
หนุงหนิง
Job
nadia
Tim Empires
โซดาโกะ
por_np
โบ๊ต
Kitty
minjai
มหาชาลาวัน
Suwit
GoLFz
เน เน
เพื่อนเทมส์
Hangman
Deeppix
toke
Puppy
การ์ดอาสา
komgsx750
oom_kom
DeathDeMoN
J
J
unknow
PUDDINGZ
เรนโบว์
 
© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.